“นายกฯเศรษฐา”เผย ให้ความสำคัญปัญหาน้ำท่วมอุบลฯ หลังเป็นปัญหาหมักหมมมานาน แม้เพิ่งเข้ามาทำงานไม่ถึงเดือน เร่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ฉะหน่วยงานราชการกลางวงประชุม ให้กลับไปดูสักนิดว่าทำเต็มที่แล้วหรือยัง ก่อนขอให้พยายามคิดนอกกรอบสักนิด
นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม, นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี, นายสุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ, พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และพล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี
โดยจุดแรกได้เดินทางมายังศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้า ในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือณสำนักงานชลประทานที่ 7 จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อรับฟังบรรยายสรุป ภาพรวมสถานการณ์น้ำในพื้นที่
นายเศรษฐา กล่าวว่า เป็นที่ประจักษ์ว่าจังหวัดอุบลราชธานีและพื้นที่ข้างเคียง มีปัญหาเรื่องอุทกภัย ท่วมแล้ว ท่วมอีก ท่วมต่อไป เป็นที่ทราบกันดีอยู่ตั้งแต่สมัยตนยังอยู่ภาคเอกชน ตนก็ทราบเรื่องน้ำท่วมที่อุบลราชธานีเยอะมาก จนกระทั่งเดินเข้าสู่การเมือง ตนตระหนักดีเสมอถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งต้องการแก้ไขอย่างบูรณาการระยะยาว ตนมีความเข้าใจและมีความสนใจว่าปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่สะสมหมักหมมมานาน ไม่สามารถแก้ไขได้ในระยะเวลาอันสั้น
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวอีกว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีน้ำท่วมที่จังหวัดแพร่และสุโขทัยซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงเวลาของการเยียวยา แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ส่วนจังหวัดอุบลราชธานียังไม่ท่วมมากเหมือนปีที่แล้ว แต่สำนักนายกรัฐมนตรีก็มีข้อแนะนำมาหลายข้อว่าในพื้นที่ภาคเหนือและสุโขทัยก็มีการจัดการไปแล้ว อยู่ในโหมดของการเยียวยาและป้องกันสำหรับปีหน้ามากกว่า
ส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ยังไม่ถึงเวลาที่วิกฤตจริงๆ ซึ่งหากเราไม่เตรียมอะไรไว้ก่อน ก็อาจจะเกิดวิกฤตน้ำท่วมที่จังหวัดอุบลราชธานี ไม่ใช่แค่เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจ แต่เกี่ยวข้องกับทางเกษตรกรรมอย่างมหาศาล เนื่องจากน้ำที่ท่วมขังเป็นอาทิตย์ คลายความเข้าใจของตน แต่เพื่อความปลอดภัยเป็นเรื่องใหญ่มาก
รัฐบาลตระหนักดีว่าจะเกิดขึ้นต่อไปอีกเรื่อยๆไม่ได้ แม้ว่าเพิ่งเข้ามาบริหารจัดการได้ไม่ถึงเดือน เพิ่งได้เข้ามาทำกัน คงต้องเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งต้องยอมรับก่อนในวันนี้ ฝ่ายบริหารเองก็ได้มีการลงพื้นที่กรมชลประทาน ได้สั่งการแก้ไขปัญหาในระยะสั้นยังสามารถทำได้อีก ทำได้มากกว่าที่จะทำได้ ทำได้มากกว่าที่เป็นอยู่หรือไม่ เพื่อบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชน เวลาเราเหลือน้อย สำหรับฤดูนี้ น้ำก็กำลังจะมาเราคิดว่าหากเราทำอะไรกันได้ ผมก็อยากจะคุยอยากจะฟังแผน ท่านจะสามารถทำอย่างไรได้บ้าง ไม่ให้ท่วมเท่าปีที่แล้ว
ขณะที่นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า เหนือสิ่งอื่นใดเมื่อเกิดอุทกภัยเกิดขึ้นแล้ว เราก็พร้อมอยู่แล้วผม เชื่อว่าทุกท่านพร้อม คงไม่ต้องสั่งการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ พัฒนาระบบการเตือนภัย การกระจายข่าวสาร ตรวจสอบความมั่นคงของโครงสร้างที่พัดไปกับน้ำ ตลอดจนความช่วยเหลือของประชาชน แต่นี่คือสถานการณ์หลังเกิดอุทกภัย แต่ผมเชื่อ และมีความหวังว่าระหว่างนี้ก่อนที่จะถึงจุดๆนั้น ขอให้กลับไปดูตนเองสักนิดว่าทำเต็มที่แล้วหรือยัง พยายามคิดนอกกรอบสักนิด แต่เราต้องคิดว่าจะทำอย่างไรไม่ให้ท่วม หรือท่วมน้อยที่สุด ท่วมแล้วระบายออกไปเร็วที่สุด ผมเชื่อว่าเวลายังพอมีอยู่บ้างสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในระยะหลังเกิดขึ้นในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งนี่เป็นช่วงต้นเดือนตุลาคมซึ่งผมคิดว่าช่วงที่แย่ที่สุดยังไม่มา ก็ยังมีการป้องกันได้อยู่ ถึงวิธีการระบายน้ำ ที่อาจจะต้องเสี่ยงสักนิด ต้องทำให้ดีขึ้นกว่านี้เพราะไม่พิสูจน์ทราบได้แน่นอน แต่เราก็ต้องตัดสินใจเพื่อจะทำอะไรบ้างเพื่อไม่ให้มีอุทกภัยเกิดขึ้น
ก่อนที่นายกฯ จะกล่าวต่อว่า ตนขอบคุณแม่ทัพภาคที่ 2 และหวังว่าคงไม่ต้องใช้การบริการจากท่าน
จากนั้นนายเศรษฐาและคณะจะเดินทางไปยัง สถานีตรวจวัดระดับน้ำ (M7) บริเวณเชิงสะพานเสรีประชาธิปไตย เพื่อมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ก่อนที่จะเดินทางไป ติดตามสถานการณ์อุทกภัยและพบปะกับประชาชน แก่งกระพือ ตำบลพิบูล อำเภอพิบูลมังสาหาร
อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานว่านายกรัฐมนตรีใช้รถยนต์ Toyota Alphard สีขาวหมายเลขทะเบียน กฉ 5454 อุบลราชธานี
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews