บิ๊กโจ๊ก แถลงจับกุมเครือข่ายค้ามนุษย์โรฮีนจา

อาชญากรรม ข่าว
บิ๊กโจ๊ก แถลงจับกุมสองสามีภรรยาเครือข่ายค้ามนุษย์โรฮีนจาปี 58 เชื่อมโยง “พล.ท.มนัส”ยันมีหลักฐานเอาผิดแน่นหนา

 

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะรอง ผอ.ศพดส.ตร.พร้อมด้วย นายสมัคร ทัพธานี มูลนิธิ LPN นายสุปรีย์ เสาวิจิตร มูลนิธิO.U.R. ร่วมกันแถลงจับกุมนายหม่อง ถ่าน ทุน และนางราฮานา เจ๊ะสะมะแอ สองสามีภรรยาคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจาปี 2558 เครือข่าย พล.ท.มนัส คงแป้น หลังเปลี่ยนสัญชาติหลบหนีไปกบดานประเทศเพื่อนบ้าน โดยจับกุมทั้งคู่ได้ที่บริเวณร้านอาหารแห่งหนึ่ง ริมถนนพระรามเก้า แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา

จากการสืบสวนผู้ต้องหาสามีภรรยาทั้งสองรายนี้ ได้มีการเปลี่ยนชื่อ นามสกุล และใช้สัญชาติมาเลเซีย พักอาศัยอยู่ที่บ้านพักภายในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ร่วมกับบุตรชายและบุตรสาว โดยประกอบอาชีพค้าขาย ทำธุรกิจออนไลน์ และทำธุรกิจทัวร์นำเที่ยวอยู่ในประเทศมาเลเซีย โดยถือว่าผู้ต้องหาทั้งสองเป็นผู้ต้องหารายสำคัญที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องการตัวเป็นอย่างมาก

 

เนื่องจากเป็นผู้กระทำผิดระดับหัวหน้าขบวนการในการควบคุมสั่งการ ในการนำชาวโรฮินจา จากรัฐยะไข่ ประเทศเมียนมา ผ่านมายังประเทศไทย และส่งต่อไปยังประเทศมาเลเซีย โดยเปิดบริษัทรถทัวร์โดยสารบังหน้า แล้วแอบขนชาวโรฮินจาจำนวนมากมาอย่างต่อเนื่องจนมีฐานะร่ำรวย ซึ่งภายหลังเมื่อทราบว่าตนเองถูกออกหมายจับ

 

จึงเดินทางหลบหนีไปยังประเทศมาเลเซีย จนมาถูกจับกุมหลังเดินทางเข้ามาในประเทศไทยอีกครั้ง จากการสอบสวนพบว่าทั้งคู่เดินทางเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม โดยมาพักที่โรงแรมย่านสุรวงศ์ จากนั้นได้ย้ายไปพักโรงแรมย่านรามคำแหง ก่อนถูกจับกุมตัวได้

 

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า คดีนี้คณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ได้ดำเนินการออกหมายจับผู้ต้องหารวมทั้งสิ้น 153 ราย จับกุมแล้ว 124 ราย เสียชีวิต 3 ราย หลบหนี 26 ราย แบ่งเป็นหมายจับมีคุณภาพ 17 ราย และไม่มีคุณภาพ 9 ราย ผู้ต้องหาที่เหลืออยู่เป็นระดับลูกน้องจำนวน 15 หมายจับอยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวซึ่งหลบหนีไปมาระหว่างไทยและตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน

 

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า คดีนี้มั่นใจว่าจะเอาผิดกับผู้ต้องหาทั้ง 2 คนได้เนื่องจากมีพยานบุคคล การใช้โทรศัพท์ และเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับ พล.ท.มนัส คงแป้น จึงมั่นใจในพยานหลักฐาน ถึงแม้ว่าผู้ต้องหาจะให้การภาคเสธ คือรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง แต่ปฏิบัติไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนชาวโรฮีนจาแต่อย่างใด พร้อมระบุว่า

 

ตั้งแต่เดือน ต.ค.นี้เป็นต้นไปตำรวจจะเน้นการป้องกันนำการปราบปราม โดยมอบหมายให้ผู้กำกับการแนวชายแดน โดยเฉพาะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์, อ.แม่สอด จังหวัดตาก,จังหวัดกาญจนบุรีและจังระนอง บูรณาการร่วมกับผู้กำกับการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองในการป้องกันการขนย้ายหรือลักลอบขนคน เนื่องจากการปราบปรามต้องใช้สรรพกำลังและงบประมาณมหาศาลในการปราบปราม จากนี้จะดำเนินอย่างจริงจังทุกมิติต้องอุดช่องโหว่วให้หมด เพื่อเลื่อนจากเทียร์2เป็นเทียร์1

 

นายสุปรีย์ กล่าวว่า ในฐานะ O.U.R. ที่เป็นองค์การระหว่างประเทศที่ไม่แสวงหาผลกำไร ต้องขอชื่นชมสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มีศักยภาพดำเนินคดีกับผู้กระผิด ยืนยันว่าตำรวจทำงานอย่างจริงจัง

 

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

';

ประเด็นที่คุณอาจสนใจ

';