“บิ๊กโจ๊ก” ยัน ตำรวจบกพร่องไม่ยื่นคัดค้านประกันตัวผู้ต้องหาชาวเยอรมัน จ่อฟันวินัย พร้อมคุยทูตเยอรมันศุกร์นี้จี้ถามปมให้สินบน
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และปราบปรามการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้ากรณี สื่อดังของเยอรมนีนำเสนอสารคดีขบวนการค้าประเวณีเด็กในไทยและมีการสัมภาษณ์ผู้ต้องหาชาวเยอรมันที่ซื้อประเวณีเด็กหญิง ซึ่งอ้างว่าได้จ่ายสินบน 1 ล้านบาทให้เจ้าหน้าที่แลกกับการหลบหนีออกนอกประเทศว่า เรื่องดังกล่าวแยกเป็นการดำเนินการ2ส่วน คือเรื่องการดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับ ผกก.โรงพัก
เนื่องจากไม่ปฎิบัติตามระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เกี่ยวกับการดำเนินคดีกับต่างชาติ โดยเฉพาะคดีนี้ทั้งที่เป็นคดีร้ายแรง แต่พนักงานสอบสวนไม่คัดค้านการประกันตัว ซึ่งแม้ศาลจะมีหนังสือแจ้ง ตม. หลังให้ประกันตัวผู้ต้องหา โดยมีเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาต ซึ่ง ตม. ก็ขึ้นลิสต์ไว้แล้ว แต่ชาวเยอรมันได้ติดต่อทนายความให้แจ้งศาลว่ามีธุรกิจจำเป็นต้องกลับไปทำที่เยอรมัน
ศาลจึงอนุญาตให้ออกนอกประเทศ จนเป็นที่มาของเรื่องดังกล่าว โดยในส่วนของการดำเนินการทางวินัยนั้นได้สั่งการผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ให้ตั้งคณะกรรมการลงโทษทางวินัยกับผู้กำกับการ สภ.เมืองพัทยา หัวหน้างานสอบสวน และพนักงานสอบสวนในขณะนั้น ที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แม้ผู้กำกับการ สภ.เมืองพัทยาจะอ้างว่าไม่แน่นในระเบียบ แต่เป็นตำรวจจะอ้างเช่นนั้นไม่ได้
ส่วนคดีอาญา ก็จะต้องตรวจสอบให้ได้ว่ามีใครรับเงินบ้าง โดยฝ่ายตำรวจที่เกี่ยวข้องปฏิเสธว่าไม่ได้รับเงิน แต่เรื่องเช่นนี้คงไม่มีใครรับสารภาพ ต้องสอบถามจากผู้ต้องหาชาวเยอรมัน ดับนั้นในวันศุกร์ที่ 8 ธ.ค.นี้ เวลา 14.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยได้ประสานเชิญเอกอัครราชทูตเยอรมนี ประจำประเทศไทยมาหารือถึงแนวทาง โดยจะขอให้ทางการเยอรมันสอบปากคำผู้ต้องหารายนี้ว่าจ่ายเงินให้ใครบ้าง หรือหากเป็นไปได้อาจส่งทีมตำรวจไทยไปสอบปากคำเอง เพื่อให้ความจริงปรากฎ ส่วนทนายความของผู้ต้องหาสอบถามแล้วก็ไม่ทราบว่าลูกความตนเองจ่ายเงินให้ใครบ้างเช่นกัน บอกเพียงว่ารับเงินมาทั้งหมด 1 ล้านบาท เป็นทั้งค่าจ้างและหลักทรัพย์ยื่นประกันตัว
แต่ยืนยันว่าถ้าพบตำรวจหรือเจ้าหน้าที่รายใดกระทำความผิด ตนเองไม่ช่วยแน่นอน ตลอดจนจะมีการหารือถึงเรื่องการนำตัวผู้ต้องหาชาวเยอรมันเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมด้วย โดยตนเองได้กำชับให้ผู้กำกับการ สภ.เมืองพัทยาคนปัจจุบัน เร่งขอออกหมายแดง เพื่อนำตัวผู้ต้องหาเยอรมันกลับมาดำเนินคดีโดยเร็ว ส่วนผู้ต้องหาชาวอเมริกันได้หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้วเช่นกัน ผ่านทางช่องทางธรรมชาติ ยังเหลือเจ้าของร้านชาวอังกฤษที่ยังอยู่ในประเทศ โดยตนเองได้สั่งการให้นำตัวไปกักที่ห้องกักของตม. แล้ว เพื่อรอกระบวนการนัดของศาล
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังบอกอีกว่าเรื่องดังกล่าวส่งผลต่อการจัดอันดับการค้ามนุษย์ของไทยพอสมควรเพราะมีผู้ต้องหาชาวอเมริกันด้วย ซึ่งตนเองก็เตรียมนัดเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาเพื่ออธิบายเรื่องดังกล่าวแล้ว
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews