สภาองค์กรของผู้บริโภค ชี้ เรื่องรถไฟฟ้า 20 บาท สามารถทำได้จริงและทำได้ทันที แต่ภาครัฐต้องมีความจริงใจในการเจรจา
จากการนำเสนอแนวคิดถึง เรื่องรถไฟฟ้า 20 บาท ทำได้จริง ไม่ต้องรอถึง 2 ปี ทำทันทีเพื่อประโยชน์ของผู้บริโภค นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวว่า หากรัฐบาลมีความจริงใจต่อประชาชน รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายสามารถทำได้จริงและสามารถทำได้ทันที โดยให้เริ่มจากสายที่รัฐเป็นเจ้าหรือเป็นผู้ลงทุนก่อนเนื่องจากมีความยุ่งยากในการปรับเปลี่ยนระบบน้อยกว่า
ซึ่งจากการศึกษาต้นทุนในการให้บริการรถไฟฟ้ารวมถึงระบบขนส่งต่างๆ ที่ทางสภาองค์กรของผู้บริโภคศึกษาพบว่า อยู่ที่ 11-13 บาท โดยยังไม่ได้พิจารณาในเรื่องของสัญญาสัมปทานเอกชนร่วมด้วย เพราะฉะนั้นหากจะพิจารณาปรับราคารถไฟฟ้าในส่วนที่รัฐเป็นเจ้าของ ประกอบด้วย สายสีน้ำเงิน สีม่วง สีแดงและสีเหลือง คิดค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสายสามารถทำได้ทันที
และควรที่จะพิจารณาใช้กับประชาชนที่เดินทางโดยทั่วไป ไม่ใช่เฉพาะผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และจากหลายภาคส่วนที่มีการศึกษา พบว่า หากจะมีการปรับราคารถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายภาครัฐจะต้องมีการอุดหนุนอยู่ที่ปีละประมาณ 5,400 ล้านบาทนั้น มองว่า หากต้องมีการอุดหนุนในส่วนนี้จริง แต่เชื่อว่าภาครัฐจะมีรายได้จากส่วนอื่นๆเข้ามาชดเชย ซึ่งถือว่าคุ้มค่ากับการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจที่ดีขึ้นส่งผลกับผู้ประกอบการร้านค้า ภาคอสังหาริมทรัพย์ การใช้จ่ายและการเสียภาษี รวมถึงการโฆษณา มั่นใจว่าจะสามารถชดเชย รายจ่ายของภาครัฐปีละกว่า 5,000 ล้านบาทได้
ด้านนักวิชาการ ระบุว่า ระบบโดยสารสาธารณะเป็นระบบที่ภาครัฐต้องให้บริการประชาชนและไม่ควรผลักภาระให้ประชาชนเป็นผู้จ่าย เพื่อทำให้เกิดความคุ้มทุน แต่ภาครัฐควรพิจารณาหารายได้เพื่อเพิ่มมูลค่าจากช่องทางอื่นๆ และไม่ควรใช้ภาษีเข้ามาชดเชยเพราะจะส่งผลกระทบต่อการชำระหนี้ในระยะยาว ซึ่งจากการศึกษาต้นทุนการเดินรถพบว่าแต่ละสายจะอยู่ที่ 13-17 บาทเพราะฉะนั้นหากจะมีการพิจารณาปรับราคาค่าโดยสารเป็น 20 บาทตลอดสายนั้นมีความเป็นไปได้ แต่ภาครัฐจะต้องมีการเจรจาอย่างกล้าหาญเด็ดขาดและมีกลยุทธ์ ซึ่งเวลานี้มองว่าภาครัฐเกรงใจเอกชนเกินไป ทำให้การเจรจาไม่ได้ทำอย่างเต็มที่
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews