ไทยจัดประชุมสมัชชาใหญ่สภาโอลิมปิกแห่งเอเชียครั้งที่42

ข่าว กีฬา
ประเทศไทยจัดประชุมสมัชชาใหญ่ สภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย ครั้งที่ 42 (42nd OCA General Assembly 2023)

 

 

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่สภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย ครั้งที่ 42 โดยมี H.E. Raja Randhir Singh รักษาการประธานสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม และมีคณะกรรมการบริหารสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย,สมาชิกสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย, คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งชาติ ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมบางกอกคอนเวนชั่น ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา

 

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ในนามของรัฐบาลไทย มีความยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งในการกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่ สภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย ครั้งที่ 42 (42nd OCA General Assembly 2023) ระหว่างวันที่ 6 – 8 กรกฎาคม 2566 ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย โดยมีวาระการประชุม เพื่อการจัดการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย รวมไปถึงวาระการประชุมในการเตรียมการ เพื่อผลักดันประเทศสมาชิกในการเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาสำคัญ ๆ ของภูมิภาคเอเชีย ทั้งมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ มหกรรมกีฬาเอเชียนอินดอร์และมาเชี่ยลอาร์ทเกมส์ และอื่นๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ด้วยจำนวนประชากรในภูมิภาคเอเชียรวมกว่า 4,700 ล้านคน หรือกว่า 59% ของประชากรโลก ทำให้ประชาคมกีฬาในภูมิภาคเอเชีย ภายใต้องค์กรที่มีบทบาทความสำคัญในการพัฒนาและขับเคลื่อนกีฬาในภูมิภาคอย่างสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย ซึ่งถือเป็นองค์กรกีฬาอิสระ และเป็นองค์กรกีฬาสากลที่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการโอลิมปิกนานาชาติ (IOC) สมาคมคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งชาติ (ANOC) และ 45 ประเทศจากคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งชาติ (NOCs) ในภูมิภาคเอเชีย เหล่านี้ล้วนแสดงให้เห็นถึงโอกาสและความท้าทายในการพัฒนาสังคมเอเชียอย่างยั่งยืนโดยการใช้มิติของการกีฬา

 

ประเทศไทย ถือเป็นหนึ่งในสมาชิกของสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย ภายใต้การดำเนินกิจกรรมของคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (NOCT) ได้ให้การสนับสนุน การส่งเสริม และความร่วมมือทั้งในระดับรัฐบาล ระดับองค์กร รวมไปถึงระดับบุคลากรด้านการกีฬามาอย่างต่อเนื่องจะเห็นได้จากการเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA Games) มามากว่า 7 ครั้ง และกำลังจะเกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 8 ในปี 2025 การเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์กว่า 4 ครั้ง การเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันมหกรรมกีฬาเอเชียนบีชเกมส์ 1 ครั้ง รวมไปถึงการเป็นเจ้าภาพมหกรรมเอเชียนอินดอร์และมาเชี่ยลอาร์ทเกมส์ 2 ครั้ง และครั้งที่ 3 ในปี 2023 นี้ ในนามรัฐบาลไทย ตนเชื่อมั่นว่าประเทศไทยจะสร้างผลงานการเป็นเจ้าภาพมหกรรมเอเชียนอินดอร์และมาเชี่ยลอาร์ทเกมส์ 2023 ให้เป็นที่ประจักษ์และประทับใจของนักกีฬา คณะกรรมการ ตลอดจนผู้ชมจากทั่วเอเชีย อันจะสร้างผลประโยชน์และคุณูปการต่อสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย และประเทศสมาชิกสภาโอลิมปิกแห่งเอเชียด้วยกันทั้งสิ้น

 

“รัฐบาลไทย โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยืนหยัดในการให้ความสำคัญกับด้านการกีฬาตั้งแต่ในระดับเยาวชนไปจนถึงโครงสร้างกีฬาทั้งระบบอย่างต่อเนื่อง เรามีแผนการปฏิบัติงานทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และยุทธศาสตร์การพัฒนากีฬาอย่างเป็นระบบในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี สิ่งเหล่านี้ ในฐานะสมาชิกประชาคมกีฬาเอเชีย ขอให้เชื่อมั่นว่าประเทศไทยจะเป็นหนึ่งในประเทศศูนย์กลางในการขับเคลื่อนกีฬาที่สำคัญของภูมิภาค ด้วยความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านบุคลากร และบริบทของภูมิศาสตร์ ประเทศไทยพร้อมที่จะสนับสนุนภารกิจสำคัญสภาโอลิมปิกแห่งเอเชียไปสู่เป้าหมายในการพัฒนากีฬาของภูมิภาคเอเชียอย่างยั่งยืน”

 

จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ถึงกรณีการเลื่อนจัดการแข่งขันกีฬาเอเชียนอินดอร์และมาเชี่ยลอาร์ทเกมส์ ครั้งที่ 6 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ที่กรุงเทพมหานคร กับ ชลบุรี

 

ว่า เรื่องนี้ ทางคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ฯ ได้มีการประชุมแล้วว่าขณะนี้ไทยเราจะขอเลื่อนการแข่งขันไปปีหน้าช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้เราได้นำเสนอเรื่องผ่านไปแล้ว รอให้การประชุมในครั้งนี้เสร็จ ทางคณะกรรมการโอซีเอ ก็จะทำการพิจารณาว่าสิ่งที่โอลิมปิคไทยเรานำเสนอไปแล้วเขาจะทำอย่างไร ก็คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา เพราะเขาก็ทราบกันดีว่าขณะนี้ประเทศไทยเราเป็นรัฐบาลรักษาการ ทุกสิ่งทุกอย่างก็รอรัฐบาลทำการตัดสินใจในเรื่องที่เราขอเลื่อนไปเป็นปีหน้า อีกอย่างสำหรับปีนี้ มีการแข่งขันมหกรรมกีฬาระดับโลกรายการใหญ่ๆ ที่จัดการแข่งขันอย่างต่อเนื่องจำนวนมาก เราก็คำนึงว่าถ้าเราจัดการแข่งขันในปีนี้ ก็เท่ากับว่านักกีฬาระดับชั้นนำก็อาจไม่มาร่วมแข่ง แต่ถ้าเราทอดระยะเวลาออกไปถึงต้นปีหน้า ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดีสำหรับนักกีฬา หลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ก็จะสามารถมาร่วมแข่งขันกีฬาเอเชียนอินดอร์และมาเชี่ยลอาร์ทเกมส์ ครั้งที่ 6 ที่ประเทศไทยได้

ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ได้เผยถึงความพร้อมในการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 19 และ กีฬาเอเชี่ยนพาราเกมส์ ครั้งที่ 4 ณ เมืองหางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ว่าขณะนี้ประเทศไทยมีความพร้อมในทุกๆ ด้าน รวมไปถึงด้านการถ่ายทอดสดที่จะให้ประชาชนได้รับชมการแข่งขันให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะชนิดกีฬาที่ประเทศไทยได้เข้าร่วมการแข่งขัน ส่วนการเตรียมความพร้อมในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส นั้น เราได้นำบทเรียนจากโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่น มาปรับใช้โดยเฉพาะเรื่องการประสานงานล่วงหน้า โดยครั้งนี้ได้มีทีมที่เข้าไปดูแลเรื่องของสถานที่ฝึกซ้อม การเก็บตัวของนักกีฬา เพื่อให้นักกีฬาได้มีการปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมต่างๆ และอาจจะมีการเข้าร่วมฝึกซ้อมกับประเทศอื่นๆ ซึ่งถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ประเทศไทยมีความแข็งแกร่งขึ้น และโอกาสในการประสบความสำเร็จก็มีเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

 

จากนั้น ในช่วงบ่าย ผู้ว่าการ กกท. ได้เปิดเผยหลังจากที่รายงานต่อที่ประชุมถึงการขอเลื่อนจัดการแข่งขันกีฬาเอเชียนอินดอร์และมาเชี่ยลอาร์ทเกมส์ ครั้งที่ 6 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ที่กรุงเทพมหานคร กับ ชลบุรี ว่าที่ประชุมได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยไทยจะทำการการเลื่อนจัดการแข่งขันกีฬาเอเชียนอินดอร์และมาเชี่ยลอาร์ทเกมส์ ครั้งที่ 6 ออกไปเป็นระหว่างวันที่ 24 ก.พ. – 6 มี.ค. 2024 ทำให้ประเทศซาอุดิอาระเบียก็ขอเลื่อนการแข่งขันฯ ที่จะต้องจัดต่อจากไทยในปี 2025 ออกไปเป็นปี 2026 เพื่อให้มีเวลาเตรียมการและเตรียมทีมนักกีฬาให้มากขึ้น.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews