ยึดทรัพย์ตู้ห่าวกว่า 3,000 ล้าน ชูวิทย์ ลั่น! เริ่มไม่ไว้ใจ “บิ๊กโจ๊ก”

อาชญากรรม ข่าว
รมว.ยธ. แถลงผลยึดทรัพย์กว่า 3,000 ล้าน ชูวิทย์ ลั่น! เริ่มไม่ไว้ใจ “บิ๊กโจ๊ก” เหตุไม่แจงคดีการฟอกเงินตู้ห่าวและยังไม่ส่งสํานวนให้อัยการสูงสุด

 

 

วันนี้ (9 ธ.ค. 65) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรี ธนฤกต จิตรอารีย์รัตน์ เลขาฯ รมว.ยธ. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลการยึดอายัดทรัพย์สินเครือข่ายของนายตู้ห่าว ในจังหวัดสมุทรปราการ กว่า 3 พันล้านบาท โดยมีนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ร่วมฟังการแถลงข่าวในครั้งนี้ด้วย

 

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ทรัพย์สินที่ยึดอายัดได้ประกอบด้วยที่ดิน 5 โฉนด 38 ไร่ 3 งาน 39 ตารางวา และสิ่งปลูกสร้างรวมมูลค่าประมาณ 3,000 ล้านบาท รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน จํานวน 5 คัน รวมมูลค่าประมาณ 20,450,000 บาท ส่วนรางวัลในการแจ้งเบาะแสนั้นทางกระทรวงยุติธรรมได้มีการกำหนดอัตราส่วนของคนแจ้งเบาะแสที่จะได้ 5 เปอร์เซนต์

 

โดยผลตอบแทนจะออกมาในรูปแบบสกุลเงินดิจิทัลหรือคริปโตเคอร์เรนซี โดยผู้แจ้งเบาะแสทั้งหมด ทางกระทรวงยุติธรรมจะเก็บเป็นความลับไม่ต้องกังวลเรื่องของความปลอดภัยเพราะทางกระทรวงฯยังมีทีมคุ้มครองพยานให้การดูแลอย่างดี ส่วนจํานวนเงินจากการยึดอายัดทรัพย์สินในวันนี้ไม่ได้นับรวมกับการยึดอายัดครั้งก่อนๆ

 

โดยการยึดอายัดตรงนี้ไม่ได้ยึดทั้งหมด 100% ต้องขึ้นอยู่กับคำสั่งศาลว่าจะสามารถยึดได้เท่าไหร่ จึงสามารถทำการยึดอายัดทรัพย์ได้ทั้งหมดซึ่งนี้ถือเป็นเรื่องของคดีความที่จะต้องมีการสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียดว่าเงินหรือทรัพย์สินที่มีอยู่ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ถ้าหากตรวจสอบแล้วว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายก็จะสามารถทำการยึดอายัดทรัพย์ได้

 

เนื่องจากกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่มีผลย้อนหลังกลับไปถึง 10 ปี เบื้องต้นจำนวนทรัพย์สินของนายตู้ห่าวยังไม่สามารถประเมินได้ทั้งหมดต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศในการพิสูจน์การได้มาซึ่งทรัพย์สินขณะที่เขาอยู่ในประเทศ และจะต้องใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบและพิสูจน์อีกครั้ง แต่ก็จะมีการยึดทรัพย์ให้เห็นเรื่อยๆ

 

ส่วนเรื่องที่นายชูวิทย์ไปยื่นข้อมูลต่อหน่วยงานต่างๆนั้น ถือเป็นเรื่องที่ดีและขอบคุณเป็นอย่างมากเพราะข้อมูลและหลักฐานต่างๆ สามารถช่วยให้ทางเจ้าหน้าที่รวบรวมและดําเนินการได้เร็วยิ่งขึ้น

 

ด้านนายชูวิทย์ กล่าวว่า ตนเองได้พบและยื่นหนังสือโดยตรงกับ น.ส.นารี ตัณฑเสถียร อัยการสูงสุดแล้ว ซึ่งท่านกล่าวว่ายังไม่ได้รับสํานวนใดทั้งสิ้น จึงเริ่มทําให้ตนเองเริ่มรู้สึกไม่ไว้ใจการทํางานของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ตั้งแต่ไม่มีการแจ้งข้อหาการฟอกเงินตู้ห่าว จนทําให้ไม่สามารถแจ้งข้อหาร่วมกันสมคบคิดการฟอกเงินกับ นางพัชรินท์ได้ อีกทั้ง นางพัชรินท์ คือคนที่ทําการโอน โยกย้ายเงินไปมา ซึ่งนี้ก็เห็นแล้วว่ามีการฟอกเงินเข้ามาเกี่ยวเต็มๆแต่กลับไม่ถูกแจ้งคดีฟอกเงิน

ทั้งนี้นายชูวิทย์ กล่าวเพิ่มว่า หากเรื่องนี้ใหญ่เกิน ผบ.ตร. ทาง นายกฯ ควรที่จะลงมาดูแลด้วยตัวเองและอย่าให้ตนเองเปิดว่าตู้ห่าวนั้นสนิทกับใคร หากเปิดขึ้นมาจะกระทบหนักอย่างแน่นอน และขอยํ้าว่าคดีนี้ต้องไปสุดที่ศาลฎีกาเท่านั้น

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews