จับปลอกหมอนซุกไอซ์กว่า 14 กก. ปลายทางออสเตรเลีย

อาชญากรรม ข่าว
เลขาฯ ป.ป.ส. เผยผลปฏิบัติการ AITF จับปลอกหมอน ชุกไอซ์กว่า 14 กก. เตรียมส่งปลายทางออสเตรเลีย ด้านเลขาฯ วิชัย ย้ำขยายผลทุกเครือข่าย ตามนโยบายรัฐบาล

 

 

นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. เผยถึงการตรวจยึด ไอซ์ 13.94 กิโลกรัม ที่อาคารคลังสินค้า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระบุชื่อผู้รับปลายทางประเทศออสเตรเลีย สืบเนื่องจาก หน่วย AITF มีการสืบทราบข้อมูลการเตรียมส่งยาเสพติดไปยังออสเตรเลียของขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ โดยจะส่งผ่านทางการส่งพัสดุภัณฑ์ ที่อาคารคลังสินค้า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จากการตรวจสอบพบกล่องพัสดุต้องสงสัยจำนวน 2 กล่อง

ภายในเป็นปลอกหมอน 11 ใบ เจ้าหน้าที่ตรวจพบความผิดปกติจากน้ำหนักและความแข็งที่ต่างจากปลอกหมอนทั่วไป หลังการตรวจสอบพบว่าปลอกหมอนทั้งหมดถูกซุกด้วย ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) กล่องที่ 1 ไอซ์ซุกซ่อนอยู่ในปลอกหมอนชั้นใน จำนวน 6 ใบ น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มทั้งหมดประมาณ 6.8 กิโลกรัม กล่องที่ 2 ไอซ์ ซุกซ่อนอยู่ในปลอกหมอนชั้นใน จำนวน 5 ใบ น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มทั้งหมดประมาน 7.14 กิโลกรัม รวมน้ำหนักและสิ่งห่อหุ้มทั้งหมเ 13.94 กิโลกรัม

นายวิชัยฯ ตนได้ย้ำให้มีการขยายผลการส่งยาเสพติดผ่านพัสดุทุกคดี โดยการขนส่งยาเสพติดผ่านพัสดุ เป็นรูปแบบที่องค์การค้ายาเสพติดทั่วโลกใช้เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุม และประหยัดค่าขนส่ง จากคดีนี้เราได้ทราบถึงผู้ส่ง-ผู้รับแล้ว ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ส. ได้ประสานงานกับตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย (Australian Federal Police : AFP) เพื่อสืบสวนขยายตัวถึงตัวการผู้เกี่ยวข้อง

 

พร้อมระบุ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 โครงการ AITF และ SITF มีผลสกัดกั้นยาเสพติดซุกซ่อนในพัสดุระหว่างประเทศก่อนถูกลักลอบส่งไปยังประเทศออสเตรเลีย จำนวน 22 คดี เป็นการตรวจยึด 20 คดี และจับกุม 2 คดี ผู้ต้องหา 2 คน (ชาวไทย และ ชาวสิงคโปร์) ของกลางรวมไอซ์ 344.61กิโลกรัม เฮโรอีน 76.8 กิโลกรัม (ส่วนใหญ่ซุกซ่อนไปกับเครื่องใช้ภายในบ้าน เครื่องแต่งกาย และอาหาร/เครื่องดื่มกึ่งสำเร็จรูป)

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews