ก้าวไกล พร้อมเป็นฝ่ายค้านเชิงรุกปัดจ้องล้มรบ.เพื่อไทย

การเมือง ข่าว
ก้าวไกล แถลง พร้อมเป็นฝ่ายค้านเชิงรุก ปัดจ้องล้มรัฐบาลเพื่อไทย ชี้ สิ่งที่จะล้มรัฐบาลได้คือศรัทธาของประชาชน จี้ศาลรธน.เคลียร์คดี “พิธา” กันติดเงื่อนไขผู้นำฝ่ายค้าน

 

 

 

 

ที่อาคารรัฐสภา นายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะเลขาธิการพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย สส.พรรคก้าวไกล แถลงถึงทิศทางของพรรคก้าวไกลหลังจากที่นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกรัฐสภาให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ว่า วันนี้เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าการเลือกนายกรัฐมนตรีในวันนี้ และการจัดตั้งรัฐบาลหลังจากนี้

 

 

มิได้เป็นไปตามเจตจำนงของประชาชนส่วนใหญ่ ที่ได้แสดงออกผ่านการเลือกตั้ง พรรคก้าวไกลขอย้ำว่า การจัดตั้งรัฐบาลในครั้งนี้มิใช่การสลายขั้วความขัดแย้ง โดยเอาวาระของประชาชน และวาระของประเทศเป็นตัวตั้ง แต่นี่เป็นการสยบยอม และต่อลมหายใจให้กับระบบการเมืองที่คณะรัฐประหารเมื่อปี 2557 พยายามที่จะสถาปนาขึ้น เป็นการทำลายความหวัง ความฝัน และอำนาจของประชาชน ตามระบอบประชาธิปไตย

 

 

 

ต่อจากนี้ไปพรรคก้าวไกลจะทำงานในฐานะพรรคฝ่ายค้าน โดยเราจะเป็นฝ่ายค้านเชิงรุก ทุกเสียงของพี่น้องประชาชนที่มอบให้กับพรรคก้าวไกลต้องมีความหมาย ผู้แทนราษฎรของพรรคก้าวไกลทุกคนจะทำงานอย่างสุดความสามารถ ทั้งในด้านการตรวจสอบฝ่ายบริหาร ทั้งในด้านการผลักดันกฎหมายที่ก้าวหน้า ทั้งในด้านการผลักดันวาระของประชาชน ผ่านกลไกต่างๆ ของสภา รวมทั้งการทำงานกับประชาชนนอกสภา เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคมร่วมกันอย่างไม่ท้อถอย

 

 

แม้ผู้มีอำนาจจะพยายามทำให้อำนาจของประชาชนไม่มีความหมาย แต่พรรคก้าวไกลยังยืนอยู่ข้างประชาชนอย่างมั่นคง ด้วยความเชื่อมั่นว่า พลังของพี่น้องประชาชนจะสามารถสร้างอนาคตแบบใหม่ให้แก่สังคมไทยได้ในที่สุด

 

 

 

“สักวันนึงเราจะมีประชาธิปไตยอย่างแท้จริง สักวันนึงเราจะมีระบบเศรษฐกิจที่ก้าวหน้าเท่าทันโลกและเป็นธรรม สักวันนึงเราจะมีสังคมที่เคารพความแตกต่างหลากหลาย เคารพสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน ยึดถือความมั่นคงของประชาชนเป็นความมั่นคงของชาติ” ด้วยความเคารพในประชาชนที่มีอำนาจสูงสุดของประเทศ

 

 

ทั้งนี้ นายชัยธวัช ยังได้เปิดเผยถึงกรณีของนายอนุภาพ ลิขิตอำนวยชับ สส.สมุทรสงคราม พรรคก้าวไกล ที่มีอาการสโตกระหว่างการประชุมรัฐสภา ว่า ขณะนี้พ้นขีดอันตรายแล้ว กำลังรอตรวจเช็คร่างกายอีกรอบหนึ่ง ซึ่งทางพรรคก้าวไกลได้ติดต่อทางภรรยาและครอบครัวของนายอานุภาพแล้วตั้งแต่ตอนเกิดเหตุ พรรคก้าวไกลขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยกันดูแล

 

 

 

เมื่อถามว่า จะเป็นผู้นำฝ่ายค้านหรือไม่ เนื่องจากเป็นพรรคที่มีเสียงมากที่สุดในฝ่ายค้าน นายชัยธวัช กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องพิจารณากันในพรรค ยังมีเวลาอยู่ ส่วนกำหนดเวลาในช่วงไหนนั้น ในรัฐธรรมนูญมีการกำหนดเวลาไว้ว่าตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ตนไม่แน่ใจว่าจะต้องแต่งตั้งหลังมีคณะรัฐมนตรีกี่สัปดาห์

 

 

 

เมื่อถามว่า นายปฏิพัทธ์สันติ ภาดา รองประธานสภาคนที่ 1 จะต้องลาออกจากตำแหน่งหรือไม่นั้น นายชัยธวัชกล่าวว่า เรื่องนี้ยังมีเวลาต้องดูตามกรอบรัฐธรรมนูญ ส่วนจะมีการกดดันจากฝ่ายบริหารให้นายปฏิพัทธ์ลาออกหรือไม่นั้น
ตนคิดว่าไม่น่าจะเกี่ยวฝ่ายบริหาร เรื่องนี้เป็นการตัดสินใจของพรรคก้าวไกล ไม่มีเหตุผลอะไรที่ฝ่ายบริหารจะกดดันในเรื่องดังกล่าว

 

 

 

เมื่อถามว่าเงื่อนไขการโดนสั่งหยุดปฎิบัติหน้าที่ของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลจะเป็นปัญหาหรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า มีปัญหาแน่นอน จึงอยากเรียกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด เพราะคณะกรรมการไต่สวนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในส่วนของคดีอาญา เห็นว่า ไอทีวี ไม่ใช่บริษัทสื่อแล้ว จึงหวังว่าศาลรัฐธรรมนูญจะดำเนินการพิจารณาไต่สวนเรื่องนี้หลังจากที่พักก้าวไกลได้ยื่นเอกสารชี้แจงไปแล้วโดยเร็วที่สุด เพื่อคืนความยุติธรรมให้ เพื่อคืนความเป็นธรรมให้นายพิธา

 

 

 

เมื่อถามถึงกรณีที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้วส.ส. น่านและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าถ้าไม่มีกลไกของรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะไม่จับมือกับพรรคก้าวไกลตั้งแต่แรก นายชัยธวัช ชงักพร้อมกล่าวว่า ก็เป็นความเห็นของพรรคเพื่อไทย

 

 

 

เมื่อถามว่ามีแผนจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเร็วที่สุดเมื่อไหร่ นายชัยธวัช กล่าวว่า การทำงานในฐานะพรรคฝ่ายค้าน ต้องทำอย่างสร้างสรรค์ นึกถึงหลักการและเหตุผลเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่ว่า จะคัดค้านและจ้องล้มรัฐบาลอยู่ทุกวัน ตนคิดว่ารัฐบาลชุดนี้ สิ่งที่จะล้มได้คือศรัทธาของประชาชน แม้เราจะเป็นฝ่ายค้าน พรรคก้าวไกลจะเดินหน้าทำงานเตรียมความพร้อมการบริหารประเทศการบริหารประเทศให้ดีที่สุด ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

 

 

 

เมื่อถามว่าจะผลักดันการแก้ไขกฎหมายมาตรา 112 ต่อหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า กฎหมายที่เราได้เคยหาเสียงไว้กับประชาชน เราจะดำเนินการทั้งหมด ซึ่งตอนนี้ก็ทยอยเสนอไปแล้วหลายชุด

 

 

 

เมื่อเมื่อถามว่าจะมีการแบ่งงานกับพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ในการทำงานร่วมกันในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้านหรือไม่ถ้า นายชัยธวัช กล่าวว่า ไม่จำเป็น โดยธรรมชาติ พรรคฝ่ายค้านไม่มีการแบ่งงานกัน เพียงแต่อาจจะมีวาระที่จะต้องทำร่วมกันเช่น การอภิปรายไม่ไว้ใจ การตรวจสอบฝ่ายบริหารในวาระต่างๆ อันนี้จำเป็นต้องที่ต้องทำงานร่วมกันอยู่แล้ว เป็นเรื่องธรรมชาติ หลังจากที่มีการแต่งตั้งวิปทั้งฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาล ก็คงจะเริ่มพูดคุยกัน

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews