ค่าเอฟทีคืออะไร กำลังเป็นคำถามที่หลายบ้านเริ่มสงสัยหลังสำนักงานกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ประกาศขึ้นค่าเอฟทีในเดือน ก.ย.-ธ.ค. 2565 อีก 68.66 สตางค์ รวมเป็น 93.43 สตางค์/หน่วย แล้วยิ่งรวมกับค่าไฟแล้วจะทำให้ค่าไฟเฉลี่ยสูงถึงหน่วยละ 4.72 บาท ชวนเปิดสาเหตุความแพงที่ต้องแบกกันดีกว่า
ค่าเอฟทีคืออะไร?
ค่าเอฟที (FT) คือ ค่าไฟฟ้าผันแปร ที่เป็นตัวการสำคัญในการวัดว่าค่าไฟฟ้าในแต่ละเดือนนี้จะพุ่งขึ้นหรือลดลง โดย FT ย่อมาจากคำว่า Float time มีความหมายว่า การลอยค่าของต้นทุนการผลิตไฟฟ้าที่การไฟฟ้าไม่สามารถควบคุมเองได้ เช่น ราคาเชื้อเพลิง อัตราเงินเฟ้อ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
สรุปแบบเข้าใจง่าย ค่าเอฟที จึงหมายถึง ค่าไฟฟ้าผันแปร ที่ใช้เพิ่มหรือลดค่าไฟ ซึ่งการเพิ่มหรือลดนี้อิงมาจากปัจจัยภายนอกที่หน่วยงานจัดการไม่ได้นั่นเอง เช่น หากเชื้อเพลิงไฟฟ้าแพง ค่าผลิตไฟฟ้าก็จะแพงขึ้นเช่นเดียวกัน หรือ หากเกิดเงินเฟ้อ สินค้ามีราคาสูงขึ้น การผลิตไฟฟ้าก็มีราคาสูงขึ้น กระทบถึงคนจ่ายเช่นเดียวกัน
โดยการปรับค่าเอฟที กกพ. จะพิจารณาทุก 4 เดือนว่าจะเพิ่มหรือลด โดยอิงจากต้นทุนการผลิตและปัจจัยอื่นๆ มีทั้งหมด 3 งวด ได้แก่ งวดแรก ม.ค.-เม.ย. งวดที่สอง พ.ค.-ส.ค. และ งวดที่สาม ก.ย.-ธ.ค.
4 เหตุผลทำไมค่าไฟแพง
ทั้งนี้ สำนักงานกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ก็ได้มาชี้แจงถึงสาเหตุการขึ้นค่าไฟเช่นกัน ซึ่งส่วนใหญ่ปัญหารอบนี้อยู่ที่เชื้อเพลิงการผลิต ดังนี้
- ปริมาณก๊าซในประเทศที่ลดลง จากเดิมสามารถจ่ายก๊าซได้ 2,800 – 3,100 ล้านลูกบาศก์ฟุต ต่อวัน (MMSCFD) ลดลงเหลือราว 2,100 – 2,500 MMSCFD ทำให้ต้องนำเข้า Spot LNG เข้ามาเสริมหรือเดินเครื่องโรงไฟฟ้าด้วยน้ำมันเพื่อทดแทนปริมาณก๊าซที่ขาด แต่ในช่วงสงครามรัสเซีย – ยูเครน ส่งผลให้ ราคา Spot LNG มีราคาแพงและผันผวนส่งผลให้ค่าเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- การผลิตก๊าซจากพม่าไม่สามารถผลิตได้ตามกำลังการผลิตเดิม และมีแนวโน้มที่จะลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงปลายปี 2565 และต้นปี 2566
- หลายประเทศเริ่มฟื้นตัวจากโควิด ทำให้ความต้องการใช้ LNG มีมากกว่ากำลังการผลิตในตลาดโลก ส่งผลกระทบต่อราคาและการเจรจาสัญญาซื้อขาย LNG โดยเริ่มมาตั้งแต่ปลายปี 2564 และต่อเนื่องตลอดปี 2565 และคาดว่าจะต่อเนื่องไปในปี 2566
- สภาวะสงครามรัสเซีย – ยูเครน ทำให้รัสเซียลดหรือตัดการจ่ายก๊าซธรรมชาติทางท่อไปยังยุโรป ส่งผลให้ความต้องการ LNG เพิ่มขึ้นอย่างมากในยุโรป และส่งผลกระทบทางอ้อมต่อราคา LNG ในตลาดเอเชีย
ในช่วงวิกฤตราคาพลังงานขาขึ้นนำมาซึ่งปัญหาการจัดการไม่เพียงแค่หน่วยงาน แต่ยังสะเทือนไปถึงกระเป๋าตังค์ประชาชนทุกคน ในเมื่อยังไม่สามารถพึ่งการจัดการได้เพียงพอ เห็นทีคงต้องหันมาปรับ ปิดไฟในบ้านเองเพื่อลดค่าไฟ รวมถึงไปหันมาใช้เตามหาเศรษฐี เผื่อวันนึงจะได้กลับมาเป็นเศรษฐีเหมือนเดิมได้อีกครั้งละมั้ง
ติดตามข่าวเพิ่มเติมต่อได้ที่ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews
ขอบคุณข้อมูลจาก :