รมว.ยุติธรรม ยัน รับตู้ห่าวเป็นคดีพิเศษ พร้อมเรียกผู้เกี่ยวข้องสอบปากคำภายใน 2 อาทิตย์ ด้านชูวิทย์ เผย ตายตาหลับแล้ว แต่จะหลับดีขึ้นถ้าคนผิดถูกลงโทษ
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แถลงข่าว ประเด็น รับคดี ตู้ห่าว เป็นคดีพิเศษ และความคืบหน้าการอายัดทรัพย์สิน รวมทั้งนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ส่งมอบหลักฐานเพิ่มเติมให้กับกระทรวงยุติธรรม ณ Cook&Coff บางขวาง
นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ดำเนินการยึดอายัดทรัพย์สินแล้ว 3,020 ล้านบาท และวันนี้อายัดเพิ่ม 189 ล้านบาท ในกลุ่มทรัพย์สินที่ น.ส.พัชรินทร์ ถือครองอยู่ โดยขณะนี้ได้ยกระดับคดีนายตู้ห่าว เป็นคดีพิเศษเลขที่314/2565 ซึ่งสามารถรับเป็นคดีพิเศษได้เลย เพราะคดีมีความสลับซับซ้อน กระทบความมั่นคง และทรัพย์สินมีจำนวนมาก
โดยเพิ่มฐานเรื่องนอมินีเข้ามา เนื่องจากนายตู้ห่าว มีคน 4-5 กลุ่มอยู่เบื้องหลัง ซึ่งถือพาสปอร์ตต่างประเทศ คาดว่าเป็นบุคคลที่ส่งทุนเข้ามา เบื้องต้น DSI ได้เลขพาสปอร์ตแล้ว กำลังสอบสวนว่าเป็นใคร ชื่ออะไร ส่วนแนวทางการทำสำนวนหลังรับเป็นคดีพิเศษ นั้น อำนาจจะเป็นของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ สามารถใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ กฎหมาย บูรณาการได้เต็มที่และสามารถใช้พนักงานของหน่วยต่างๆ มาช่วยได้ นอกจากนี้ ปปส. อยู่ระหว่างการออกคำสั่งตรวจสอบทรัพย์สินที่จะยึดอายัดเพิ่มเติมมูลค่า 1223.4 ล้านบาท ด้วย
ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต กล่าวว่า ตามที่ นายชูวิทย์มีความกังวลใจในเรื่องฐานฟอกเงิน จึงได้มายื่นเรื่องขอให้กระทรวงยุติธรรมช่วยเหลือ ตนจึงได้เรียนท่านสมศักดิ์ รมว.ยุติธรรม ว่า เราต้องบูรณาการทุกส่วนทั้งป.ป.ส. คณะพาลีปราบยา
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเราก็ดูช่องว่างว่าต้องสืบสวนไปให้ถึงตัวบงการ ซึ่งก็คือ นอมินี ทำให้เรื่องนี้เข้าสู่การเป็นคดีพิเศษ และเราจะทำภาพใหญ่ให้เห็นว่านอกจากยึดทรัพย์สินบุคคลแล้ว ยังมีในส่วนของนิติบุคคล และจะมีการสอบปากคำพยานสำคัญ อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดทั้งมวลที่ได้มา อาจเสนอไปยังอัยการสูงสุดในส่วนของอาชญากรรมข้ามชาติได้เพราะมีนายทุนต่างชาติเกี่ยวข้อง
ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต กล่าวอีกว่า เบื้องต้นได้มีการออกหมายเรียกทั้งบุคคล และกรรมการบริษัท โดยเราจะเชิญมาสอบปากคำก่อน ส่วนกรอบระยะเวลาก็ภายในสองสัปดาห์ โดยจะออกหมายเรียกให้ครบทั้งหมด และภายใน 1 เดือน จะมีการตั้งข้อกล่าวหาว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง และจะประสานไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อขอให้ร่วมตรวจสอบเส้นทางการเงินว่ามีที่มาอย่างไร แล้วมีจำนวนเงินที่ไม่มีที่มาที่ไปอย่างไร
ด้าน นายชูวิทย์ กล่าวว่า ขอขอบคุณนายสมศักดิ์ และทีมงานกระทรวงยุติธรรมอย่างสูง การที่ตนออกมาต่อสู้นั้น เพื่อผดุงความยุติธรรม ยืนยันไม่มีเบื้องหลัง ไม่มีประเด็นขัดแย้งส่วนตัว การที่ DSI รับเป็นคดีพิเศษ จะทำให้เข้ามาดูแลได้ครอบคลุมทั้งหมด ทั้งนี้ กระทรวงยุติธรรมคือที่พึ่งสุดท้ายของตน เพราะหากมาที่กระทรวงยุติธรรมแล้วไม่มีไรคืบหน้า ตนคงไปสะพานพุทธกระโดดน้ำตายดีกว่า
นอกจากนี้ นายชูวิทย์ ยังนำกระเช้าดอกไม้มามอบให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และทีมงาน เพื่อแสดงความขอบคุณด้วยใจ ตอนนี้นอนตายตาหลับแล้ว แต่จะหลับดีขึ้นถ้าคนผิดถูกลงโทษ พร้อมระบุเมื่อวานหลังจากตนแถลงข่าวจบ ได้รับโทรศัพท์ช่วง 6 โมงเย็น มีตำรวจยศใหญ่โทรมาต่อว่าตนด้วยนอกจากนี้ ยังฝากคำถามไปถึง พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาตำรวจนครบาล 5 ข้อ คือ ทำไมจึงดำเนินคดีเพียงข้อหาคดียาเสพติด
แต่ไม่ตั้งข้อหาคดีสมคบฟอกเงิน,มีพยานหลักฐาน คือ ค่าเช่า ค่าไฟ เงินค้ำประกันไฟฟ้า และสิ่งสาธารณูปโภคต่างๆ ที่นายตู้ห่าวเป็นผู้จ่ายเงิน และมีชื่อเป็นผู้เช่าสถานที่ แต่ทำไมตำรวจจึงไม่ดำเนินการตรวจสอบให้เกิดความกระจ่าง,การจับกุมผับจินหลิง มีผู้ต้องหาและพยานในที่เกิดเหตุจำนวน 265 คน ควรจะต้องนำมือถือมาตรวจสอบให้ครบทั้งหมด เพื่อหาความเชื่อมโยง
รวมถึงดำเนินคดีกับคนเอารถของกลางออกไปโดยมิชอบ,การปล่อย เดวิด ฮอ กับ หลานนายตู้ห่าว ไปศาล เป็นการปล่อยตัวโดยมิชอบ ตำรวจมีเจตนาอะไร และมีการข่มขู่พยานปากสำคัญที่เป็นคนจีน ซึ่งถูกจับกุมที่ผับจินหลิง ว่าหากไปให้ปากคำเป็นพยานจะไปฆ่าครอบครัวที่ประเทศจีน ตำรวจได้มีการตรวจสอบกรณีนี้แล้วหรือยัง เพื่อป้องกันพยานกลับคำในชั้นศาล

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews