Home
|
ข่าว

ปูกลับ-ปรับครม.-เปลี่ยนนายกฯ?

 

 

 

นอกจาก “สัญญาณการเมือง” ว่าด้วยการ ปรับครม.และ การเปลี่ยนตัวนายกฯ ที่จู่ๆ ก็มีการพูดถึงกันในห้วงสัปดาห์ส่งท้ายก่อนปีใหม่ กระทั่งผู้คนในรัฐบาล ทั้ง “นายกฯเศรษฐา” ที่ยืนยันยังไม่มีการปรับครม.หรือดึงพรรคประชาธิปัตย์เข้ามาร่วม

 

 

 

 

 

 

เมื่อวันก่อน และการออกมาของ “หมอมิ้ง” ล่าสุด วันนี้ (27ธ.ค.) ทำนองยืนยัน ประเทศไทยมี ‘เศรษฐา’ เป็นนายกฯคนเดียวและหลัง พ.ค.2567 หมดอำนาจ สว.ไม่มีการเปลี่ยนตัว นอกจากนี้ “หมอมิ้ง” ยังมีการตอบในประเด็น “นายก2คน”กับบทบาทของ “อุ๊งอิ๊ง” ในปีหน้า และบทบาทของ “ทักษิณ” ที่ถูกมองอยู่เบื้องหลังรัฐบาล และอาจเข้ามาเป็น “กุนซือ”

 

ให้รัฐบาลที่รัฐบาลรับฟังทั้งสิ้น ส่วนที่จะทำให้เกิดความสับสนหรือไม่ว่าจะต้องฟังเสียง “เศรษฐา” หรือ “ทักษิณ” นั้น“หมอมิ้ง” บอกว่า “นายกฯเศรษฐา เป็นคนรับฟังความคิดเห็นของใครก็ได้แล้วนำมาปรับใช้ ยืนยันว่านายกฯคือนายเศรษฐา” และยืนยันว่าศูนย์กลางอำนาจอยู่ที่ทำเนียบ ไม่เคยไปจากที่ไหนเลย อยู่ที่นายกฯที่ชื่อ “เศรษฐา”

 

 

ขณะเดียวกัน ก็น่าสนใจ กับความเคลื่อนไหวการเมือง ที่ถูกต่อเชื่อม ภาพตัวละครที่เกี่ยวข้องกัน กับปรากฏการณ์วันนี้(27ธ.ค.) กับสถานการณ์เมื่อวาน (26ธ.ค.) ผ่านปรากฏการณ์ ‘นายกเศรษฐา’ เซ็นคำสั่งแบ่งงาน ‘รองนายกฯ’ ใหม่ โดยเปลี่ยนการกำกับดูแล ‘กระทรวงยุติธรรม’ ยกเว้น ‘ดีเอสไอ’ของ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” จากเพื่อไทย ไปให้

 

 

‘พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค’หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ มาดูแทน โดย “สมศักดิ์” ไป ดูกระทรวงสาธารณสุขที่บังเอิญมาเกิดขึ้น ในจังหวะเมื่อวาน (27ธ.ค.) ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพิ่งมีคำพิพากษา ยกฟ้อง “ยิ่งลักษณ์” ในความผิดคดีทุจริตโยกย้าย “นายถวิล เปลี่ยนศรี” โดยมิชอบ

 

 

ในขณะที่ก็บังเอิญเช่นกันว่าจู่ๆ ก่อนหน้านั้น (25ธ.ค.) “วิษณุ เครืองาม” เดินทางมาโปรโมทหนังสือที่ทำเนียบฯและมีการให้สัมภาษณ์กับนักข่าวไว้2 ประเด็นเหมือนชี้ช่องในที คือ เอฟเฟ็กต์ ที่จะเกิดขึ้นกับ “รัฐบาลเศรษฐา”ต้องลาออก-ยุบสภา หาก “พรบ.กู้มาแจกดิจิทัลวอเล็ต5แสนล้าน” ไม่ผ่านสภาวาระแรก แต่หากผ่านวาระแรกแล้ว

 

รัฐบาลลอยตัวได้ ส่วน “กรณี “ยิ่งลักษณ์” หากอยากขออภัยโทษต้องกลับมาเป็นนักโทษก่อน จึงจะถวายฎีกาได้ และยังพูดถึงกรณี สว. จะหมดวาระ 5 ปี 11 พ.ค. 67 ว่า สว.ชุดนี้ไม่อยู่ ก็มี สว.ใหม่มา บทบาทเขาก็เล่นอีกแบบหนึ่ง และว่าแม้หลังจากวันที่11พ.ค.สว.จะไม่มีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรี แต่เรื่องอื่นยังมีอำนาจอยู่ จนกว่าจะมี สว.ชุดอื่นเข้ามา คาดว่าจะใช้เวลา 2 เดือน

 

 

ที่ต้องไม่ลืมว่า “อ.วิษณุ” อดีตรองนายกฯใน “รัฐบาลลุงตู่” ที่กำกับดูแล “กระทรวงยุติธรรม” และถือเป็น “มือกฎหมาย”ของ “รัฐบาลลุงตู่” ที่ถูกระบุว่าเป็นคนหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญที่อธิบายความการกลับมาของ “ทักษิณ” กระทั่งมีการกลับมาวันที่22ส.ค.66 ที่ มีการไปตรวจความพร้อมและมีรายงานข่าวว่าได้มีเจอกับ “ทักษิณ” และก็เป็นในช่วง “รัฐบาลลุงตู่”ที่มีการออก พรบ.ราชทัณฑ์ฉบับแก้ไข พ.ศ.2560 อันมีเนื้อหาเกี่ยวข้องมาถึงระเบียบราชทัณฑ์ ที่ต่อมา ปี2563 “สมศักดิ์”

 

 

เป็นรมว.ยุติธรรม มีการออกกฎกระทรวงยุติธรรม รองรับ กระทั่งมาถึงวันที่ 6 ธ.ค.66 ในยุค “ทวี สอดส่อง” รมว.ยุติธรรมที่มีการประกาศใช้ระเบียบราชทัณฑ์ให้นักโทษไปจำคุกที่บ้านได้ ที่ถูกกำลังถูกวิจารณ์ว่าเอื้อประโยชน์ให้กับ “คนชั้น14” หรือไม่ ที่ไม่แปลกว่าปม การแบ่งงานใหม่รองนายกฯ ส่วนหนึ่ง ถูกโยงไปถึงประเด็น “คนชั้น14” ที่กำลังเป็นประเด็นหนักใจ

 

ยากจะตอบคำถามนักข่าว ทั้ง นายกฯและรมว.ยุติธรรม จนทำให้ “สมศักดิ์” ต้องออกมาชนแทนในปม “ระเบียบกรมราชทัณฑ์”ที่กำหนดเงื่อนไขการคุมขังนอกเรือนจำ ทั้งตอบโต้ขู่ฟ้อง กมธ.ตำรวจ ที่จะไปค้นชั้น14 และ ตำหนิกรมราชทัณฑ์ ว่าทำงานเช้าชามเย็นชาม ไม่มีความเข้าใจกฎหมาย ไม่มีใครออกมาดำเนินการกรณี “ทักษิณ” ให้เป็นไปตามระเบียบราชทัณฑ์ดังกล่าว

 

 

ในขณะที่นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งก็จับตาว่าการปรับเปลี่ยนงานยุติธรรมจาก “สมศักดิ์” เป็น “พีรพันธ์” นั้น จะเกี่ยวข้องเชื่อมโยงไปถึงข่าวโอกาสการจะกลับมาประเทศไทยของ “ยิ่งลักษณ์” ด้วยหรือไม่ โดยเฉพาะบทบาทของ “พีรพันธ์” ที่มาจาก รทสช.ซึ่งเหมือนเป็นตัวแทน “ลุงตู่” ที่มาในแบบคล้ายกับบทบาทของ “อ.วิษณุ” รองนายกฯที่กำกับ กระทรวงยุติธรรมในช่วงรัฐบาลุงตู่ เช่นกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

 

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube