น่าติดตามเป็นอย่างยิ่งกับการหลั่งไหลเข้ามาท่องเที่ยวของกรุ๊ปทัวร์จีน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปีที่เดินทางเข้าไทย
มีการประเมินว่าปีนี้ ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทยอยู่ที่ราว 3 -5 ล้านคน อาจผลักดันตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยปี 2566 อยู่ที่ระดับ 25 – 27 ล้านคน เทียบกับประมาณ 11.8 ล้านคนในปีที่ผ่านมา 2565
ขณะที่นายกฯลุงตู่ เมื่อเห็นภาพการท่องเที่ยวดีขึ้น ก็แสดงความ มั่นใจว่า ปีนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทย มีโอกาสจะมากกว่า 30 ล้านคน จากเดิมที่เคยประมาณการไว้เมื่อต้นปีที่ 20 ล้านคน และเริ่มปรับขึ้นมาเป็น 28 ล้านคน
อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องการท่องเที่ยวไทยของชาวต่างชาติ มีการพูดถึง “ค่าเหยียบแผ่นดิน”
ซึ่ง “ค่าเหยียบแผ่นดิน” หรือ “ภาษีนักท่องเที่ยว” นั้น เป็นค่าบริหารจัดการค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวที่เรียกเก็บจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเมื่อเดินทางเข้ามาสู่ประเทศ เปรียบเสมือนค่าบัตรผ่านเข้าสู่ประเทศไทยที่จะต้องจ่ายเพิ่มเติมจากค่าใช้จ่ายปกติ
แต่อย่างไรก็ตาม “ค่าเหยียบแผ่นดิน” ที่ว่านี้ นักท่องเที่ยวต่างชาจิจะต้องจ่ายในอัตราที่เท่าไร และได้สิทธิประโยชน์อะไรบ้าง
สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา “นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ” ในเรื่องนี้ ซึ่งรัฐมนตรีฯพิพัฒน์ ได้ให้คำตอบไว้อย่างน่าสนใจ จะเป็นอย่างไร ไปฟังกัน
“สำหรับนักท่องเที่ยว ยังไงผมก็ได้ผ่านคณะกรรมการท่องเที่ยวแห่งชาติมาเรียบร้อยแล้ว เราก็จะเก็บใน 2 เส้นทางด้วยกัน ก็คือ ทางอากาศและทางบก ทางอากาศแน่นอนครับเราเก็บผ่านสายการบิน โดยฝากไว้ในตั๋วเครื่องบิน นั่นคือ เราเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวเป็นเงิน 300 บาท และพร้อมกับในนั้น เรามีประกันอุบัติเหตุ ประกันชีวิต คุ้มครอง 30 วัน
ส่วนนักท่องเที่ยวที่อยู่ตามเพื่อนบ้านชายแดนของเราที่เดินทางเข้าทางบก เฉพาะ ต้องเน้นคำว่าเฉพาะผู้ที่ถือพาสปอร์ตเดินทางเข้าสู่ประเทศไทย เราเก็บแค่ 150 บาท และเรามีประกันอุบัติเหตุ และประกันชีวิตเช่นกัน แต่ระยะเวลาสั้นลงคือเหลือ 15 วัน แต่ถ้าใครถือ Border Pass (หนังสือผ่านแดนชั่วคราว)
ใครที่ถือบัตรแรงงานที่เดินทางเข้าออกเป็นรายวัน หรือ ข้าราชการที่อยู่ใน Border ที่เดินทางเข้าๆ ออกๆ สมมติเดินไปซื้ออาหาร ซื้อของ ไม่ต้องชำระอะไรทั้งสิ้น เราถือว่าเป็นเพื่อนบ้านชายแดนติดกัน ตรงนั้นเราไม่ได้เก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยว เราจะเก็บเฉพาะมาเลเซีย เมียนมา ลาว และกัมพูชา 150 บาทสำหรับผู้ที่ถือพาสปอร์ตเดินทางผ่านแดนมาครับ”
นอกจากนี้ รัฐมนตรีฯพิพัฒน์ ยังได้กล่าวถึงสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยหลังจีนเปิดประเทศและมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาท่องเที่ยวไทย โดยรัฐมนตรีฯพิพัฒน์ กล่าวว่า ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะประกาศโควิด-19 ว่าเป็นแค่โรคเฝ้าระวัง แต่เราทุกคนก็ยังจำเป็นต้องระมัดระวังตัวเองด้วย เพราะวันนี้ โควิด-19 ก็ยังมีอยู่ในประเทศไทย
“เรื่องที่สำคัญที่สุดครับ ก็ขอให้พวกเราคนไทย ดูแลตัวเอง ป้องกันตัวเอง ในเรื่องของโควิด ถึงแม้ว่าเราจะประกาศว่าเป็นแค่โรคเฝ้าระวัง แต่เราก็คงจะต้องระวังตัว เพราะวันนี้โควิดก็ยังมีอยู่ในประเทศไทย และที่สำคัญที่สุด ขอให้คนไทยเราเป็นเจ้าบ้านที่ดี วันนี้หลังโควิดแล้ว การต้อนรับนักท่องเที่ยวในระบบนิว นอร์มอล ในระบบ SHA Plus ก็ขอฝากเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ คนไทยทุกคน ขอให้เป็นเจ้าบ้านที่ดี”
และนี่ก็เป็นเรื่องราวของการท่องเที่ยวไทย ที่วันนี้ ทุกฝ่ายต่างยกให้เป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยนั่นเอง
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews