ชาวนาพิจิตรนับร้อยหวั่นไม่ได้เงินรวมตัวชุมนุมเหตุขายข้าวให้สหกรณ์การเกษตรนานข้ามปียังไม่ได้เงิน
ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอวังทรายพูน จ.พิจิตร มีกลุ่มชาวนาเกือบ 200 คน มานั่งปักหลักชุมนุมกันเพื่อร้องทุกข์กับ นายอดิเทพ กมลเวชช์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ที่เดินทางมาพร้อมกับ นายจอมชัย รอดทัดทาน สหกรณ์จังหวัดพิจิตร และส่วนราชการทีเกี่ยวข้อง โดยชาวนาในกลุ่มดังกล่าวร้องทุกข์ว่าพวกตนเป็นชาวนาอยู่ใน ต.วังทรายพูน ต.หนองปลาไหล ต.หนองพระ ต.หนองปล้อง ซึ่งส่วนใหญ่มีอาชีพทำนาปลูกข้าวหอมมะลิ โดยเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน 2566 ซึ่งเป็นฤดูกาลเก็บเกี่ยวจึงเริ่มทยอยเกี่ยวข้าวและนำข้าวเปลือกไปขายให้กับสหกรณ์การเกษตรวังทรายพูนที่พวกตนเป็นสมาชิกและอยู่ใกล้บ้านที่สำคัญคือเคยค้าขายกันมานานนับสิบปีแล้วก็ไม่มีปัญหาอะไร โดย สหกรณ์การเกษตรวังทรายพูน ทำหน้าที่เป็นผู้ซื้อและผู้รวมรวมผลผลิต จากนั้นก็จะมีพ่อค้าหรือโรงสีต่างๆมาซื้อผลผลิตไป แต่ในปีนี้ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นพวกตนที่เป็นชาวนาประมาณ 104 ราย ขายข้าวให้กับสหกรณ์การเกษตรวังทรายพูนตั้งแต่เดือน พ.ย. 66 กลับยังไม่ได้เงินเต็มจำนวน ไปทวงถามก็ถูกผลัดวันประกันพรุ่งไม่จ่ายให้เสียที ซึ่งก่อนจะสิ้นปีก็บอกว่าวันที่ 3 ม.ค. 67 จะทยอยจ่ายเงินให้วันละ 3 ล้านบาท ตามคิวก่อนหลังจนกว่าจะครบ 104 ราย ยอดเงน 20.6 ล้านบาท แต่สุดท้ายก็นัดแล้วไม่มาชาวนากลุ่มนี้จึงได้มารวมตัวชุมนุมร้องเรียนร้องทุกข์กับ นายวิศิษฎ์ มานะคิด นายอำเภอวังทรายพูน ซึ่งก็ได้รายงานปัญหาให้ ผู้ว่าฯพิจิตร ทราบ
ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตรได้เดินทางมาเจรจากับชาวนาพร้อมทั้งพูดคุยกับผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรวังทรายพูน , สหกรณ์จังหวัดพิจิตร และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องรวมถึงตัวแทนของโรงสีที่เป็นผู้รับซื้อข้าวไปจากสหกรณ์การเกษตรวังทรายพูน ซึ่งก็ได้ข้อสรุปว่าผู้ประกอบการโรงสีที่เป็นคู่ค้ากับสหกรณ์การเกษตรวังทรายพูนเกิดขาดสภาพคล่องและกำลังประสานขอสินเชื่อกับธนาคารแห่งหนึ่ง ซึ่งจะมีคำตอบจากสถาบันการเงินว่าจะอนุมัติสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการโรงสีเพื่อให้ได้นำเงินมาจ่ายให้กับสหกรณ์การเกษตรวังทรายพูน แต่ถ้าเกิดขัดข้องโรงสีไม่มีเงินมาจ่าย สหกรณ์การเกษตรวังทรายพูน ซึ่งเป็นนิติบุคคลและเป็นผู้ซื้อข้าวจากชาวนาจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่ง นายอดิเทพ กมลเวชช์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร พูดเสียงดังฟังชัดว่า ชาวนาพิจิตรจะไม่ถูกโกงและจะต้องได้เงินจากการขายข้าวให้กับสหกรณ์ในครั้งนี้ได้อย่างแน่นอน โดยขอเอาตัวและตำแหน่งผู้ว่าฯพิจิตร เป็นเครื่องค้ำประกัน ซึ่งหลังจากชาวนาได้ยินคำยืนยันของ ผู้ว่าฯพิจิตร ต่างพึงพอใจและจะยอมอดใจรอฟังคำตอบในวันที่ 12 ม.ค. 67 อีกครั้งว่าจะได้หรือไม่ได้เงินในครั้งนี้อย่างไรต่อไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews