เปิดโรดแมปการกีฬาแห่งประเทศไทย กับแผนใหญ่ ปั้น “หัวหมาก” สู่ “สปอร์ตคอมเพล็กซ์” ก่อนกระจายต้นแบบรุกต่างจังหวัด
หลังผู้ว่าการ กกท. “ดร.ก้องศักด ยอดมณี” พร้อมคณะ บินลัดฟ้าไปฮ่องกงดูศูนย์กีฬาและนันทนาการแบบครบวงจรที่เมืองเกาลูน แล้วปิ๊งรูปแบบของศูนย์ดังกล่าว ที่เป็นทั้งศูนย์กีฬา และยังสามารถเป็นแหล่งรวมความบันเทิงและนันทนาการไว้ในที่เดียวกัน ซึ่งเรื่องนี้ ผู้ว่า ก้องศักด กล่าวกับสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า จะใช้เป็นตัวอย่างสำหรับการสร้างศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติของประเทศไทยต่อไป
สำหรับรายละเอียดของศูนย์กีฬาฯ ที่เมืองเกาลูนแห่งนี้ เป็นการลงทุนโดยรัฐบาลแบบเบ็ดเสร็จ มีมูลค่าการลงทุนทั้งโครงการราว 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คาดจะแล้วเสร็จต้นปีหน้า 2567 ภายในโครงการประกอบด้วย สนามกีฬากลางสำหรับกีฬาฟุตบอล รักบี้ วอลเลย์บอลชายหาด โรงยิมเนเซียม สำหรับกีฬาแบดมินตัน โบว์ลิ่ง สนามเทนนิส อาคารนิทรรศการและการแสดง อาคารสำหรับการจัดการแสดงและคอนเสิร์ต ลานกีฬาและพลาซ่าสำหรับการจัดกิจกรรมกลางแจ้งทั่วไป สวนสุขภาพและนันทนาการ และอาคารสำนักงาน อีกทั้ง ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ทั้งโรงแรมที่พัก ห้างสรรพสินค้า ศูนย์อาหาร ศูนย์สุขภาพ อาคารจอดรถ รวมถึงสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินถึง 2 สถานี
“เราก็นำเอาประสบการณ์ของทางฮ่องกงมาปรับใช้ในกรณีของเรา เพราะว่าเรากำลังจะทำพัฒนาพื้นที่ ที่หัวหมากและก็รวมถึงสปอร์ตคอมเพล็กซ์ในอนาคต ใน หลายๆศูนย์ตามภูมิภาคก็คงจะได้มีการร่วมมือกันตกลงกันว่าประเทศไทยกับทางฮ่องกงก็คงจะจับมือกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่างๆรวมถึงร่วมมือบริหารในอนาคตกิจกรรมอะไรต่างๆก็อาจจะมีความเชื่อมโยงกันอันนี้ก็ไปคุยในหลักการ”
“ผู้ว่า ก้องศักด” กล่าวอีกว่า ตามโรดแมปของหัวหมาก ก็จะมีการแปลงโฉมสนามราชมังคลากีฬาสถานให้มีความทันสมัย รองรับการใช้งานให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ส่วนเรื่องงบประมาณในการลงทุนนั้น จะเป็นความร่วมมือกับภาคเอกชน
“คือตอนนี้เราต้องดูข้อเสนอเพราะว่าการลงทุนจะไม่ใช่การลงทุนภาครัฐจะเป็นลักษณะของการมาร่วมดำเนินกิจการกับเอกชน ซึ่งปัจจุบันนี้เรามีข้อบังคับการร่วมทุนเรียบร้อยแล้ว เรามีคณะกรรมการในการพิจารณาซึ่งก็จะประชุมต้นเดือนพฤษภาคมนี้ก็จะกำหนดรูปแบบ ออกมา ส่วนการลงทุนขึ้นอยู่กับถ้าเอกชน แต่ว่าเรามีมาสเตอร์แพลนซึ่งทางจุฬาและธรรมศาสตร์ได้ช่วยเราในการวางผังอะไรต่างๆไว้เรียบร้อยแล้วเพราะฉะนั้นมูลค่าการลงทุนก็ขึ้นอยู่กับข้อเสนอของเอกชนนั้นๆด้วย”
“ผู้ว่า ก้องศักด” กล่าวด้วยว่า การเดินหน้าปรับโฉมหัวหมากครั้งนี้ จะเป็นโมเดลในการดึงภาคเอกชนเข้ามาร่วมพัฒนากีฬาไทยอีกด้วย
“ก็คือจะไม่ใช่ที่หัวหมากอย่างเดียวแต่เราจะเริ่มต้นที่หัวหมากเป็นโมเดลเพราะว่าจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์กีฬาของประเทศไทยเลย ในการที่จะดึงภาคเอกชนเข้ามาร่วมพัฒนาวงการกีฬาอันนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างที่มีนัยยะ คือเดิมปกติแล้วเราก็จะพึ่งแต่งบประมาณจากภาครัฐอย่างเดียว แต่ในสถานการณ์แบบนี้เราเห็นว่าถ้าพึ่งงบประมาณภาครัฐการดำเนินการต่างๆก็จะล่าช้าและเราก็มีความจำเป็นที่จะต้องใช้เม็ดเงินซึ่งไม่เพียงพอแน่นอน เราก็เลยจำเป็นที่มีวิธีการลงทุนแบบนี้ ซึ่งถ้าเราใช้ที่หัวหมากแล้ว เราก็จะใช้ที่ชลบุรีที่ภูเก็ต แล้วก็ศูนย์ต่างๆ อย่างเช่นเชียงใหม่เป็นต้น”
จากนี้ต่อไปจะต้องติดตามการขับเคลื่อนของกกท.อย่างใกล้ชิด เพราะทุกย่างก้าวถือเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาวงการกีฬาไทย และการสร้างความแข็งแกร่งให้กับทีมชาติไทยของเราอีกด้วย
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews