ประชุมรัฐสภา โหวตนายกฯ รอบ 2 เริ่มแล้ว “สุทิน” ลุกเสนอชื่อ “พิธา” ถูก ส.ส.อีกฝั่ง-ส.ว. งัดข้อบังคับข้อ 41 ทำไม่ได้ ด้าน “ก้าวไกล” ไม่ยอมรับ ชี้เป็นเรื่องนอกวาระ หารือไม่ได้ เร่งให้โหวต
การประชุมรัฐสภา วาระพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคล ซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 โดยมีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม
จากนั้น นายสุทิน คลังแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกลเป็นนายกรัฐมนตรี
ทั้งนี้ หลังการเสนอชื่อมีการประท้วงทันที จากนายอัครเดช มุ่งพิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ลุกโต้แย้งว่า การเสนอชื่อของนายพิธานั้น ไม่สามารถทำได้ เพราะชื่อของนายพิธา
เคยเสนอต่อที่ประชุมรัฐสภา เมื่อ 13 กรกฎาคม แล้ว แต่ไม่ได้รับความเห็นชอบดังนั้น จึงถือว่าเป็นญัตติที่ตกไปแล้ว ดังนั้น การเสนอญัตติซ้อนอีกครั้งไม่สามารถทำได้ และขัดกับข้อบังคับที่มีสถานะเป็นกฎหมาย
โดยมีข้อโต้แย้งจากฝั่ง 8 พรรคร่วมรัฐบาลเช่นกัน อาทิ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เช่นเดียวกันว่า การหารือของนายอัครเดชนั้น ไม่ถูกต้อง เพราะเป็นขั้นตอนของการเลือกนายกรัฐมนตรีตามกระบวนการของรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ต้องดำเนินการไปตามขั้นตอน
ขณะนายจุลพันธุ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ขอให้มีการรับรองเสนอชื่อผู้ถูกเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ญัตติสมบูรณ์ ก่อนจะดำเนินการคัดค้านต่อไป ซึ่งนายวันมูหะมัดนอร์ วินิจฉัยว่าขอให้ดำเนินการตามขั้นตอนรับรองก่อน และให้นายอัครเดช รอ ทั้งนี้ จากการรับรองชื่อนายพิธา พบว่า มีส.ส.ที่รับรอง รวม 304 คน
อย่างไรก็ตาม นายอัครเดช ยืนยันว่า การเสนอชื่อนายพิธาให้โหวตรอบ2นั้น ไม่สามารถทำได้ เพราะจะขัดกับข้อบังคับข้อ 41 ทำให้ ส.ส.พรรคก้าวไกลและมีทีท่าว่าบรรยากาศในที่ประชุมวุ่นวาย ทำให้นายวันมูหะมัดนอร์
ชี้แจงว่า การประชุมวิป3 ฝ่าย นั้น มีข้อตกลงร่วมกันว่า หลังจากการเสนอญัตติบุคคลที่จะเสนอเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วต้องให้เสนอญัตติเพื่อถกเถียง ซึ่งจะให้ใช้เวลา 2 ชั่วโมง
ด้านนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า วานนี้ (18 กรกฏาคม) ตนอยู่ในการประชุมวิปด้วย ซึ่งไม่มีข้อสรุปดังกล่าว ดังนั้น ตนขอให้ประธานรัฐสภาวางตัวเป็นกลาง
อีกทั้งในกระบวนการเลือกนายกรัฐมนตรีนั้นต้องยึดการทำงานในสภาฯ ต้องยึดระเบียบข้อบังคับ
ทำให้นายวันมูหะมัดนอร์ ชี้แจง ว่า การอภิปรายยังอยุ่ในระเบียบวาระไม่ได้นอกวาระ เพราะอภิปรายเรื่องการเสนอชื่อบุคคลที่จะถูกเลือกเป็นนายกฯ ส่วนจะเห็นด้วยหรือไม่ขอให้ว่ากันอีกครั้ง
โดยเมื่อวานเป็นการหารือไม่ได้ข้อยุติ แต่ต้องนำข้อหารือที่ไม่มาร่วมหารือแจ้งให้ตรงกัน หากมีความคิดเห็นไม่ตรงกันเรื่องเสนอชื่อซ้ำ หากไม่ตรงกับข้อบังคับข้อใดข้อหนึ่ง อาจมีความคิดเห็นหลายฝ่ายจะให้แสดงความคิดเห็นได้ ใช้เวลา 2 ชั่วโมง หรือ 120 นาที ดังนั้น เพื่อความเรียบร้อย เสมอภาค เท่าเทียม จะให้เวลา 3 ฝ่ายๆ ละ 40 นาที
ทั้งนี้ นายรังสิมันต์ ลุกใช้สิทธิ์พาดพิง ยืนยันว่า ผลการหารือ 3ฝ่าย ยอมรับว่า มีข้อเสนอจริง แต่พรรคก้าวไกลไม่เห็นด้วย ดังนั้น ต้องเข้าสู่กระบวนการเลือกนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 272
เพื่อให้เป็นไปตามวาระ ซึ่งกรณีที่หารือนั้นเป็นเรื่องที่อยู่นอกวาระ
หลังจากนั้น บรรยากาศของการประชุม ได้ลุกอภิปรายโต้แย้งในประเด็นดังกล่าวอย่างเข้มข้น โดย ส.ว. สนับสนุนต่อการอภิปรายข้อหารือในประเด็นญัตติที่ตกไปตามข้อบังคับข้อ41 ต่อไป
เพราะการหารือของวิปนั้น หากข้อเสนอใดที่ไม่มีใครโต้แย้งถือว่าไดด้รับการยอมรับ พร้อมย้ำว่า ญัตติเสนอชื่อนายพิธานั้น ต้องตกไปตามข้อบังคับ แต่ยังถูกส.ส.พรรคก้าวไกล โต้แย้งเป็นระยะๆ
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews