“ประเสริฐ”ติดตามนำสายสื่อสารลงใต้ดิน เทศบาลนครเชียงราย ย้ำทำพื้นทางยุทธศาสตร์นโยบายเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และแหล่งท่องเที่ยวระดับสากล
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ลงพื้นที่ตรวจราชการและติดตามการดำเนินการนำสายสื่อสารลงใต้ดิน เทศบาลนครเชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการปฏิบัติภารกิจการร่วมประชุม ครม.สัญจร ระหว่างวันที่ 18 – 19 มีนาคม 2567 ณ จังหวัดพะเยา โดยมีนายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดีอี นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดีอี นางสาวกรรวี สิทธิชีวภาค อธิบดีกรมอุตุอนิยมวิทยา ว่าที่ ร.ต.ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองอธิบดีกรมอุตุอนิยมวิทยา ดร.ปิยนุข วุฒิสอน ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งขาติ นานพรขัย หอมชื่น ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สำนักงานสถิติจังหวัดเชียงราย บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด จังหวัดเชียงราย และบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) จังหวัดเชียงราย ร่วมคณะด้วย
นายประเสริฐ กล่าวว่า การนำสายสื่อสารทุกประเภทลงใต้ดิน ในพื้นซึ่งเป็นตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ของนโยบายสำคัญทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวระดับสากลและเป็นระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ภาคเหนือ (Northern Economic Corridor: NEC – Creative LANNA) เพื่อพัฒนาเป็นฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์หลักของประเทศ รวมถึงการพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดนของจังหวัด ประกอบกับมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ
จากความสําคัญดังกล่าว เทศบาลนครเชียงรายและเทศบาลตำบลแม่สาย จังหวัดเชียงราย ให้ดูสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่มีสายไฟฟ้าหรือสายสื่อสารรกรุงรังบดบังทัศนียภาพสถานที่ท่องเที่ยวและเพื่อความปลอดภัยแก่ประชาชน รวมทั้งรองรับการพัฒนาเขตเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ที่จะสร้างรายได้ให้ภาครัฐจากการให้เช่าใช้ท่อร้อยสายหรือสายสื่อสารใต้ดินให้แก่ผู้ให้บริการรายอื่นๆ อีกด้วย
ทั้งนี้ การนำสายสื่อสารทุกประเภทลงใต้ดิน ทำให้เกิดประโยชน์ต่อพื้นที่ โดย 1. ทำให้พื้นที่ของ เทศบาลนครเชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย และเทศบาลตำบลแม่สาย อำเภอแม่สาย หรือจุดท่องเที่ยวที่มีการนำสายสื่อสารลงใต้ดินมีทัศนียภาพและสิ่งแวดล้อมที่สวยงาม เพิ่มความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
2. ระบบการสื่อสารและโทรคมนาคมมีประสิทธิภาพ และมีเสถียรภาพมากขึ้น เนื่องจากลดปัญหาผลกระทบที่เกิดจาก การพาดสายบนอากาศ เช่น การถูกสัตว์กัดแทะ การเกิดไฟไหม้ , 3. สามารถรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมที่สูงขึ้นในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ , 4. เพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจสังคม และขีดความสามารถในการแข่งขันในการก้าวสู่การเป็นผู้นำการขับเคลื่อน และยกระดับการสื่อสารและดิจิทัลให้กับประเทศ รองรับการพัฒนาเขตเมืองอัจฉริยะ (Smart City) และนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และ 5. สร้างรายได้ให้แก่ภาครัฐจากการให้เช่าท่อร้อยสาย และสายสื่อสารใต้ดิน
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews