“เรืองไกร” ยื่นหลักฐานเพิ่ม ต่อ กกต.อีกหุ้นสื่อ “พิธา”

การเมือง ข่าว
“เรืองไกร” ยื่นหลักฐานเพิ่ม ต่อ กกต.อีกหุ้นสื่อ “พิธา” ยกจากคำพิพากษาศาลปกครองกลางคดีหุ้นไอทีวี

 

 

 

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เดินทางมาที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ยื่นหนังสือที่ กกต. เพื่อแสดงหลักฐานบางส่วนจากคำพิพากษาศาลปกครองกลาง ที่อาจทำให้เห็นได้ว่า คำวินิจฉัยชี้ขาดของ อนุญาโตตุลาการ ที่ว่า สปน. บอกเลิกสัญญาเข้าร่วมงาน กับ ITV โดยไม่มีสิทธิหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย และศาลปกครองกลาง เห็นว่า คำวินิจฉัยดังกล่าวชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้นตนจึงจะขอให้ กกต. ตรวจสอบว่าสัญญาเข้าร่วมงานยังควรถือว่ามีผลอยู่หรือไม่

 

 

นายเรืองไกร กล่าวว่า ตนได้ยื่นคำร้องรวมถึง6ครั้ง และครั้งนี้เป็นครั้งที่7 ตนขอให้กกต.ตรวจสอบ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ว่าเข้าข่ายมีลักษณะต้องห้ามกรณีต่างๆตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98(3) หรือไม่ จากการติดตามมีประเด็นที่ตนเอามาให้ กกต. เข้าสำนวน ในประเด็นแรกคือกรณีที่ไอทีวีเลิกกิจการแล้วหรือไม่อย่างไร หากย้อนไปปี50

 

 

ได้มีข้อพิพาทกัน ซึ่งตอนนั้นคำวินิจฉัยชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการบอกว่า การบอกเลิกสัญญาเข้าร่วมงานกับไอทีวีของสํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ชอบด้วยกฎหมาย ต่อมาไอทีวีได้ฟ้องกลับ จนอนุญาโตตุลาการวินิจฉัยว่าการถูกเลิกสัญญาร่วมงานไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงอยากให้ กกต. ตรวจสอบว่าสัญญาร่วมงานยังถือว่ามีผลอยู่หรือไม่

 

 

และอีกหนึ่งประเด็นที่ตนจะยื่นคำร้องเพิ่มในวันนี้คือที่มีข่าวว่า นายพิธา ขายหุ้นไอทีวีไปแล้ว แต่ไม่ตอบคำถามสื่อมวลชน ซึ่งตนมั่นใจว่าในวันรับสมัครเลือกตั้ง นายพิธา ยังถือหุ้นสื่ออยู่ จึงอยากให้ กกต. สอบถามไปยังบริษัทไอทีวีว่า นายพิธา ยังถือหุ้นไอทีวีไว้อยู่หรือไม่ หรือมีการโอนหุ้นด้วยวิธีใด พร้อมเรียกร้องให้ นายพิธา ตอบคำถามเกี่ยวกับข้อเท็จจริงเรื่องนี้ และขอให้แสดงหลักฐานโดยไม่ต้องรอให้ กกต.รับรองคำร้องของตน หรือรอให้ กกต.เรียกมาสอบถาม หากเรื่องนี้ถึงศาลรัฐธรรมนูญแล้วตัดสินว่า นายพิธา ถือหุ้นสื่อจริง จะถูกตัดสิทธิ์การเป็น ส.ส. และถูกตัดสิทธิ์บัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรี

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews