“เอ ศุภชัย” แจงแล้วร่วมเฟรม “บิ๊กโจ๊ก – มินนี่” ท้อทำงานสุจริต แต่ถูกเหมารวม เสียใจแต่ไม่ฟ้องให้จบแค่นี้
หลังจากกายเป็นประเด็นที่สังคมจับตามอง หลังมีการปล่อยภาพของ “เอ ศุภชัย” ร่วมเฟรมกับ “บิ๊กโจ๊ก – พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล” รองผบ.ตร. และภรรยา และ “มินนี่ สุชานันท์” เจ้าแม่เว็บพนันออนไลน์ จนสังคมตั้งข้อสงสัย ล่าสุด “เอ ศุภชัย” ได้ออกมาเปิดใจถึงที่มาที่ไปของภาพดังกล่าว รับเสียใจ ท้อที่ทำงานหนักวัน หาเงินอย่างสุจริตแต่กลับถูกเหมารวม

“ตอนแรกไม่รู้เรื่องอะไรเลย ก็ถ่ายไลฟ์ เล่นติ๊กต๊อก เล่นไอจีของตัวเอง จนเลขามาบอกว่ามีข่าวพี่เอ ก็เลยเข้าไปดูก็ อ้าว! ตอนแรกเราก็จำไม่ได้ว่ายังไง คือว่าเอกเรียน ม.รังสิต เป็นเพื่อนกับภรรยาบิ๊กโจ๊กตั้งแต่เด็ก น้องกุ๊บกิ๊บ (ภรรยาบิ๊กโจ๊ก) เป็นรุ่นน้องเอปีนึง เราเป็นคนใต้ด้วยกัน มารู้จักกัน มีความรักให้กัน ไม่เคยมีเรื่องธุรกิจเลย แล้วปี64 หรือ 65 คุณพ่อน้องกุ๊บกิ๊บเสีย พี่เอเลยลงไปสงขลาไปช่วยงานทุกอย่างเลยเอาน้องๆ ดาราในสังกัดที่สนิทกันอยู่แล้วไปด้วย อีกหนึ่งปีต่อมาคุณพ่อสามีน้องกุ๊บกิ๊บเสีย เราก็ไปช่วยที่งาน คนใต้มีอะไรก็จะช่วยกัน ดูแลกัน ให้กำลังใจเขา”
“แล้วหลังเสร็จงานทางกุ๊บกิ๊บโทร.มาบอกว่าอยากเลี้ยงขอบคุณที่เอเอ็นดูและช่วยงาน เอก็เลยไปในงาน ก็สนุกสนาน เป็นงานเลี้ยงขอบคุณที่ไปช่วยงาน เหมือนมีคนมาขอถ่ายรูปแล้วเอก็เป็นคนชอบถ่ายรูปอยู่แล้ว เพราะเมื่อก่อนเราไม่ได้สวย เขาอาจจะมีภาพเก่าสมัยเราอ้วนๆ เลยอยากให้มีภาพใหม่ ใครขอถ่ายรูปก็ให้ถ่ายหมด ใครไม่อยากถ่ายเรายังถามเขาเลยว่า ถ่ายรูปไหม ก็ไม่รู้ว่าถ่ายกับใครบ้าง เราก็ไม่รู้ว่าน้องเขาชื่อ มินนี่ ซึ่งต้องบอกตามตรงว่า เราคุยแต่กับภรรยาของท่าน เพราะเราเป็นพี่น้องกับภรรยาท่าน เราไม่เคยคุยเรื่องงานหรือเรื่องอะไรกันเลย คุยเรื่องหัวใจ เรื่องครอบครัว แล้วพี่ชายน้องกุ๊บกิ๊บเรียนวิศวะกับเราด้วย มันก็อยู่ด้วยกันหมดเลย 30 ปีได้ค่ะ”

“ได้รับผลกระทบไหม มันทำให้เราร้องไห้ เสียใจ แล้วเราจะแก้ปัญหานี้ยังไงในเมื่อเราเป็นคนของประชาชน ต่อไปเราไปเจอคนแล้วถ่ายรูป เกิดเขามีปัญหาแบบนี้ขึ้นมา ปัญหาจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่จริงเราก็ไม่รู้ แต่ปัญหานี้อยากให้ทุกคนเข้าใจอารมณ์ของคนมีชื่อเสียงว่าเราต้องถ่ายรูป ถ้าเราไม่ถ่ายรูปเขาก็ด่าว่าเราหยิ่ง คนมาถ่ายเราก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร ถามฟ้องกลับไหม ก็ไม่ค่ะ เราเข้าใจว่าเขามีสิทธิที่จะสงสัย เพราะว่าถ้าทุกคนไม่มีข้อมูล คนอื่นก็พร้อมจะสงสัย เราเข้าใจเขา ถ้าเราเข้าใจกันก็จะไม่มีปัญหาการปะทะ สำหรับเอเข้าใจทุกอย่างที่ใครสงสัย เพราะเขาไม่ได้มาอยู่บ้านเอ”
“แต่เออยากบอกว่าทุกวันนี้ทำงานทุกวัน เหนื่อยมาก ขายของ ปั้นเด็ก ทำงานในวงการบันเทิง มันอาจจะท้อนิดนึงกับการที่เราพยายามทำมาหากินด้วยวิธีสุจริต แต่พอคนเห็นภาพนิดหน่อยก็เหมาว่ามันจะเป็นแบบนั้น เป็นแบบนี้ไหม บางเรื่องมันเข้ามาในหูเราได้ยินก็เสียใจ ไม่เกี่ยวกับตัวเองนะ แต่เกี่ยวกับคนข้างตัวที่เป็นคนอื่น เขาจะไม่สบายใจ คนจะเหมารวมว่าคนข้างตัวเราจะเป็นแบบนี้ด้วยไหม”
“พี่เอเป็นรุ่นพี่เขา น้องกุ๊บกิ๊บเป็นลูกนักธุรกิจอันดับต้นๆ ของภาคใต้ เป็นคนสวยตั้งแต่เด็กๆแล้ว มีหลายธุรกิจ ส่วนใหญ่เอก็จะคุยกับน้องกุ๊บกิ๊บ ส่วนพี่บิ๊กโจ๊กก็น่ารักกับพวกเราตลอด หลังมีเรื่องเกิดขึ้นก็ได้คุยกันนิดหน่อย เราเข้าใจจิตใจของทุกคน เราเองก็จัดการในส่วนของเรา เอก็จัดการตัวเอง ไม่โกรธใคร ไม่อยากให้ใครทะเลาะกัน ไม่อยากให้เกิดการปะทะ เหตุการณ์ครั้งนี้ก็จะไม่ต่อความยาวสาวความยืด จะจบแค่นี้ เรารักทุกคน แต่ไม่สามารถบังคับทุกคนให้รักเราได้”
“น้องกุ๊บกิ๊บก็ไลน์มา ก็ขอโทษพี่เอที่ชวนไปงานเลี้ยง ทำให้พี่เอต้องเจอข่าวนี้ พี่เอก็บอกว่าไม่เป็นไรเลย ถ้าเรารักใครแล้วรักด้วยหัวใจ จะเกิดอะไรขึ้นพี่เอโอเค (เสียงสั่น) แต่ยอมว่าตกใจอยู่ดีๆ คนโทรมาเยอะมาก ก็งง”

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews