ผู้เสียหายถูกหญิงอ้างเป็นหลาน รอง ผบช.ภ.9 หลอกลงทุนแชร์ลูกโซ่น้ำมันพืชยี่ห้อดัง สูญเงินถึง 10 ล้านบาท
วันนี้ (26 ต.ค. 2555) ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จ่าคิงส์ สะพานใหม่ พาผู้เสียหายที่ถูกผู้หญิงชักชวนให้ลงทุนน้ำมันพืชยี่ห้องดัง โดยแอบอ้างว่าตำรวจยศ พล.ต.ต. เป็นอา อ้าง สนง.ราชวัง และอ้างว่ามิสแกรนสระบุรีเป็นลูกค้ารายสำคัญ มีผู้เสียหาย 6 ราย สูญเงิน 10 ล้านบาท ทำให้ผู้เสียรายหนึ่งต้องพิการเพราะความเครียด
นายณัฐกรณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี เป็นผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผู้ก่อเหตุมาบอกตนว่ากำลังลำบาก อยู่ในช่วงที่ต้องหาเงินมาใช้หนี้แทนคนอื่นเพราะโดนโกงมาอีกที ได้บอกว่ามีสินค้าและฐานลูกค้าแต่ไม่มีเงินทุน จึงมาชักชวนขอให้ตนร่วมลงทุนเพื่อทำธุรกิจค้าส่งน้ำมันพืชยี่ห้อดัง และสินค้าโภคภัณฑ์ โดยหลอกว่ามีฐานลูกค้าในมือเป็นจำนวนมากจากคอนเนคชั่นต่างๆ และหนึ่งในลูกค้าหลักของตน คือมิสแกรนด์สระบุรี ปี 2566 โดยตนทราบภายหลังว่าได้สร้างไลน์ปลอมมาแอบอ้าง
พร้อมทั้งส่งลิงค์เป็นคลิปภาพในTik Tok ที่มิสแกรนด์สระบุรีกำลังไลฟ์ขายน้ำมันพืชยี่ห้อดังกล่าว และข้อความพูดคุยกับทีมงานของผู่ก่อเหตุมาให้ดู อ้างว่าตนมีโควต้าพิเศษจากทางน้ำมันพืชดังกล่าว แสดงให้ตน ดูว่าทางเจ้าของน้ำมันพืช ได้ออกบัตรโควต้าน้ำมันให้เป็นพิเศษ โดยมีชื่อบัตรของนายทุนและบาร์โค้ด สามารถซื้อขายน้ำมันพืชได้ไม่ต่ำกว่า 10,000 ลังเป็นขั้นต่ำ
ซึ่งมาทราบภายหลังว่าเป็นบัตรปลอม รวมทั้งยังได้ส่งหลักฐานปลอมอื่นๆ เกี่ยวกับธุรกิจมาเสนอเพื่อชักชวน ผู้ก้อเหตุเป็นหุ้นแรง แล้วแบ่งผลกำไรกัน 50/50 ตลอดระยะเวลา 3 เดือน ผู้ก่อเหตุได้ทำบัญชีรายรับรายจ่ายปลอมและมีการแบ่งกำไรเป็นปกติมาตลอด จนถึงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ผู้ก่อเหตุแจ้งว่าโดน หนึ่งในทีมงานโกง เสียหายประมาณ 24 ล้านบาท
นายณัฐกรณ์ กล่าวต่อว่า ตนเกิดความสงสัยเพราะได้ลงทุนแค่ 2.5 ล้าน เมื่อสอบถามได้ความว่านอกจากตนแล้วยังมีผู้อื่นร่วมลงทุนอีก คือ น.ส.เบญ (นามสมมุติ) มูลค่าความเสียหาย 6.7 ล้านบาท ซึ่งตัว น.ส.เบญ.นั้นกำลังป่วยหนักด้วยโรคแพ้ภูมิตัวเอง ต้องรักษาตัวและเข้าไปรักษาที่โรงพยาบาลอย่างต่อเนี่อง แต่ละครั้งต้องพักรักษาตัวนานเป็นเดือน
ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่สูง และไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างคนปกติได้ จะเดินทางไปไหนต้องนั่งรถเข็น ทำให้ น.ส.เบญ.ไม่สามารถประกอบอาชีพหรือทำกิจการอย่างคนปกติได้เต็มที่ และประกอบกับการหว่านล้อมด้วยข้อมูลเท็จชวนเชื่อต่างๆ ที่นางกัญญาสร้างมาอย่างแนบเนียน ทำให้ดูน่าเชื่อถือ เช่นมีภาพคลิปวิดิโอที่กัญญาถ่ายกับรถขนส่งบรรทุกน้ำมันพืชยี่ห้อดัง 18 คัน และภาพถ่ายที่ฉากหลังเป็นกล่องน้ำมันพืชจำนวนมาก
อีกทั้งยังมีเงินกำไรที่กัญญาโอนมาทุกๆ 1-2 สัปดาห์ตั้งแต่เดือน เม.ย ถึง ก.ค. 66 และได้โทรมาหลายครั้งชักชวนให้ลงทุนเพิ่มโดยอ้างว่าปีหน้าน้ำมันพืชยี่ห้อดังจะไม่มีโควต้าให้แล้ว และจะเปลี่ยนกฏใหม่ ต้องลงทุนเพิ่มตอนนี้ จึงทำให้น.ส.เบญ. ตัดสินใจจำนำทรัพย์สินส่วนตัว ได้แก่ ทองคำและเงินที่ตัวเองเก็บสะสมไว้ก้อนสุดท้าย ซึ่งปัจจุบันยังคงต้องรับภาระดอกเบี้ยมากมายที่เกิดขึ้นจากการโดนกัญญาหลอกให้ลงทุนเพิ่มในครั้งนี้ โดยหวังว่าจะเป็นทางที่จะได้มีเงินเพื่อใช้รักษาชีวิตตัวเองระยะยาว โดยไม่ต้องเป็นภาระของพ่อแม่
หลังจากวันที่ 30 ก.ค. 66 ที่น.ส.เบญ.ได้โอนเงินลงทุนก้อนสุดท้ายให้กัญญา ต่อมาในวันที่ 31 ก.ค. 66 กัญญาโทรมาบอกว่าถูก น.ส.ติ๊กซึ่งเป็นลูกน้องโกง และได้โอนเงินกลับมาให้ น.ส.เบญ. จำนวน 3 แสน 3 หมื่นบาท หลังจากนั้นได้โอนมาเป็นหลักหมื่น และลดมาเป็นหลักพัน จนหยุดจ่ายในที่สุดเมื่อวันที่ 16 ส.ค. 66
ต่อมานางกัญญาติดต่อมาแจ้งว่าต้องเอาเงินไปปิดผู้ลงทุนรายย่อยก่อน และจะพักจ่าย น.ส.เบญ.ไปก่อน เมื่อ น.ส.เบญ.รู้ตัวว่าถูกโกง จึงเกิดความเครียด และโรคประจำตัวกำเริบ จนต้องเข้าพักรักษาตัวที่หออภิบาลผู้ป่วยวิกฤตโรคทางเดินหายใจ (RCU) และใส่เครื่องช่วยหายใจเป็นเวลา 4 วัน หลังจากนั้น น.ส.เบญ.เกิดความเครียดจนโรคกำเริบจึงต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน จนไม่สามารถดำเนินการด้านกฎหมายด้วยตัวเองได้ จึงได้มอบอำนาจให้ทนายเป็นผู้ดำเนินการทางด้านกฎหมายแทน
นางสาว อร นามสมมุติ อดีตเป็นผู้จัดการส่วนตัวของดารา เสียหายมูลค่า 1.6 ล้านบาท เปิดเผยว่าตั้งแต่เกิดวิกฤตชีวิตทำให้ไม่สามารถทำงานในส่วนนั้นต่อได้ ในวันที่กัญญามาชักชวนขอให้ร่วมลงทุน น.ส. ม. กำลังอยู่ในช่วงขาลงของชีวิต เลยแจ้งกับกัญญาว่าตนไม่มีเงินลงทุนด้วยหรอก เงินกินใช้ทุกวันนี้ก็ได้มาจากการค้าขายเล็กๆน้อยๆ ทางกัญญาจึงให้ความมั่นใจ น.ส. อร ว่าตนสามารถพา น.ส. อร
ให้ผ่านพ้นจากวิกฤตชีวิตนี้ได้ เสนอให้ น.ส. อร ทำสัญญาร่วมลงทุนกับตน และถามหาทรัพย์สินที่ยังคงมีของ น.ส.อร รู้ว่ายังมีบ้านที่น.ส. อร อาศัยอยู่ กัญญาจึงแนะนำให้เอาบ้านไปจำนองพร้อมเสนอตัวจะช่วยหาผู้รับจำนองให้ ซึ่งผู้รับจำนองนั้นเป็นเพื่อนสนิทของตน น.ส. อร จึงหลงเชื่อ ยอมจำนองบ้านที่ตนอาศัยอยู่และเป็นทรัพย์สมบัติชิ้นสุดท้ายที่ยังมี เพื่อนำเงินมาลงทุนตามที่กัญญาชักชวน
นายณัฐปกรณ์ สุดชา ทนายความของผู้เสียหาย กล่าวเสริมว่า ซึ่งปัจจุบันทางผู้เสียหายอีก 2 คนได้แจ้งความแล้ว คดีนี้ได้รับการแจ้งความไปที่ตำรวจสอบสวนกลาง แต่คดีกลับถูกดำเนินการโดยกองปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งทางเจ้าพนักงานสอบสวนเอ่ยปากออกมาเองว่าตนไม่มีความเชี่ยวชาญในการทำคดีเกี่ยวกับเศรษฐกิจการลงทุน
โดยปกติคดีลักษณะนี้จะอยู่ในความรับผิดชอบของทางปอศ. จึงเป็นเหตุให้ทางผู้เสียหายกังวลเป็นอย่างมากในความคืบหน้าของคดี กลัวว่าผู้ก่อเหตุที่ไม่ได้ทำแบบนี้เป็นครั้งแรกจะลอยนวล และไปหลอกผู้เสียหายรายอื่นๆ อีก เหมือนที่ผ่านๆ มา
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews