“วิโรจน์”ได้เวลาบังคับใช้ พ.ร.บ. คุ้มครองเด็กอย่างจริงจัง

การเมือง ข่าว
“วิโรจน์” ชี้ ได้เวลาบังคับใช้ พ.ร.บ. คุ้มครองเด็กอย่างจริงจัง หลังมีข่าวครูสั่งนักเรียนลุกนั่งจนกระดูกแตก เผย รบ.ใหม่ ต้องดันนโยบาย “โรงเรียนที่ปลอดอำนาจนิยม-การกลั่นแกล้งรังแก” ปกป้องเด็กอย่างจริงจัง

 

 

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊ก Wiroj Lakkhanaadisorn – วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ถึงกรณีการบังคับใช้ พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก กับครูที่ทารุณกรรมต่อเด็ก โดยระบุว่า

ได้เวลาบังคับใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก กับครูที่กระทำทารุณกรรมต่อเด็ก อย่างจริงจัง เชื่อว่าพวกเราทุกคนคงได้อ่านข่าว การที่ครูบางคน ใช้ความรุนแรงในการลงโทษ หรือกระทำกับนักเรียน จนนักเรียนได้รับบาดเจ็บทางกาย หรือทางใจ

 

การสั่งให้นักเรียนลุกนั่ง เป็นร้อยครั้ง โดยไม่ตระหนักเลยว่า การลงโทษดังกล่าว จะเกินกว่าศักยภาพของเด็กจะปฏิบัติได้ หรือไม่ เอาความสะใจของตนเป็นที่ตั้ง จนทำให้นักเรียนกระดูกแตก กล้ามเนื้อฉีก จงใจกล้อนผมหรือใช้วิธีการใดๆ

เพื่อตีตราประจาน ให้นักเรียนรู้สึกอับอาย จนเกิดเป็นบาดแผลในใจ พูดจาดูหมิ่นเหยียดหยาม ข่มขู่ว่าจะเอาปืนมายิงนักเรียน พฤติกรรมที่ส่อไปในทางล่วงเกินทางเพศ คุกคามทางเพศ หรือล่วงละเมิดทางเพศฯลฯ

 

การกระทำเหล่านี้ นอกจากจะเข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมายอาญา มาตรา 391 ผู้ใดใช้กำลังทำร้ายผู้อื่น โดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับแล้ว

ยังเข้าข่ายเป็นการกระทำทารุณกรรมเด็ก ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก มาตรา 26 ซึ่งบทกำหนดโทษตามมาตรา 78 กำหนดไว้ว่า ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 26 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อีกด้วย

 

แต่ที่ผ่านมา กลับไม่มีการดำเนินคดีกับครูที่ก่อเหตุอย่างจริงจังเลย มีแต่การลงโทษทางวินัยสถานเบา พอเรื่องซา ครูคนเดิมก็กลับมาสอนอีก แล้วพฤติกรรมเดิมๆ ที่เป็นปัญหา ก็เกิดขึ้นซ้ำกับนักเรียนคนอื่นๆ ไม่จบไม่สิ้น

 

เรื่องการทารุณกรรมเด็ก หรือการใช้อำนาจนิยม หรือการใช้ความรุนแรงกับเด็ก นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กนะครับ หลายครั้งนักเรียนถึงกับบาดเจ็บสาหัส บางรายเป็นบาดแผลในใจ จนนำไปสู่การฆ่าตัวตาย หลายรายต้องเติบโตขึ้นมาอย่างมีปมในใจในประเทศที่พัฒนาแล้ว

 

พ่อแม่ผู้ปกครอง จะมีการวมกลุ่มกันอย่างเข้มแข็ง เพื่อปกป้องสวัสดิภาพของเด็กร่วมกัน โดยจะตระหนักร่วมกันว่า “เด็กทุกคน คือ ลูกของผู้ใหญ่ทุกคนในสังคม” หากมีครูที่ไม่ดีบางคน ทำทารุณกรรมต่อเด็ก องค์กรพ่อแม่จะร่วมกันติดตาม เพื่อให้มีการดำเนินคดีกับครูผู้ก่อเหตุอย่างถึงที่สุด และจะไม่ยอมให้ครูเหล่านี้กลับมาทำร้ายเด็กคนไหนได้อีก

 

เครือข่ายพ่อแม่ผู้ปกครอง จึงถือเป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่ง ในการปกป้องเด็ก โรงเรียนไหนที่สมาคมผู้ปกครองเข้มแข็ง โรงเรียนนั้นก็จะมีความก้าวหน้า เด็กๆ ก็จะได้รับการดูแลอย่างดี

 

ผมคิดว่า สิ่งที่รัฐบาลใหม่ต้องเร่งดำเนินการ ก็คือ กระทรวงศึกษาธิการ จะต้องประกาศนโยบาย “โรงเรียนที่ปลอดจากอำนาจนิยม และการกลั่นแกล้งรังแก” ให้ชัดเจน ทำหน้าที่ในการปกป้องเด็กอย่างจริงจัง ขับเคลื่อนนโยบายนี้ ร่วมกับองค์กรครูต่างๆ มีการอบรมซักซ้อมกับครูประจำการทั่วประเทศ เพื่อให้ครูเป็นกลไกสำคัญ ในการปกป้องนักเรียน

 

ครูส่วนใหญ่ ไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงกับเด็กหรอกครับ และไม่คิดที่จะปกป้องครูบางคน ที่มีพฤติกรรมกระทำทารุณกรรมต่อเด็กด้วย ขอเพียงมีนโยบายที่ชัดเจน ผมเชื่อว่าจะได้รับความร่วมมือจากครูบาอาจารย์ทั่วประเทศ

 

นอกจากนี้ สิ่งที่ต้องทำควบคู่กันไปด้วย ก็คือ การส่งเสริมการสร้างเครือข่าย และการมีส่วนร่วมขององค์กรพ่อแม่ผู้ปกครอง เพื่อให้พ่อแม่ผู้ปกครองเป็นแนวร่วมที่เข้มแข็ง ในการปกป้องเด็กทุกคนในประเทศ

 

และนับจากนี้เป็นต้นไป หากพบว่าครูท่านใดมีพฤติกรรมกระทำทารุณกรรมต่อเด็ก หากการสอบสวนแล้วพบว่ากระทำผิดจริง นอกจากจะมีการดำเนินการทางวินัยแล้ว กระทรวงศึกษาธิการ จะต้องบังคับใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก และดำเนินคดีอาญา อย่างถึงที่สุด อีกด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews