“เสรี” มองผู้ตรวจฯต้องทำตามกรอบรัฐธรรมนูญ ไม่ขอก้าวล่วงศาล ติงขอให้รัฐสภางดการประชุมหยุดการดำเนินการเลือกนายกฯไม่ได้
การประชุมวุฒิสภา ที่มีนายศุภชัย สมเจริญ ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้เข้าสู่วาระพิจารณารายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินและรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564
โดยนายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา อภิปรายว่า อำนาจหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินจะต้องทำตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ จะขอไม่ก้าวล่วงในอำนาจศาล แต่เห็นว่าอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดินที่ต้องเสียงบประมาณการจ่ายให้กับองค์กรนี้นับพันล้าน ซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็น 1 ใน 7 องค์กร ที่ตั้งมาตั้งแต่ปี 2540 เพื่อแก้ปัญหาในอนาคต และเพื่อการทำงานมีประสิทธิภาพไม่ใช่ทำตามกระแสหรือตามที่มีผู้ยื่นคำร้อง 17 เรื่องทำให้เป็นกระแสกดดันผู้ตรวจการแผ่นดินให้ส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย
ซึ่งส่วนตัวเข้าใจเพราะปัจจุบันคน และหน่วยงานต่างๆ กลัวทัวร์ลงกันเยอะ จึงทำให้มีแรงกดดันในสังคมไทย แต่ส่วนตัวเห็นว่าหลายหน่วยงานต้องมีมาตรฐาน ในการทำงาน เพื่อทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย และการมีมาตรฐานนั้น ต้องยึดหลักยึดมั่นในรัฐธรรมนูญที่แบ่งหน้าที่ชัดเจนแล้วว่ามีฝ่ายนิติบัญญัติบริหารและตุลาการ
ซึ่งเมื่อฝ่ายนิติบัญญัติได้ทำหน้าที่ในสภา ใช้ดุลยพินิจของสมาชิกปัจจุบัน ทำงานร่วมกัน 750 คน การทำหน้าที่ในรัฐสภาถือว่าเป็นอำนาจสูงสุดของประเทศ การทำหน้าที่ในรัฐสภาเป็นอำนาจอธิปไตยของชาติ ต้องมีคนถ่วงดุลอำนาจระหว่างนิติบัญญัติ บริหารและตุลาการซึ่งกันและกัน
ดังนั้นสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน มีความชัดเจนต้องแก้ปัญหาใน 2-3 เรื่องตามบทบัญญัติไว้ แต่ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบการใช้อำนาจสูงสุดของประเทศ คือมติรัฐสภา และเมื่อท่านได้งบประมาณไป แล้วใช้อำนาจในทางที่เกิดปัญหาต่อบ้านเมืองได้ การใช้อำนาจทางนิติบัญญัติเมื่อตัดสินแล้วต้องยุติในรัฐสภา
มิเช่นนั้นจะกลายเป็นว่าสภา ตัดสินวินิจฉัยเรื่องใดไปแล้วส่งผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้ตรวจการแผ่นดินก็ต้องกลั่นกรองตรวจสอบอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยความรู้ความสามารถว่า เรื่องเหล่านี้ เป็นการขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ เป็นการแบ่งแยกอำนาจหรือไม่อย่างไร
ดังนั้น ส่วนตัวเป็นห่วงว่า หากรัฐสภาต่อไปทำงานไปแล้ว เกิดมีคนไม่พอใจหรือนักการเมืองด้วยกันเองไม่พอใจยื่นเรื่องไปที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้ตรวจการแผ่นดินก็ไม่ต้องทำอะไรมาก เพียงแค่มีคนร้องเยอะๆกลัวทัวร์ลงก็ส่งไปศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องคุยกันเพราะมันเกี่ยวเชื่อมโยงกับงบประมาณที่กำหนดตั้งหน่วยงานนี้ขึ้นมา
ดังนั้นในการทำหน้าที่ ต้องมีกรอบพอสมควร กับการที่จะดำเนินการ จะกลับปรากฏว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินขอศาลรัฐธรรมนูญ ให้รัฐสภา งดหรือหยุดการดำเนินการเลือกนายกรัฐมนตรี ในการประชุมครั้งที่ 3 มันเป็นไปได้อย่างไร ถ้าจะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตามสิทธิเสรีภาพก็สามารถยื่นได้
แต่ไปขอให้รัฐสภางดการประชุมเพื่อรอคำวินิจฉัยของศาล ทั้งๆที่บ้านเมืองต้องมีนายกรัฐมนตรีต้องมีรัฐบาล เห็นหรือยังว่าบ้านเมืองเสียหายแค่ไหน ส่วนตัว ไม่ได้ห้ามเรื่องดุลยพินิจแต่มองว่า สิ่งที่ห้ามมิให้รัฐสภาประชุม หรือทำหน้าที่ต่อ อันนี้ไม่ใช่งานของผู้ตรวจการแผ่นดิน
ด้านนายฑิฆัมพร ยะลา รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ชี้แจงทันทีว่า ได้มีการประเมินตัวชี้วัดเรื่องการทำงานว่า มีประสิทธิภาพหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องของการร้องเรียน ซึ่งผลตอบรับพอใจกว่า 80% ขณะที่สถาบันพระปกเกล้าสำรวจความเชื่อมั่นองค์กรอิสระ พบว่า สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้เปอร์เซ็นต์ที่สูงสุด ในองค์กรอิสระคือ 62% เท่ากับว่ามีประสิทธิภาพมากที่สุด
ส่วนเรื่องที่นายเสรี ระบุถึงเรื่องการส่งข้อบังคับการประชุมที่ 41 ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนั้น นายฑิฆัมพรยืนยันว่า องค์ประกอบครบถ้วนที่จะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญได้ ส่วนข้อเสนอที่ให้ชะลอเรื่องเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น นายฑิฆัมพร ชี้แจงว่า หากข้อบังคับที่ 41 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ หากเลือกนายกรัฐมนตรีไป ก็จะเกิดผลเสียต่อรัฐธรรมนูญ จึงขอให้พิจารณาเรื่องนี้ด้วย และเรื่องนี้เป็นการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญว่าจะวินิจฉัยไปในทิศทางใด
จากนั้น นายเสรี ลุกขึ้นอภิปรายอีกครั้งว่า สถาบันพระปกเกล้าเอง ประเมินตัวเองได้ 100% ซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดินสู้ไม่ได้ ส่วนการที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญไปนั้น มองว่า ไม่สามารถทำได้ และยังทำให้มองว่าสิ่งที่ส่งไปเป็นเรื่องข้อบังคับใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่เป็นเรื่องจริงทำให้สาธารณชนสับสน
เพราะไม่ได้ลงมติถึงข้อบังคับและรัฐธรรมนูญอะไรใหญ่กว่ากัน และผู้ตรวจฯ ไม่ได้ ส่งรายละเอียดเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญมาตรา 272 เกี่ยวกับการเสนอชื่อนายกฯ ซ้ำได้ แต่ต้องมีสมาชิกรองรับ 2 ใน 3 อีกทั้งประธานรัฐสภา ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ ทั้งที่ทำหน้าที่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญแล้ว
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews