เลขาฯสมช.รับมีพรรคการเมืองหนุนแบ่งแยกดินแดน “รัฐปาตานี”

การเมือง ข่าว
เลขาฯสมช. ยยอมรับมีพรรคการเมืองหนุนแบ่งแยกดินแดน “รัฐปาตานี” ยังไม่คุยหัวหน้าพรรคว่าที่นายกฯ หาเสียงนโยบายสุดโต่ง ไม่กังวลเปลี่ยนผ่านรัฐบาลทำงานยาก เตรียมพร้อมรับมือม็อบลงถนนกดดัน ส.ว.โหวต ฝากประเทศจะเดินหน้าได้หากมีรัฐบาลมั่นคง ไร้ชุมนุม

 

 

 

 

พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาต (สมช.) กล่าวถึงกรณีขบวนการนักศึกษาแห่งชาติ จัดปาฐกถาพิเศษหัวข้อ การกำหนดอนาคตตนเอง และให้มีการลงประชามติแยกตัวเป็นเอกราช รัฐปาตานี หรือ รัฐปัตตานี เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน2566 ที่ผ่านมา ว่า วันนี้ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาหารือเพื่อตรวจสอบในเนื้อหาสาระกิจกรรมกลุ่มนักศึกษา ว่ามีใครเกี่ยวข้องทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง โดยจะมีการตรวจสอบตามขั้นตอนอย่างชัดเจน เปิดเผย เป็นธรรม ไม่มีเจตนาที่จะไปจ้องดำเนินการเอาผู้กระทำความผิด

 

 

 

จะตรวจสอบดูว่าผิดหรือไม่ผิด และจะดำเนินการตามกฎหมายเท่าที่จำเป็น โดยสิ่งที่เรากังวลคือการเผยแพร่ไปยังสาธารณชน ก็ต้องไปดูว่ากลุ่มที่ทำ โดยเสียงประชาชนส่วนใหญ่หรือไม่ กลไกต่างๆที่มีอยู่เดิมในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สภาฯสันติสุขในระดับตำบล ที่ปรึกษา ซึ่งมีหลายองค์กร มีหลายกลไกลที่มีอยู่รับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่มาโดยตลอด

 

 

จึงต้องไปดูว่าสิ่งเหล่านี้ มีที่มาที่ไปอย่างไร และได้มีการเน้นย้ำข้อห่วงใย ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่พยายามให้ชี้แจง ทำความเข้าใจกับทุกภาคส่วน รวมถึงประชาชน ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะผิดกฎหมาย จะต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งขณะนี้พยายามให้หน่วยงานในพื้นที่เข้าไปทำให้ความเข้าใจ โดยอาศัยทุกกลไกที่มีเข้าไปพูดคุย

 

 

ส่วนมีการประเมินหรือไม่ ว่าทำไมประเด็นดังกล่าว ของคนในพื้นที่ที่ขณะนี้มีการรุกคืบมากขึ้น พล.อ.สุพจน์ กล่าวว่า จะต้องให้ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำงาน ซึ่งขณะนี้ก็มีข้อมูลเดิมอยู่พอสมควร ทั้งการโยงใยไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตามในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ สิ่งที่รัฐบาลพยายามทำคือการทำความเข้าใจ ว่าเรามีเหตุผลความจำเป็นอย่างไร ต้องการให้ประชาชนคนไทย ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ อยู่ดีกินดีปลอดภัยและอยู่ภายใต้กฎหมาย และพร้อมที่จะสนับสนุนความต้องการของคนในพื้นที่ ทั้งสังคม ศาสนา วัฒนธรรม และการศึกษา

 

 

ซึ่งเป็นแผนงานที่รัฐบาลพยายามทำมา เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของประชาชน แม้ว่าบางกลุ่มจะมีความคิดอย่างที่ทุกคนทราบดี แต่ก็ต้องพยายามอธิบายทำความเข้าใจ ว่าจะมีผลดีหรือผลเสีย อย่างไร เมื่อถามย้ำว่ามีหลักฐานหรือไม่ว่าในเรื่องนี้มีพรรคการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง เลขาฯสมช. ย้อนถามกลับว่า ท่านก็ทราบอยู่แล้ว การจัดกิจกรรมเท่าที่ทราบจะเห็นว่า มีพรรคการเมืองเกี่ยวข้องด้วย ทั้งอยู่เบื้องหน้าและเบื้องหลัง ซึ่งขอให้ทางเจ้าหน้าที่เข้าไปทำงานตรวจสอบก่อนว่ามีผู้ใดเกี่ยวข้อง

 

 

 

ส่วนจะต้องย้อนกลับไปดูถึงการหาเสียงเลือกตั้งของบางพรรคการเมือง ที่มีนโยบายให้บางจังหวัดมีนายรัฐมนตรีเป็นของตนหรือไม่?นนั้น พล.อ.สุพจน์ กล่าวว่า หากสังเกตการหาเสียงเลือกตั้งมีนโยบายค่อนข้างที่จะสุดโต่ง แรงในหลายเรื่อง ที่ทาง สมช.มีข้อกังวล แม้ว่าทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ยังไม่รับรองผลการเลือกตั้ง ก็เริ่มมีการออกมาเคลื่อนไหวของฝ่ายการเมือง เกี่ยวกับนโยบายที่จะทำ ตนเองคิดว่านโยบายเหล่านั้นนุ่มนวลลง ซึ่งจากที่ฟังและเก็บรายละเอียด ก็สอดคล้องกับสิ่งที่เราพยายามทำ แต่ข้อมูลเดิมที่ผ่านมา

 

 

อะไรก็ตามที่เกี่ยวข้อง และเชื่อมโยงการกระทำที่ผิดกฎหมาย ก็จะถูกนำมาพิจารณาทั้งหมด แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะสามารถเอาผิดพรรคการเมืองได้หรือไม่ และยังไม่ได้มีการพูดคุยกับหัวหน้าพรรคที่เป็นว่าที่นายกรัฐมนตรี ที่เป็นคนพูดหาเสียง แต่คิดว่าน่าจะทราบ ที่ผ่านมาก็ศึกษาเรื่องนี้ ขณะทีสมช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็พูดกันชัดเจน เกี่ยวกับนโยบายการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ รวมไปถึงรัฐบาล ก็ได้พูดอย่างชัดเจนมาโดยตลอด ทั้งในสภาฯ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งเรามีนโยบายชัดเจน

 

 

เมื่อถามว่าในเบื้องต้นกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องภาย ไม่ใช่มีแรงกระเพื่อมจากภายนอกประเทศใช่หรือไม่ พล.อ.สุพจน์ กล่าวว่า ยังไม่มี แต่ก็ไม่ได้ตัด หากเราพบว่ามี โดยทุกวันนี้ ก็ได้มีการพูดคุยกับต่างประเทศในระดับนโยบายโดยรวม โดยให้ฝ่ายองค์กรต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศลงไปรับทราบข้อมูลในจังหวัดชายแดนใต้ และมีการพูดคุยกันอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด ส่วนขั้นตอนการเข้ามาพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ขององค์กรต่างประเทศ พล.อ.สุพจน์ ชี้แจ้งว่า จะต้องมีการขออนุญาตจาก

 

 

จากกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ตกลงร่วมกันกับหน่วยงานด้านความมั่นคง จากนั้น ทางกระทรวงการต่างประเทศ จะพูดคุยกับทาง สมช. ถึงความต้องการและวัตถุประสงค์ หากดูแล้วไม่กระทบ ไม่เป็นปัญหาต่อประเทศ ก็จะมีขั้นตอนให้ศอ.บต. เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ พูดคุยกับหน่วยงานความมั่นคง?อื่น เพื่อให้สามารถให้หน่วยงานองค์กรต่างประเทศเข้าไปในพื้นที่ได้ตามวัตถุประสงค์

 

 

 

ส่วนการประกาศเจตนารมณ์ในมหาวิทยาลัย จากนี้จะสามารถทำได้หรือไม่ พลเอกสุพจน์ กล่าวว่า จะต้องดูที่เจตนาข้อมูลว่าผิดกฎหมายหรือไม่ หากผิดกฎหมายไม่สามารถทำได้ และในขณะนี้เองกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า ยังไม่ได้มีการรายงานความผิดเข้ามาเนื่องจากอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

 

 

ส่วนการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลส่งผลต่อการทำงานของหน่วยงานด้านความมั่นคงหรือไม่ พล.อ.สุพจน์ ยืนยันว่า ไม่ลำบาก วันนี้ได้มีการพูดคุยในเรื่องนี้ โดยความกังวลในฐานะที่สมช.ดูแล หน่วยงานด้านความมั่นคง ได้มีการพูดคุยกันอย่างชัดเจนว่า หน่วยงานด้านความมั่นคงต้องทำงานบนพื้นฐาน ข้อเท็จจริงบนข้อมูลการวิเคราะห์ แผนการแก้ปัญหา และการเตรียมการ ในสภาพแวดล้อมต่างๆที่มีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล ก็ต้องนำเสนอข้อมูล ที่เราทำงานตามบทบาทหน้าที่ทางกฎหมาย

 

 

 

เมื่อถามย้ำว่าการเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องมีแกนนำบางคนประกาศเตรียมออกมาเคลื่อนไหวลงถนนเพื่อกดดันสมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว.ใช่หรือไม่ เลขาฯสมช.กล่าวว่า เราต้องมีความพร้อม หากมีการออกมาชุมนุม ก็เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ ในการไปอำนวยความสะดวก เรื่องความปลอดภัย ต่อทุกฝ่าย ไปหากก่อเหตุรุนแรงเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องดำเนินการป้องกัน และยุติระงับยับยั้งเหตุ ส่วนการข่าวในตอนนี้ไม่มีอะไรที่น่ากังวล

 

 

พร้อมกันนี้ เลขาฯ สมช.ยังฝากทำความเข้าใจ ว่าในฐานะหน่วยงานด้านความมั่นคง เคยพูดหลายครั้งว่าการที่ประเทศไทยจะเดินหน้าในทุกมิติได้อย่างราบรื่นคือการมีรัฐบาลที่มั่นคงที่จะไม่มีเหตุการชุมนุม ไม่มีเหตุความไม่สงบ ซึ่งจะส่งผลต่อความมั่นใจทางเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่าง เดินหน้าตามกรอบกฎหมาย คิดว่าเราน่าจะไปได้ดี

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews