ญาติ “นายตี๋” เหยื่อถูกยิงหน้าผับดังย่านปิ่นเกล้า ร้อง “ทนายเดชา” หวั่น เรื่องความปลอดภัย ยังจับมือยิงไม่ได้ วอนตำรวจเร่งติดตามตัว
วันนี้ (17 มี.ค.) ที่สำนักงานทนายคลายทุกข์ รามอินทรา 52/1 ภรรยาของนายธนู สาลี หรือนายตี๋ ผู้เสียชีวิตที่ถูกยิงหน้าสถานบันเทิงแห่งหนึ่งย่านปิ่นเกล้า เมื่อวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา เข้าร้องขอความช่วยเหลือกับทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ เนื่องจากเกรงว่าคดีจะไม่มีความคืบหน้า เพราะขณะนี้นายกอล์ฟ ผู้ก่อเหตุ ได้อยู่ระหว่างการหลบหนี
โดยนางสาวบี ภรรยาของนายตี๋ ผู้เสียชีวิต เล่าว่า วันเกิดเหตุตนไม่รู้มาก่อนว่า สามีของตนจะไปร้านที่เกิดเหตุ ซึ่งปกติเวลาสามีของตนจะไปไหน ก็จะบอกตนตลอด จนตนมารู้จากพี่ชายของตนว่า สามีของตนทักไปหา โดยสามีของตนบอกว่า ’ตัวเองรู้สึกไม่ปลอดภัย ให้พี่ชายไปหาหน่อย มีเรื่อง‘ จากนั้นพี่ชายของตนก็ได้รีบไปที่ร้าน ก่อนจะเกิดเหตุขึ้น
ซึ่งจากการสอบถามนายน้ำมนต์ เพื่อนของผู้ เสียชีวิตที่อยู่ในเหตุการณ์ บอกกับตนว่า ตัวนายน้ำมนต์เองเป็นคนเข้าไปชนแก้ว และขอไลน์กับหญิงสาวโต๊ะใกล้ ๆ กัน ก่อนสักพักหนึ่งจะมีผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาคล้ายจะหาเรื่อง ซึ่งฝ่ายตัวเองก็ได้ย้ายโต๊ะหนีแล้วเพียงเท่านั้น
โดยปกตินิสัยของนายตี๋สามีของตน เวลาที่มีปัญหากับใคร นายตี๋จะเป็นคนคอยเคลียร์ปัญหาให้กับเพื่อน ๆ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ไม่คิดว่าเรื่องแค่นี้ทำไมต้องลงไม้ลงมือกันถึงขนาดนี้ แต่ตนยืนยันได้ว่า นายตี๋ สามีของตนกับผู้ก่อเหตุ ไม่ได้รู้จัก หรือมีเรื่องกันมาก่อนแต่อย่างใด
ซึ่งเหตุผลที่ตนมาร้องขอความช่วยเหลือกับทนายเดชาครั้งนี้ เพราะตนกลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม และ ณ ขณะนี้ยังจับตัวผู้ก่อเหตุไม่ได้ เนื่องจากผู้ก่อเหตุได้หลบหนี โดยตนไม่ได้อยากจะกดดันการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ตนอยากให้สามีของตนไปดี และตนยัง สงสารลูกของตนวัยหนึ่งขวบ ที่ทุกวันนี้ยังเรียกหาพ่ออยู่ทุกวัน
ด้านทนายเดชา กล่าวว่า ได้ตรวจสอบประวัติของนายกอล์ฟ ผู้ก่อเหตุแล้ว มี คดีพกพาอาวุธปืนหนึ่งคดี และอยู่ระหว่างการดำเนินคดียาเสพติดสองคดี ซึ่งถือคดีเรื่องร้ายแรง ขณะที่หลังก่อเหตุครั้งนี้นายกอล์ฟ ผู้ก่อเหตุเอง มีพฤติการณ์ความเข้าใจในการวางแผนหลบหนี ทั้งการสวมทะเบียนรถ การเปลี่ยนรถหลังก่อเหตุแถวถนนเพชรเกษม ทำให้การจับกุมยากในการตรวจสอบ ซึ่งอย่างไรก็ตามแม้ว่าจะจับได้แล้ว 5 คน ยังเหลือนายกอล์ฟ ผู้ก่อเหตุ และนายเบิร์ด คนขับรถ นอกจากนี้ ผู้ที่ให้การช่วยเหลือคนอื่น ๆ ก็จะยังมีความผิดอีกด้วย
ทั้งนี้ ตนขอฝากไปยัง สน. บางยี่ขัน และตำรวจนครบาล 7 ให้กำชับการตั้งด่านตรวจจับเพิ่มขึ้น เพราะรถของผู้ก่อเหตุก็เป็นรถสวมทะเบียน ตนจึงต้องถามว่าที่ผ่านมาปล่อยให้มีการเล็ดลอดไปได้อย่างไร รวมถึงการที่นายอนุทิน และนายชาดา แจ้งว่าไม่ให้พกอาวุธปืน แต่ทำไมทุกวันนี้ปืนถึงหาง่าย จึงขอฝากไปรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติในเรื่องนี้
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews