5 หน่วยปูพรมกวาดล้างน้ำมันเถื่อนและสินค้าหนีภาษีชายแดนไทยมาเลซียช่วงล็อกดาวน์โควิด
เจ้าหน้าที่จาก 5 หน่วยงานทั้งสายตรวจสำนักงานสรรพสามิตภาคที่9 สายตรวจสรรพสามิตพื้นที่สงขลา ชุดสืบสวนปราบปรามกรมศุลกากร ศุลกากรภาค4 และชุดปราบปรามน้ำมันเถื่อนตำรวจภูธรภาค9ภายใต้การสั่งการของ นายจรูญ ราชกิจจา ผอ.สำนักงานสรรพสามิตภาคที่9 นายภาณุพงศ์ ศรีเกตุ สรรพสามิตพื้นที่สงขลา สนธิกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบการลักลอบขายน้ำมันเถื่อนและสินค้าหนีภาษีทุกประเภทในพื้นที่ตามแนวชายแดนไทยมาเลเซีย อ.สะเดา จ.สงขลา ทั้งในพื้นที่บ้านด่านนอก ต.สำนักขาม พื้นที่ต.ปาดังเบซาร์ และต.ทุ่งหมอ อ.สะเดา เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับการค้าและเศรษฐกิจภายในประเทศจากผลพวงของสถานการณ์โควิด-19
ตามมาตรการล๊อคดาวน์พื้นที่ชายแดนไทยมาเลเซียในช่วงสถานการณ์โควิด19 เพื่อป้องกันไม่ให้มีการลักลอบนำสินค้าหนีภาษีโดยเฉพาะน้ำมันเถื่อนเข้ามาในพื้นที่ชายแดนไทยมาเลเซียและประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือร้านค้ารายย่อยหลีกเลี่ยงนำน้ำมันเถื่อนเข้ามาวางขายทั้งแบบใส่ขวดและปั้มหลอดแก้ว ซึ่งหากตรวจพบก็จะถูกดำเนินคดีตามกฏหมาย

โดยหลังจากที่เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าปั้มหลอดแก้วและร้านค้ารายย่อยที่เคยนำน้ำมันเถื่อนมาวางขายส่วนใหญ่ปิดเกือบทั้งหมด ส่วนที่วางขายอยู่จะเป็นน้ำมันขวดที่ซื้อน้ำมันไทยมาแบ่งขายใส่ขวด
ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างน้ำมันไปตรวจวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์กับรถโมบายแล็ปของกรมสามิตหากพบว่ารายใดมีการปลอมปนนำน้ำมันเถื่อนมาผสมกับน้ำมันไทยหรือลักลอบขายน้ำมันเถื่อน ก็จะเปรียบเทียบปรับกับเจ้าของร้าน รวมทั้งแนะนำให้ร้านค้ารายย่อยไปขออนุญาตการจำหน่ายน้ำมันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เพื่อป้องกันกันทำผิดกฎหมาย
ทั้งนี้ภาพรวมของสถานการณ์น้ำมันเถื่อนชายแดนไทยมาเลเซียจากการตรวจสอบพบว่าหลังจากที่มีมาตรการล็อกดาวน์นายทุนใหญ่และคอกน้ำมันเถื่อนในพื้นที่ได้หยุดดำเนินการทั้งหมดเนื่องจากเจ้าหน้าที่คุมเข้มพื้นที่ชายแดนไทยมาเลเซียยากที่จะลักลอบนำเข้ามา แต่อาจจะมีเล็ดรอดเข้ามาบ้างแต่ก็เป็นลักษณะของชาวบ้านที่นำมาใช้และแบ่งขวดขายรายเล็กๆเนื่องจากผลกระทบจากโควิด19 ที่ต้องประหยัดค่าใช้จ่ายแต่ก็เป็นส่วนน้อย
อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งการค้าตามแนวชายแดนไทยมาเลเซียซบเซาอย่างหนัก
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news