ท่ามกลางศึกในขั้วประชาธิปไตยกันเองระหว่างค่ายเพื่อไทยกับค่ายก้าวไกล ที่ทั้ง2พรรคกระแสพุ่งแรงแซงทางโค้งด้วยกันทั้งคู่
ทำให้บางเขต สู้กันหนักหน่วง อย่างเขตเลือกตั้งที่ 28 จอมทอง บางบอน หนองแขม ที่เจ้าของพื้นที่เดิมอย่าง “วัน อยู่บำรุง” หวั่นไหวยิ่งนักเมื่อ กระแสของ “ไอซ์” รัชนก ศรีนอก ผ่านโซเชียลโหมกระหน่ำประดุจคลื่นสึนามิลูกใหญ่ หวังไกลถึงขึ้นล้มบ้านใหญ่ ปิดตำนาน “อยู่บำรุง” ให้สิ้นซาก
ขณะเดียวกัน ทางฟากฝั่งอีกขั้วอย่าง ค่ายภูมิใจไทยของเสี่ยหนู ที่แข็งแกร่งกว่าที่คิด อึดกว่าที่คาด แม้จะโดน ป๋าชู จอมแฉ ออกเดินทางถล่มรายวันทั้งลงพื้นที่ และผ่านโซเชียลอย่างต่อเนื่อง ยาวนาน แต่ทางเสี่ยหนูก็ยังไม่ยุบ ไม่ถอดใจ ยังคงเฉิดฉายช่วยลูกพรรคหาเสียงอย่างสม่ำเสมอ แต่ช่วง1-2วันที่ผ่านมาหันมาฟัดกับคนจากค่ายเพื่อไทยดุเดือดแบบไม่เกรงใจนายใหญ่เพื่อไทยที่เสี่ยหนูเคยออกปากว่าเคารพนับถือเป็นเจ้านายเสมอมา และไม่เคยโจมตีแม้แต่ครั้งเดียว
คราวนี้ เสี่ยหนู ฉุนขาดหลัง “เสี่ยนิด นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ปราศรัยโจมตีนโยบายกัญชาว่ามอมเมาประชาชน และประเด็นถ้าเลือกพรรคภูมิใจไทย จะได้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย จนทำให้เสี่ยหนูออกมาระบุในทำนองว่า” โพสต์ฝากถึง “เศรษฐา” ที่รู้จักมานานหลายปี ลั่นพี่เปลี่ยนไปมาก ตั้งแต่เป็นแคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่ 2 ของเพื่อไทย เตือนทำงานการเมืองแบบสร้างสรรค์ไม่ด่าคนไปทั่ว
พร้อมกันนั้นเสี่ยหนูยังฟาดต่อว่าถือเป็นปัญหาอย่างหนึ่งของผู้ที่ไม่เคยมีประสบการณ์ทางการเมือง จะไม่ค่อยรู้มารยาท ไม่รู้อะไรควรพูด อะไรไม่ควรพูด ซึ่งนายเศรษฐาคงต้องได้รับการอบรมปรับปรุงกันอีกมาก ซึ่งเป็นเรื่องของพรรคเพื่อไทย ซึ่งตรงไหนหมิ่นเหม่ที่จะกระทำผิดกฎหมาย พรรคภูมิใจก็มีฝ่ายกฎหมายที่จะดำเนินการ ปกป้องการว่ากล่าวให้ร้ายของคนนอกพรรคที่ไม่ประสงค์ดี
ทางด้าน”เศรษฐา” ก็ไม่ยอมคน ออกมาโต้กลับเดือด “เสี่ยหนู” ยังเป็นคนเดิม ยัน รับไม่ได้ ภาพนักเรียนอายุ 10 ขวบ สูบกัญชา หรือยาเสพติดชนิดอื่นไม่อยากเห็นอนาคตของลูกหลานใช้ชีวิตในบ้านเมืองแบบนี้ ลั่น พร้อมขัดแย้ง อาจทำให้ทางเดินการเมือง “แคบลง” เพื่อ “เปิดกว้าง” อนาคตให้กับลูกหลาน มากกว่าที่จะเกรงใจคนนั้นคนนี้เพื่อ “เปิดกว้าง” ทางการเมืองแต่ทำให้ทางออกอนาคตของลูกหลานพวกเรา “แคบลง”
สำหรับปมขัดแย้งดังกล่าวนี้ จะเห็นว่า”เสี่ยหนู”เลือกฟัดกับ”เศรษฐา” คนเดียวโดยไม่แตะบุคคลอื่นเลย ยิ่งเป็นทักษิณกับแพทองธาร “เสี่ยหนู”ยังให้สัมภาษณ์มธุรวาจาว่า “ขอแสดงความยินดีกับ น.ส.แพทองธาร ที่ได้ลูกชาย ซึ่งตอนแรกตั้งใจจะโพสต์ลงเฟสบุ๊คแต่เกรงว่าจะถูกตีความว่าเป็นการทอดสะพานทางการเมือง แต่ในความที่รู้จักกัน รักใคร่ชอบคอกันก็ฝากความแสดงความยินดี รวมถึงฝากแสดงความยินดีไปถึงนายทักษิณ ในฐานะคุณตาด้วย”
อย่างไรก็ตาม ทั้ง เสี่ยหนู เสี่ยนิด ต่างเป็นคนมาฝั่งธุรกิจมาก่อน โดย เสี่ยหนูมาทางสายรับเหมาก่อสร้าง ขณะที่เสี่ยนิดมาจากสายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งต่างคนต่างมีคอนเน็คชั่นทั้งทางธุรกิจ และทางการเมืองด้วยกันทั้งคู่ โดยทางเสี่ยหนูเข้าการเมืองตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 ในฐานะที่ปรึกษานายประจวบ ไชยสาส์นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในขณะนั้น ส่วนเสี่ยนิด เข้าการเมืองเมื่อเดือนมีนาคมปี2566 ถูกแต่งตั้งเป็นประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวพรรคเพื่อไทย
แม้ประสบการณ์ทางการเมือง”เศรษฐา” จะน้อยกว่า”อนุทิน”แบบเทียบไม่ได้ แต่ทว่า กลับเป็นผลดีกับ”เศรษฐา” ที่เปรียบเสมือนผ้าขาวทางการเมือง ไม่มีเรื่องให้โจมตี แต่ในทางกลับกัน “อนุทิน”ทำงานการเมืองมานานย่อมมีทั้งคำชื่นชมและคำสาบแช่ง อันส่งผลให้ต้นทุนทางสังคมมากหรือน้อยแล้วแต่พฤติกรรมที่ผ่านมา ฉะนั้นแล้วงานนี้ถ้าเทียบกระแส เทียบต้นทุนทางสังคมกันแล้ว ประชาชนจะเลือกเองว่าจะเชื่อใครมากกว่ากัน?
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews