“เศรษฐา” ย้ำเพื่อไทย หนุน “พิธา” นั่งนายกฯ สุดตัว

การเมือง ข่าว
“เศรษฐา”ย้ำเพื่อไทย หนุน”พิธา” นั่งนายกฯ สุดตัว ชี้ ควรให้โอกาสโหวตรอบสอง หลังขั้วตรงข้ามแนะควรเป็นโอกาสพรรคลำดับสอง ขอตั้งรัฐบาลโดยเร็ว หวั่นกระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน ย้ำ ทักษิณกลับไทยไม่กระทบการเมือง

 

 

 

นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนร่วมงานเสวนา “แผนผ่าวิกฤติ พิชิตสงคราม” โดยกล่าวถึงกรณีขั้วรัฐบาลปัจจุบันออกมาแสดงความคิดเห็นว่าหากโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งแรกแล้วไม่ผ่าน ในการโหวตครั้งถัดไป ควรให้โอกาสพรรคการเมืองอันดับสองเสนอชื่อ และไม่ควรเสนอชื่อเดิมซ้ำ เพราะไม่ใช่การเลือกหัวหน้าห้อง ว่า เลยเวลาเลือกหัวหน้าห้องของตนมานานมากแล้ว ตอนนั้นเลือกตั้งแต่เด็กๆ จำไม่ได้ว่าเลือกกันยังไง แต่ตนเชื่อว่าต้องดูที่ตัวเลข ความจริงก็ควรให้โอกาสเขา ในการโหวตครั้งที่สอง

 

 

ส่วนจะผ่านไปได้ด้วยดีหรือไม่นั้น นายเศรษฐา ระบุว่า ตามที่ได้คุยกับพรรคก้าวไกล รวมถึงการให้สัมภาษณ์ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ก็คาดว่าจะได้ 376 เสียง

 

 

ส่วนกรณีที่พรรคก้าวไกล จะได้เสียงจากสมาชิกวุฒิสภา ขณะที่สมาชิกวุฒิสภาส่วนใหญ่บอกจะไม่สนับสนุน จนมีกระแสข่าวว่ามีการซื้อเสียงแลกโหวตให้นายพิธา นายเศรษฐา ระบุว่า เรื่องนี้ตนไม่ทราบ เรื่องการซื้อเสียงเราไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว ควรใช้เหตุผลในการคุยกันมากกว่า พร้อมระบุว่าเรื่องนี้สำคัญ และเป็นเรื่องของประเทศชาติ ประชาชนได้พูดแล้วว่าอยากได้ฝ่ายไหนมาจัดตั้งรัฐบาล

 

 

สำหรับเงื่อนไขหลักของ ส.ว. ในประเด็นการแก้ไขมาตรา 112 จะเป็นข้ออ้างในการโหวตเลือกนายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ส.ว. หลายคนก็ออกมาแสดงความคิดเห็น แต่เชื่อว่าไม่เกิน 10 คน ซึ่ง ส.ว. มีถึง 250 คน ซึ่งอาจมีพลังเงียบ ที่เห็นกับการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย ซึ่งหวังว่าจะร่วมกันได้ด้วยดี

 

 

ส่วนการที่ ส.ว.ส่วนหนึ่งมองว่าแม้แต่ในร่าง MOU ของ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ก็ยังไม่มีเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 และเหตุใดพรรคก้าวไกลจึงไม่ลดเพดานเรื่องนี้ลง ผลักดันให้นายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ระบุว่า เรื่องนี้ต้องไปถามพรรคก้าวไกล เพราะเป็นคนเขียนเรื่องนี้มา เราเป็นพรรคอันดับสอง

 

 

ส่วนการจัดตั้งรัฐบาลหากล่าช้า จะส่งผลต่อการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนไปด้วยหรือไม่ นายเศรษฐา ย้ำว่า เป็นปัญหาที่ตนชี้นำมานานแล้ว ถ้ามีการเลือกนายกรัฐมนตรีได้เร็วๆ และฟอร์มรัฐบาลได้ภายในต้นเดือนส.ค. กว่าจะใช้งบประมาณของปี 2567 ได้ ก็กลางเดือนมี.ค.เลย จึงอยากวิงวอนให้ทุกอย่าง ผ่านไปได้ด้วยดี อย่างเช่นพรรคเพื่อไทยก็ไม่ได้หยุดนิ่ง มีการลงพื้นที่ศึกษาปัญหาต่างๆ หากได้เข้าร่วมรัฐบาลจริงตามที่พูดกันไว้ เราจะได้ดำเนินการได้เลย นี่เป็นความหวังที่เรามองไว้

 

ส่วนผลกระทบต่อภาคการลงทุน นายเศรษฐา ระบุว่า ตอนนี้เรายืนอยู่บนปากเหว ตัวเลขส่งออกติดลบ หนี้ครัวเรือนอยู่ที่ 90% การลงทุนจากต่างประเทศก็ชะงัก เพราะไม่แน่ใจในทิศทางของรัฐบาลใหม่ และอีกสามเดือนก็จะเข้าสู่ไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว แต่ยังมีปัญหาเรื่องวีซ่า เรื่องโลจิสติกส์ เรื่องการบริหารจัดการสายการบิน ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องรีบดูแล

 

ส่วนการแบ่งโควตากระทรวงในพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล นายเศรษฐา กล่าวว่า ยังอยู่ในการต่อรอง แต่จากที่ได้ยินมาก็น่าจะลงตัวกันหมดแล้ว ส่วนตัวไม่ได้อยู่ในคณะทำงานที่ถกกันเรื่องนี้ ตามความเข้าใจของตนคงเป็นตามที่สื่อเสนอ

 

ส่วนกระแสข่าวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยืนยันจะเดินทางกลับประเทศไทยในเดือนนี้ ตนไม่ทราบข่าว แต่นายทักษิณ ก็ยืนยันหลายครั้งแล้วว่าหากกลับมาก็เป็นเรื่องส่วนตัวของท่าน ไม่กระทบเรื่องของพรรค จะเข้ากระบวนการทางกฎหมาย ส่วนจะทำให้ทิศทางการเมืองเปลี่ยนหรือไม่นั้น นายทักษิณ ย้ำแล้วว่าการกลับมาไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรค และการจัดตั้งรัฐบาล การบริหารจัดการประเทศ ดังนั้นจึงไม่เกี่ยวข้องกัน

 

ทั้งนี้นายเศรษฐา ยังย้ำว่า เราเลือกตั้งเสร็จแล้ว เลือกตั้งจบแล้ว เราก็อยากให้การโหวตนายกรัฐมนตรีในวันที่ 13 ก.ค.นี้ เป็นไปได้ด้วยดี ก่อนยืนยันพรรคเพื่อไทยไม่แตกแถว สนับสนุนนายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews