พ่อค้าส้มตําร้อง ยธ. ตกเป็นแพะคดีลักทรัพย์ ผสห.เผย ตร.เร่งเซนต์เอกสารบอก “รีบไปกินข้าว”
วันนี้(25 ต.ค. 65)นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอดนํา นายเกรียงไกรหรือแดง อายุ 36 ปี พ่อค้าไก่ย่างร้องต่อกระทรวงยุติธรรม(ยธ.) กรณีตกเป็นแพะในคดีลักทรัพย์ จนถูกตํารวจออกหมายจับติดคุก เดินทางเข้าพบ น.ส.ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้แทนนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยธ. รับเรื่องตรวจสอบการทํางานของเจ้าหน้าที่ตํารวจ
นางแองเจิ้ล(นามสมมติ) ผู้เสียหายเล่าว่า ได้จ้างช่างมาซ่อมแซ่มบ้านจํานวน 2 คน ทราบชื่อคือ หนึ่ง กับ ต๊ะ ต่อมาพบว่าพระเครื่องที่บ้านหายไปมูลค่ารวมกว่าหนึ่งล้านบาท จึงไปแจ้งความที่ สน บางขุนนท์ กับ ร.ต.อ. ท่านหนึ่ง หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่นํารูปของผู้ต้องหาคือ นายหนึ่งกับนายต๊ะ ซึ่งตนเองยืนยันว่า นายหนึ่งคือผู้ต้องหาเพราะจําหน้าได้แม่น แต่นายต๊ะตนเองไม่ยืนยัน เนื่องจากรูปนายต๊ะไม่ตรงกับตัวจริงปฏิเสธไป และทางเจ้าหน้าที่นําเอกสารยืนยันตัวผู้ก่อเหตุมาให้เซนต์ ซึ่งตนเองก็กําลังอ่านรายละเอียดแต่ตํารวจกลับพูดออกมาว่า “จะรีบไปกินข้าว” ตนเองจึงรีบเซนต์ไปพร้อมยืนยันอีกครั้งว่านายต๊ะรูปไม่ตรงไม่ขอยืนยันตัว
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตํารวจได้นําหมายจับไปกุมตัวนายเกรียงไกร พ่อค้าส้มตําที่กําลังขายของอยู่ ซึ่งนายแดงตกใจมากเพราะตนเองไม่เคยไปขโมยของที่บ้านใคร
นายเกรียงไกร กล่าวว่า เมื่อ 21 มิ.ย. 65 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตํารวจนําหมายจับคดีลักทรัพย์มาแสดงและให้ตนเองเซนต์รับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งยืนยันไปว่าตนเองเป็นเพียงพ่อค้าขายส้มตํา ไม่ใช่ผู้รับเหมาก้อสร้างและไม่เคยขโมยของใคร โดยเหตุเกิดเมื่อ 27 มิ.ย.63 แต่ในปีนั้นวันที่ 21 มิ.ย.63 ตนเองเกิดอุบัติเหตุหนัก ใส่เฝือกที่คอ ไม่สามารถขยับคอได้ เอ็นนิ้วกลางฉีก ต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่บ้านนานจนเดือน ก.ค.63 ก็ยังไม่หายดี หมอยังนัดอยู่ตลอดเป็นไปไม่ได้ที่จะก่อเหตุดังกล่าว แต่ทางเจ้าหน้าที่บอกให้เซนต์แล้วไปสอบปากคําต่อที่โรงพัก เนื่องจากเห็นว่าเป็นหมายจับจริงจึงจํายอมเซนต์ไป และถูกจําคุกเป็นเวลา 3 วัน 2 คืน ก่อนจะถูกประกันตัวออกมา ซึ่งตอนนี้ยังไม่กล้าขายของเนื่องจากรู้สึกอับอายที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นขโมย มากไปกว่านั้นลูกตนเองก็ถูกเพื่อนและคนในซอยหาว่ามีพ่อเป็นขโมย จึงรู้สึกสงสารลูกและอยากเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตนเอง
โดยทาง น.ส.ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ เป็นตัวแทน รมว.ยธ. ในการรับเรื่อง พร้อมยืนยันว่าจะเร่งเขียนหนังสือถึงสํานักงานตํารวจแห่งชาติเพื่อขอทราบรายละเอียดและความคืบหน้าในคดีเพิ่มเติม พร้อมกับจะขอให้ตรวจสอบการทํางานของเจ้าหน้าที่ดังกล่าวว่าทําถูกต้องหรือไม่ เบื้องต้นทางกองทุนยุติธรรมพร้อมจะยื่นมือเข้าช่วยในการเยียวยาต่างๆและเตรียมทนายความไว้ หากมีการขึ้นศาลก็จะช่วยเหลือและจะออกค่าใช้จ่ายทุกอย่าง พร้อมยืนยันจะช่วยเหลือคดีนี้ให้ถึงที่สุด
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews