ก้าวไกล หวังพ.ร.บ.ปลดล็อกท้องถิ่น เข้าสภา 29-30 พ.ย. นี้ผ่านวาระ 1 เพื่อตั้งกมธ.พูดคุยแก้ไขรายมาตราต่อไป ขออย่ามองเป็นเรื่องการเมือง
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้จัดการการสื่อสารและการรณรงค์นโยบายของพรรคก้าวไกล ร่วมทำกิจกรรมชวนสื่อมวลชนล้อมวงคุยความสำคัญ พ.ร.บ.ปลดล็อกท้องถิ่น เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับพ.ร.บ.ฉบับนี้ เพราะเชื่อว่าสื่อมวลชนเป็นกลไกสำคัญในการนำเสนอข่าวสารเพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศไทย
โดยนายพริษฐ์ ระบุว่า จุดหมายของพรรคก้าวไกลในขณะนี้ คือ วันที่ 26 พ.ย.หรือวันพรุ่งนี้ จะมีการเปิดตัวนโยบายชุดที่ 3 จาก 9 นโยบายหลักของก้าวไกล และวันที่ 29-30 พ.ย.จะมีการประชุมร่วมรัฐสภา ซึ่งมีการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.ปลดล็อกท้องถิ่น เกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่น และหวังว่าจะผ่านวาระที่ 1 ในวันที่ 29-30 พ.ย. ซึ่งมีการล่ารายชื่อได้กว่า 7 หมื่นรายชื่อตั้งแต่เดือนเม.ย.ที่ผ่านมา
ด้ายนายธนาธร ระบุว่า ร่างพ.ร.บ.ปลดล็อกท้องถิ่นฉบับนี้มีคนจำนวนมากร่วมลงรายชื่อ ซึ่งคน อำนาจ เงิน จะต้องจัดสรรให้ถูกที่ โดยมีการยกตัวอย่างจังหวัดที่มีปัญหา เช่น ที่จ.ลำพูน อ.ผักกาดเหนือ ปัจจุบันก็ยังไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ซึ่งกระทรวงทรัพย์มีการออกประกาศคำสั่งห้ามตั้งเสาโทรศัพท์ในพื้นที่ป่า และ อบต.ค้อใหญ่ อ.พนมไพรจ.ร้อยเอ็ด ระบบน้ำประปายังไม่ดี
ซึ่งมีงบประมาณ 4-50 ล้านต่อปี ซึ่งไม่พอในการทำระบบน้ำประปา ซึ่งปัจจุบันเป็นระบบอุปถัมภ์ต้องวิ่งเต้นเพื่อให้เข้าถึงงบประมาณ ร่างรัฐธรรมนูญของเราที่จะเสนอมีการเอาอำนาจ งบ จัดสรรให้เป็นธรรม โดยเรื่องนี้ตั้งใจจริง และดำเนินการตั้งแต่เดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งไม่ใช่ความฝันของเราอย่างเดียว มีคนมากมายที่รณรงค์เรื่องนี้ พวกเราทำงานต่อผลักดันวาระ ซึ่งในพ.ร.บ.นี้อาจมีหลายมาตราที่อาจไม่ถูกใจหลายๆ คน แต่ขอให้รับหลักการไปก่อน แล้วค่อยแก้ในรายละเอียดในวาระ 2-3 ซึ่งพวกเราเปิดโอกาสให้มีการแก้ไข
นายพิธา กล่าวว่า การกระจายอำนาจเป็นการระเบิดการเดินหน้าของเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งการตอบสนองราชการไม่ทันสังคมปัจจุบัน ตนมองว่าประเทศไทยมีปัญหา แต่ละจังหวัดไม่ตรงกัน กทม.กับเทศบาลต่างกัน 20 เท่า และมองว่าผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละคนทำงาน 2 ปี และย้ายจังหวัดไป อาจทำงานได้ไม่เต็มที่ นอกจากนี้มีการทำงานขึ้นไปหาอธิบดี แต่ไม่งานไปหาประชาชนเลย และมีการระบุว่า
หากพรรคก้าวไกลเป็นรัฐบาล จะมีโรดแมพระยะ สั้น กลาง ยาว โดย 100 วันแรกหลังเป็นรัฐบาลจะต้องเอาระบอบคสช. ระบอบรัฐประหารที่ล็อกการกระจายอำนาจออกไปให้หมดก่อน หากเป็นนายกฯก็จะมีการฟอร์มทีมรัฐบาลทำงานและหาก 4 ปีทำดีก็อยู่ต่อ แต่ถ้าทำไม่ได้ก็ต้องออกไป ซึ่งในวันพรุ่งนี้จะมีการแถลงนโยบายอีกครั้งหนึ่ง
โดยนายธนาธร ระบุว่า ไม่มีใครรู้ว่าในวันประชุมจะมีใครเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่จะทำให้ดีที่สุด ซึ่งมีส.ว.หลายคนขับเคลื่อนเรื่องนี้มา และอยากฝากสมาชิกรัฐสภาอย่ามองเรื่องนี้เป็นเรื่องการเมือง ควรมองเรื่องนี้เป็นเรื่องของอนาคต ไม่ว่าพรรคไหนจะบริหารมองว่าเป็นทิศทางที่ควรจะเดินไป หากมีรายละเอียดที่ไม่ตรงกันขอให้ไปพูดคุยกันในชั้นกรรมาธิการวาระ 2 จะพยายามเต็มที่
นอกจากนี้เรื่องการยกเลิกราชการส่วนภูมิภาคเป็นเรื่องใหญ่ หากร่างพ.ร.บ.ปลดล็อกท้องถิ่นผ่าน จะให้มีการพูดคุย และทำประชามติ และจะมีการยกเลิกใน 5 ปีหากผ่านโดยยืนยันไม่ได้เสนอให้ยกเลิกในทันที
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews