46 ปี 6 ตุลาฯ จาก ขับ “ถนอม” สู่ไล่ “ประยุทธ์”

Video คลิปข่าวทั่วไป ข่าว

 

 

กงล้อประวัติศาสตร์การเมืองไทย หมุนเวียนกลับมาอีกครา เป็นปีที่46 แล้วสำหรับเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 โดยรองศาสตราจารย์ ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อดีตนักวิชาการทางด้านประวัติศาสตร์ เคยเขียนไว้ว่าเป็นวันที่ถูกจารึกว่า ได้เกิดกรณีนองเลือดครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย

 

 

เมื่อเจ้าหน้าที่รัฐบาลและกลุ่มฝ่ายขวาหลายกลุ่มร่วมมือกันก่อการสังหารหมู่นักศึกษาประชาชน ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตฝ่ายประชาชนอย่างน้อย 41 คน และบาดเจ็บ 145 คน การก่อการสังหารครั้งนี้ได้กลายเป็นข่าวแพร่ไปทั่วโลก แต่ที่น่าประหลาดใจที่สุดก็คือ การก่อกรณีนองเลือดครั้งนี้ ไม่มีการจับกุมฆาตกรผู้ก่อการสังหารเลยแม้แต่คนเดียว

 

ในทางตรงข้ามนักศึกษาประชาชนที่เหลือรอดจากการถูกสังหารจำนวน 3,094 คน กลับถูกจับกุมทั้งหมดภายในวันนั้นเอง เหตุการณ์ในวันนั้น นักศึกษาถูกกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ ทั้งๆ ที่มีเป้าหมายขับไล่จอมพลถนอมเพียงเท่านั้น

 

ส่วนสาเหตุความรุนแรงดังกล่าวมาจาก เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2519 จอมพลถนอม กิตติขจร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวัย 65 ปี เดินทางกลับประเทศไทยด้วยการบวชเป็น “สามเณร” กลายเป็นชนวนสำคัญ ในการเคลื่อนไหวคัดค้านไม่เอาเผด็จการของกลุ่มนักศึกษาอีกครั้ง

 

หลังจากโศกนาฏกรรม 14 ตุลาคม 2516 จนลุกลามไปสู่การปิดล้อมสังหารหมู่ผู้ชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในอรุณรุ่งสีเลือด วันที่ 6 ตุลาคม 2519
แน่นอนว่าเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519

 

กลายเป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำคัญในการเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ของมวลชนในกาลต่อมาเมื่อพวกเขาเหล่านั้นรู้สึกว่าถูกกดขี่และไม่ได้รับความเป็นธรรมจากอำนาจรัฐ ซึ่งในช่วง 8ปีให้หลัง ในยุคสมัยของอำนาจสีเขียวที่คะแนนความนิยมไม่เหมือนเดิมแล้ว จึงทำให้ประชาชนหลากหลายกลุ่มลุกขึ้นมาท้าทายอำนาจรัฐมากขึ้น อย่างเช่นการเคลื่อนไหวของเยาวชนนักเรียนนักศึกษา และประชาชนเมื่อปี 2563

 

ไล่เรื่อยมาถึงพ.ศ. นี้ 2565 เครือข่ายนักศึกษาจัดงานรำลึก 46 ปี 6 ตุลา ตามสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ โดยที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีการตั้งเวทีปาฐกถาหัวข้อ ”ฆ่า’ อย่างไรก็ไม่ตาย : ‘คนรุ่นใหม่’ ในความขัดแย้งทางการเมืองไทยร่วมสมัย’

 

โดย อนุสรณ์ อุณโณ อดีตคณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และการเสวนาหัวข้อ ‘ความหวังที่ยังไม่ตาย วิวัฒนาการอุดมการณ์นักศึกษา’ โดยตัวแทนนักศึกษาแต่ละยุคสมัย

 

ในขณะเดียวกันกลุ่มประชาชนที่เบื่อหน่ายกับการบริหารราชการของพล.อ.ประยุทธ์ ได้ออกแอ๊กชั่นกันมากขึ้น ยิ่งหลังคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 6:3 วินิจฉัยให้ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่สิ้นสุดความเป็นนายกรัฐมนตรี ทำให้กระแสความไม่พอใจทบทวีคูณขึ้น โดยแกนนำคณะหลอมรวมประชาชน อย่างนายจตุพร พรหมพันธุ์ ระบุว่า 16 ต.ค.จะนัดใหญ่อีกรอบ

 

ระหว่างนี้มีกิจกรรมที่ใดให้ไปร่วมไล่ 3 ป.ดีหมด เพราะตอนนี้สังคมไทยมารวมกันที่จุดเดียวกันแล้ว ถอดรหัสจุดรวมเดียวของคนไทย ตามคำพูดของจตุพร ย่อมหมายถึงการขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ ที่กำลังกระจายไปทุกพื้นที่ อย่างวันเก่านายกฯลงไปดูเรื่องน้ำท่วมที่ขอนแก่น และอุบลราชธานี มี นักกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตย และนักเคลื่อนไหว หลายกลุ่มรวมตัวกันแสดงพลังต่อต้านพล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาลลายพราง จนมีการปะทะกับเจ้าหน้าที่เป็นระยะๆ

 

ซึ่งเหมือนเป็นการส่งสัญญาณว่าการชุมนุมในกรุงเทพน่าจะมีการยกระดับความรุนแรงขึ้น ฉะนั้นแล้ว วันนี้ ครบรอบ 46ปี เหตุการณ์ 6 ตุลาฯ เพียงแต่ เปลี่ยนตัวละครจาก ขับ”ถนอม”สู่ไล่”ประยุทธ์” อันเป็นการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ของประชาชนคนธรรมดาสามัญกับอำนาจรัฐที่ยังคงเป็นประชาธิปไตยบนเส้นขนานตลอดไป!

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews