Home
|
ข่าว

“สิทธิพล” ยินดีคลังเตรียมทบทวนเก็บภาษีนำเข้าสินค้า

Featured Image

 

 

 

“สิทธิพล” ยินดีคลังเตรียมทบทวนเก็บภาษีนำเข้าสินค้าทุกรายการราคาไม่เกิน 1,500 บาท แนะเร่งแก้ประกาศกรมศุลกากร 191/2561 ต้นตอสินค้าต่างประเทศทะลักไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า-VAT เอาเปรียบผู้ประกอบการ

 

 

นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้ให้ความเห็นต่อกรณีกระทรวงการคลังเตรียมพิจารณาทบทวนการยกเว้นภาษีสินค้านำเข้าราคาไม่เกิน 1,500 บาท และเตรียมพิจารณาแก้ไขประมวลรัษฎากร ยกเลิกการยกเว้นการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สินค้านำเข้า เพื่อให้กรมสรรพากรดำเนินการจัดเก็บ VAT นำเข้าในทุกรายการสินค้าได้

 

 

การทบทวนมาตรการภาษีนี้เป็นเรื่องที่สมควรอย่างมากและควรทำในทันที เพราะเป็นประเด็นที่ตัวแทนผู้ประกอบการไทยเคยมาให้ข้อมูลกับกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจที่ตนเป็นประธาน มาตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งผู้ประกอบการไทยเคยเรียกร้องกับทางว่ารัฐบาลมานานแล้ว แต่ไม่เคยมีการแก้ไขผ่านมา 3-4 ปีแล้ว และวันนี้ปัญหาก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น

 

 

ในวันที่การค้าออนไลน์และการค้าแพลตฟอร์มเติบโตขึ้น ผู้ประกอบการไทยคือผู้ที่ต้องเสียเปรียบมาโดยตลอด เกิดจากช่องว่างทางภาษีที่อนุญาตให้สินค้านำเข้าที่มีราคาต่ำกว่า 1,500 บาทไม่ต้องเสีย VAT ขณะที่สินค้าไทยที่ขายอยู่ในร้านค้าคนไทยต้องจ่าย VAT ตั้งแต่บาทแรกของมูลค่าสินค้า

 

 

จากการประเมินของผู้ประกอบการที่มาให้ข้อมูลกับกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ ประเมินว่ามีคนไทยซื้อสินค้าและบริการออนไลน์สูงถึง 9 แสนล้านบาทต่อปี นี่คือปริมาณผลกระทบที่กำลังเกิดกับผู้ประกอบการเอกชน รวมถึงภาษีที่อาจจะสูญเสียไปที่รัฐไม่สามารถเก็บได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย

 

 

นายสิทธิพล ยังระบุด้วยว่า ที่สำคัญที่สุด คือ มีข้อตกลงระหว่างประเทศที่อนุญาตให้เข้าผู้ประกอบการต่างชาติสามารถนำสินค้ามาพักในคลังสินค้า ที่เรียกว่า Free Trade Zone Distribution Center โดยไม่จำเป็นต้องจ่ายภาษี ทำให้สามารถเอาสินค้าเข้ามากองไว้ก่อนในคลังสินค้า แล้วพอลูกค้าซื้อของค่อยส่งจากคลังสินค้าที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยเหล่านี้ เช่น ที่สมุทรปราการหรือชลบุรี

 

 

เมื่อประกอบกับกฎหมายที่อนุญาตให้สินค้ามูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาทไม่ต้องเสียภาษีทั้งอากรนำเข้าหรือ VAT ก็ยิ่งทำให้สินค้าจากต่างประเทศยิ่งไม่ต้องเสียภาษีอะไรเลย ทั้งหมดนี้จึงเป็นเหตุผลให้สินค้าออนไลน์จากต่างชาติเข้ามาเอาเปรียบสินค้าไทย และทำให้นับวันสินค้าคนไทยยิ่งขายได้ยากขึ้น ทำให้เงินทุกบาทที่คนไทยซื้อของออนไลน์ไหลออกต่างประเทศ กระทบเศรษฐกิจไทยในภาพรวม นับวันยิ่งเงินหมุนเวียนในประเทศลดลง กระทบการจ้างงาน และกระทบไปถึงการลงทุนด้วย

 

 

ถ้าวันนี้ไปเปิดดูในแพลตฟอร์มชอปปิ้งทั้งหลาย จะพบได้ว่าสินค้าราคาต่ำกว่า 1,500 บาทมีปริมาณเฉลี่ยถึง 95% ของสินค้าทั้งหมด เพราะฉะนั้นเรียกได้ว่าสินค้าเกือบทั้งหมดที่ขายอยู่บนแพลตฟอร์มออนไลน์ล้วนแต่ได้รับการยกเว้นภาษี ขณะที่สินค้าไทยทั้งหมดถูกปฏิบัติในอีกแบบหนึ่ง คือต้องจ่ายภาษี เป็นความอยุติธรรมจริงๆ

 

 

ในฐานะที่พรรคก้าวไกลเป็นฝ่ายค้านเชิงรุกที่อยากให้รัฐบาลทำงานได้ง่ายขึ้น เราจึงเสนอว่าต้นเหตุของปัญหาที่ต้องมีการแก้ไขในทันที คือประกาศกรมศุลกากรที่ 191/2561 ระบุหลักเกณฑ์ของนำเข้าที่ได้รับการยกเว้นอากร ซึ่งประกาศนี้คือต้นตอที่เป็นปัญหาที่ฆ่าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยในรอบหลายปีที่ผ่านมา เพราะระบุอนุญาตให้สินค้ามูลค่าไม่เกิน 1,500 บาทได้รับการยกเว้นอากร ซึ่งถ้ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็คือนายกรัฐมนตรีอยากแก้ปัญหานี้ มีอำนาจสามารถทำได้ทันทีด้วยการแก้ประกาศกรมศุลกากร เป็นเหมือนกุญแจดอกแรก

 

 

แต่ทั้งนี้ ยังมีประมวลรัษฎากร มาตรา 81 (2) (ค) กำหนดให้ของที่ได้รับการยกเว้นอากรตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากรได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มไปด้วย ทำให้ของที่เข้าข่ายมูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาทจึงได้รับการยกเว้น VAT ไปด้วย ซึ่งประมวลรัษฎากรนี้กระบวนการแก้ไขทำได้ยากกว่าและต้องใช้เวลา

 

 

ขณะเดียวกัน ตนดีใจและมีความคาดหวังว่านายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่กำกับดูแลกรมศุลกากรโดยตรงจะสามารถแก้ปัญหานี้ได้ทันที เพราะเป็นปัญหาที่ผู้ค้าเอสเอมอีชาวไทยถูกเอารัดเอาเปรียบและเผชิญความไม่เท่าเทียมจากกฎหมายมานานแล้ว แต่ไม่เคยได้รับความช่วยเหลือหรือแก้ไข พวกเขาจึงควรได้รับการช่วยเหลือทันที ไม่ควรล่าช้าไปกว่านี้แล้ว

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube