เร่งค้นหากำลังพลเหตุเรือรบหลวงอับปาง

Video คลิปข่าวทั่วไป อาชญากรรม ข่าว
โดยเรือหลวงกระบุรีได้นำ ผู้รอดชีวิต1รายที่ค้นพบกลับขึ้นฝั่งที่ท่าเรือบางสะพาน เมื่อคืนที่ผ่านมา ก่อนจะนำเรือออกจากท่าไปปฏิบัติการค้นหาผู้ประสบภัยต่อในช่วงเช้า

 

ด้าน นาวาโทไกรพิชญ์ กรวีร์ปภาวิทย์ ผู้บังคับการเรือหลวงกระบุรี เปิดเผยก่อนนำเรือหลวงกระบุรีออกปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหาย 30 นาย ซึ่งได้ส่งเจ้าหน้าที่ตรวจดูสภาพเรือ และใบจักร รวมถึงหางเสือ หลังจากเมื่อวานพบว่ามีน้ำเข้าไปในอุปกรณ์บางอย่าง จึงได้ประสานกรมอู่ทหารเรือมาช่วยตรวจสอบ รวมถึงตรวจสอบความชื้นของอุปกรณ์ที่ผิดพลาดและได้แก้ไขซ่อมแซมแล้ว ทั้งนี้ยังได้ลำเลียงเสบียงอาหาร น้ำดื่ม ที่จะทำให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมยืนยันว่า เรือหลวงกระบุรี ไม่มีปัญหาในการปฏิบัติภารกิจอย่างแน่นอน

 

ส่วนภารกิจการค้นหาในวันนี้ กองทัพเรือได้สั่งการให้เรือหลวงอ่างทองเป็นเรือบัญชาการ โดยมีเรือหลวงภูมิพล เรือหลวงกระบุรี และเรือหลวงนเรศวร ที่เดินทางมาถึงแล้ว เข้าร่วมปฏิบัติการ และยังมีอากาศยานปราบเรือดำน้ำที่อยู่กับเรือหลวงอ่างทอง และเครื่องบินดอร์เนียร์

 

โดยแผนการค้นหาจะยังใช้รัศมี 30 คูณ 30 ตารางไมล์ แต่วันนี้จะมีการขยับศูนย์กลางค้นหาตามกระแสน้ำและกระแสลม มาอยู่บริเวณด้านล่างจากจุดที่เรือจม ไม่เกิน 10-20 ไมล์ ลักษณะพื้นที่จะเฉียงลงไปทางตะวันออกเฉียงใต้ แต่จะไม่ได้ไปใกล้ฝั่ง เพราะหากประเมินจากสภาพคลื่นลม ทำให้กระแสน้ำและกระแสลมมีอัตราการลอยเฉียงไปทางด้านล่างของตะวันออกเฉียงใต้ดังกล่าว

 

ด้าน พล.ร.ท พิชัย ล้อชูสกุล ผู้บัญชาการกองทัพเรือ ภาคที่ 1ลงพื้นที่มาประชุมกำหนดแผนการค้นหากำลังพลที่ประสบภัยเรือหลวงสุโขทัยจมแม่ทะเลกล่าวว่า สำหรับแผนการค้นหาวันนี้ จะยังคงใช้แผนเดิม คือ ค้นหาบนผิวน้ำ ทางอากาศ และ บริเวณริมฝั่ง สำหรับสถานการณ์อากาศวันนี้ ถือว่ามีข่าวดี เนื่องจากสภาพอากาศเปิด และแรงลมเบาลง รวมไปถึงคลื่นทะเลเหลือประมาณ 2 เมตร และน้ำในทะเลอุ่นขึ้น

 

ประกอบกับจำนวนเรือที่ใช้ในการค้นหามีมากขึ้น โดยหลังจากที่ลมสงบลงมากกว่านี้ จะมีเรือจากหน่วยงานต่างๆ ทั้ง ตำรวจน้ำ เอกชน ประมง ที่จะระดมเข้ามาช่วยค้นหาผู้สูญหาย พร้อมยืนยันขณะนี้ ไม่พบผู้สูญหายเสียชีวิต ซึ่งเมื่อไม่พบ ก็ยังมีความหวังว่าผู้สูญหายจะรอดชีวิต และ ขอให้ติดตามข่าวจากกองทัพเรือ เท่านั้น เพื่อป้องกันความคาดเคลื่อนของข่าวยืนยันไม่มีการปกปิดข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง

 

“วันนี้การปฎิบัติก็ยังปฎิบัติเหมือนเดิมในการที่จะช่วยเหลือค้นหากำลังพลของเรือหลวงสุโขทัยนะครับให้เจอโดยเร็ว/วันนี้ข่าวดีนิดนึงก็คือว่าสภาพอากาศลมเริ่มเบาลง/คลื่นในทะเลอยู่ประมาณ 2เมตร /การปฎิบัติการก็จะทำได้ง่ายขึ้น/อุปสรรคก็จะน้อยลงนะครับ/การปฎิบัติก็คาดหวังว่าวันนี้น่าจะเจอผู้ประสบภัยเพิ่มเติมขึ้นมา”

 

ขณะที่บรรยากาศที่ศูนย์ประสานความช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ตั้งขึ้น บริเวณท่าเรือน้ำลึกบางสะพาน นั้นได้มีญาติและครอบครัวลองลูกเรือที่สูญหายประมาณ 20 ราย เดินทางมาติดตามความคืบหน้าในการค้นหาซึ่งศูนย์ประสานความช่วยเหลือจะทำหน้าที่ในการรับประสานงานข้อมูลการค้นหาผู้สูญหายจากในทะเล

 

ทั้งนี้ นางสาวมาริณี น้าสาวของ จ.ท.สหรัฐ อีสา 1 ในกำลังพลที่สูญหาย ได้เดินทางมาพร้อมกับมารดา จ.ท.สหรัฐ โดยมารดาอยู่ในอาการที่อิดโรยเนื่องจากไม่ได้นอนและเป็นห่วงงลูก โดยน้าสาวได้ถาม ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือระหว่างการแถลงข่าวว่าในวันเกิดเหตุได้รับโทรศัพท์จาก จ.ท.สหรัฐ บอกว่าเรือกำลังจะจมและตนเองไม่ได้ชูชีพแต่ได้ห่วงยาง จึงตนเองและครอบครัวเชื่อมั่นในกองทัพว่ามีระบบการช่วยเหลือมีการดูแลทหารมาโดยตลอด แต่พอมาทราบว่ากำลังพลประจำเรือรบแต่ชูชีพไม่ครบ ฟังแล้วครอบครัวก็หัวใจก็สลายไปแล้วส่วนหนึ่ง และจะให้ผู้ปกครองมีความหวังได้สักเท่าไหร่

 

“แม่ครับโทรศัพท์ผมอะไม่ได้เอาออกมาจากเรือครับจมอยู่ในน้ำ/แต่ว่าตอนนี้เรือมันเอียง/หนูอะอยู่บนเรือแต่อยู่ใช้โทรศัพท์เพื่อน/หนูไม่ได้ชูชีพครับแม่แต่หนูได้ห่วงยาง/ หนูก็มีข้อคำถามด้วยคะว่า /เรือรบหลวงเราเชื่อมั่น เชื่อมั่นในกองทัพ/เชื่อมั่นว่าระบบการช่วยเหลือ/การดูแลทหารซึ่งเป็นกำลังพลเนอะ/กองทัพเรือชูชีพไม่ครบ/ผู้ปกครองฟังแล้วหัวใจก็สลายไปแล้วส่วนหนึ่งเนอะ /ก็เลย .. ชูชีพไม่พอไม่เพียงพออาหารการกินไม่เพียงพอก็ยังอดได้กินน้ำได้เนอะท่านเนอะ / ความปลอดภัยในชูชีพกลางทะเลชูชีพไม่พอจะให้ผู้ปกครองมีความหวังได้สักเท่าไหร่”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews