“สุดารัตน์” ควง “โภคิน” ยื่นเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญภาคประชาชนต่อ ประธานสภา
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย และนายโภคิน พลกุล ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศ พร้อมภาคประชาชน เข้ายื่น
เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญภาคประชาชนต่อนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา
โดยคุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่าร่างดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการที่จะคืนอำนาจให้กับประชาชน ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญการเขียนรัฐธรรมนูญของประชาชนเอง ในเมื่อเผด็จการยึดอำนาจฉีกรัฐธรรมนูญและเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อสืบทอดอำนาจจนมาถึงทุกวันนี้ถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนก่อนการเลือกตั้งที่จะมาถึง
ที่ผ่านมาก่อนหน้านี้พรรคการเมืองก็สัญญาว่าจะแก้รัฐธรรมนูญคืนอำนาจให้กับประชาชน แต่ก็เห็นแล้วว่าเป็นการพูดปาหี่ สุดท้ายร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนก็เกิดขึ้นไม่ได้ เกิดขึ้นเพียงการแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นปลีกย่อย เกี่ยวกับระบบการเลือกตั้งที่เป็นความได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง เท่านั้นเอง พรรคไทยสร้างไทยร่วมกับภาคประชาชน
จึงอยากคืนอำนาจให้กับประชาชนในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนให้มี สมาชิกสภาล่าง รัฐธรรมนูญจากประชาชนและเน้นยุติวงจรอุบาทว์ที่ทำให้ประเทศเกิดความเสียหาย 16 ปีแห่งความขัดแย้งต้องยุติการเมือง 2 ขั้ว หลังจากนี้ก็จะเป็นการรณรงค์ให้ภาคประชาชนร่วมกันลงชื่อ ให้ครบ 50,000 รายชื่อ เพื่อเดินหน้าสร้างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน
ขณะเดียวกัน วันนี้ไม่ได้มาชวนใครทะเลาะ แต่จะหาทางออกให้กับความขัดแย้งของการเมืองทั้ง 2 ขั้ว การเลือกตั้งใหม่ ก็จะได้ระบบเดิม ดังนั้น การจะแก้ได้ ต้องแก้จากรัฐธรรมนูญก่อน จึงอยากเชิญชวนทุกคน นายกรัฐมนตรี ส.ส.และ ส.ว. ร่วมกันทำภารกิจสำคัญในครั้งนี้เพื่อให้ประเทศไทยเดินต่อไปได้ คืนอำนาจให้กับประชาชนก่อนการเลือกตั้ง
ด้านนายโภคิน กล่าวว่า เรื่องนี้เคยทำมาเกือบสำเร็จแล้วในปี 2564 แต่มีการเสนอศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความในวาระ 3 ว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญจะต้องทำประชามติก่อน แม้จะมีความพยายามให้รัฐบาลทำประชามติ แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้า
จึงมองว่า หากไม่สามารถจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ ก็ให้เปลี่ยนเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติม เพราะไม่ได้แก้ไขหมวด 1 และ 2 จึงได้เสนอเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาใหม่อีกครั้ง ผ่านพรรคไทยสร้างไทยและภาคประชาชน ถ้าเรื่องนี้บรรจุถูกต้องก็จะมีการพิจารณาในเดือนมกราคมได้
โดยสิ่งที่จะมีการบัญญัติไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็คือ การรัฐประหาร ถือว่าเป็นการล้มล้างการปกครอง ต้องเป็นกบฏและผู้ที่ทำการรัฐประหารต้องได้ รับโทษสูงสุดจะต้องทำให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์และเป็นจารีตประเพณีว่าประเทศไทยต้องจบวงจรอุบาทว์นี้ให้ได้
แม้รัฐธรรมนูญที่ผ่านมา มีการระบุว่าการทำรัฐประหารเป็นสิ่งผิดกฎหมายแต่ถ้าหากทำสำเร็จถือเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ถ้าไม่สำเร็จถือว่าเป็นกบฏ ดังนั้น ฉบับนี้จะเขียนเลยว่าการนิรโทษกรรมการทำรัฐประหารไม่ได้เป็นกบฏ และเป็นคดีอาญา ถ้ามีการทำรัฐประหารประชาชนคนไทยทุกคนถือเป็นผู้เสียหาย และให้ถือเป็นประเพณีการปกครองที่สำคัญที่สุด ดังนั้นจึงขอร้องทุกฝ่ายร่วมกันทำเรื่องนี้เพื่อก้าวข้ามความขัดแย้ง

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews