หนี้ค้ำคอ ระเบิดเวลาเศรษฐกิจ

คลิปข่าวทั่วไป เศรษฐกิจ ข่าว
เริ่มต้นปีใหม่ 2566 กูรูด้านเศรษฐกิจฟังธงตรงกันว่า จะไปได้สวย นั่นเพราะการท่องเที่ยวซึ่งถูกยกย่องให้เป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อน “จีดีพี” ทำหน้าที่ได้ดี

 

 

นั่นเพราะได้แรงหนุนจากการที่ประเทศจีนเปิดประเทศ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจีนไหลทะลักเข้าไทย ซึ่งตัวเลขกลมๆ ทางศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ชาวจีนจะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวมากกว่า 1 ล้านคนในปี 2566 หรือเพิ่มกว่า 3-4 เท่าจากปี 2565

 

นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยยังมีปัจจัยบวกจากการที่ภาครัฐเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ รวมถึงเดินหน้าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้เม็ดเงินไหลลงสู่ระบบเศรษฐกิจ

 

และหากทุกอย่างเป็นไปตามเป้าหมาย จีพีดีปีนี้ 2566 ที่ภาครัฐโดยกระทรวงการคลังคาดการณ์ไว้ ก็จะลงล็อกเติบโตที่ร้อยละ 3.8

 

ไม่เพียงเท่านั้น เศรษฐกิจไทย ยังมีแรงหนุนจากการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ โดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่า การเลือกตั้งใหญ่ที่จะมีขึ้นในช่วงไตรมาส 2 นั้น จะมีเม็ดเงินเลือกตั้ง ทั้งที่มองเห็น และมองไม่เห็นเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจอีก 7-8 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะช่วยให้จีดีพีปีนี้โตเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 0.4-0.6

 

แต่อย่างไรก็ตาม ในอีกด้านหนึ่งของเศรษฐกิจไทย ก็ยังมีความสุ่มเสี่ยงจากปัญหาในเชิงโครงสร้าง นั่นคือ “หนี้ครัวเรือน” ซึ่งเรื่องนี้ “นายดนุชา พิชยนันท์” เลขาธิการสภาพัฒน์ ก็แสดงความห่วงใย เพราะตัวเลขหนี้สินครัวเรือนไตรมาส 2 ปี 2565 มีมูลค่าอยู่ค่า 14.76 ล้านล้านบาท และจากข้อมูลเครดิตบูโรในไตรมาส 2 ปี 2565 ยังพบว่า หนี้เสียขยายตัวในระดับสูง ในกลุ่มลูกหนี้อายุตั้งแต่ 41 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะลูกหนี้กลุ่มสูงอายุ รวมถึงลูกหนี้ NPLs จากผลกระทบของ COVID-19

 

สอดรับกับข้อมูลของ SCB EIC ที่ระบุว่า หลังจากผ่านการแพร่ระบาดของ Covid-19 หนี้ครัวเรือนของประเทศไทยมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาอยู่ที่ 88% ต่อ GDP เพิ่มขึ้นจากก่อนหน้าการแพร่ Covid-19 ในช่วงปี 2562 ที่ระดับ 80%

 

ทั้งนี้ความน่าห่วงของหนี้ครัวเรือนไทยต่อ GDP นั้น คือ การที่มีสัดส่วนหนี้ครัวเรือนที่สูงที่สุดในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ และหากนับรวมกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว ประเทศไทยถูกจัดอันดับว่ามีสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP อันดับที่ 10 จากทั้งหมด 43 ประเทศอีกด้วย และนี่ คือความน่ากลัวของ “หนี้ครัวเรือน”

 

ในมุมมอง ดร.สมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ ที่ในอีกบทบาทหนึ่งนั้น เขาคือ หนึ่งในคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือกนง. โดย ดร.สมชัย กล่าวกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า หนี้ครัวเรือนเป็นปัญหาใหญ่ในเชิงโครงสร้างที่รอวันระเบิด และเป็นปัญหาที่ค้ำคอเศรษฐกิจไทยอยู่ ดังนั้นต้องเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้เป็นหนี้ เพราะหนี้ครัวเรือนมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่โยงใยต่อบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอย

 

“ในเรื่องปัจจัย ปัญหาเชิงโครงสร้างอีกตัวหนึ่ง ที่น่าเป็นห่วงก็คือหนี้ครัวเรือน อันนี้เป็นเรื่องที่หลายคนก็รู้ว่าเป็นเรื่อง ค้ำคอเราอยู่ คนมีรายได้มากขึ้น ก็อาจมาใช้จ่าย สุดท้ายก็อาจไม่ได้มาใช้จ่ายมากก็ได้ เอามาใช้หนี้ซะเป็นส่วนใหญ่ ถ้าหนี้เขาเยอะ ถ้าอย่างนั้นก็ทำให้เรื่องของการจับจ่ายใช้สอยที่ว่าจะดี ก็ไม่ดีมากนัก”

 

แต่อย่างไรก็ตาม ดร.สมชัย บอกว่า ถ้าวันนี้เศรษฐกิจยังโต ระเบิดที่เกี่ยวโยงกับหนี้ครัวเรือนในระยะเวลาอีก 1-2 ปีข้างหน้าก็ยังไม่เห็น แต่ถ้าเลยล่วงเลยไปนานกว่า 3-4 ปีข้างหน้า แล้วสถานการณ์เศรษฐกิจยังไม่ดีขึ้น อันนี้ก็จะเป็นปัญหาใหญ่ที่รออยู่

 

“แต่ว่าถ้าเกิดเศรษฐกิจยังโต ภาพที่ว่าระเบิดที่ซ้อนอยู่ แล้วจะระเบิดขึ้นมาในอีกปี สองปีข้างหน้าอันนี้ยังไม่เห็น แต่ถ้าเลยไปกว่านั้นสัก 3-4 ปีข้างหน้า แล้วสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น อันนี้ก็เป็นปัญหาใหญ่นะ ปัญหาเชิงโครงสร้าง ซึ่งการเข้ามาดูแล การเข้ามาป้องกันปัญหา ไม่ให้บานปลายออกไป”

 

และนี่ก็เป็นภาพรวมของเศรษฐกิจไทยในปี 2566 รวมถึงสถานการณ์หนี้ครัวเรือนที่ยังคงมีความสุ่มเสี่ยง ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า จะต้องเฝ้าระวังเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการพึ่งพาสินเชื่อที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงอย่างบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลเพื่อเสริมสภาพคล่องระยะสั้นรวมถึงยอดหนี้คงค้างครัวเรือนในภาพรวมที่ยังคงทยอยเติบโตต่อเนื่องนั่นเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews