พิจิตรตั้งโรงพยาบาลสนามวันนี้โควิดเพิ่ม58ราย

ข่าว ภูมิภาค
ผู้ว่าฯพิจิตร ไฟเขียวตั้งโรงพยาบาลสนาม ล่าสุดวันนี้เมืองชาละวันพบผู้ติดเชื้อโควิด 58 ราย

นายรังสรรค์ ตันเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร มอบให้ นายชูศักดิ์ ชุนเกาะ รองผู้ว่าฯพิจิตร , ดร.ธานี โชติกคาม รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิจิตร , นายสุบิน ศรีบุศกร รองนายก อบจ.พิจิตร และ นายชินนาอาชว์ รสิอัครศักดิ์ นายอำเภอบึงนาราง ให้ร่วมกันลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าของการสร้างโรงพยาบาลสนามที่ รพ.บึงนาราง ซึ่งก่อนหน้านี้ชาวบ้านได้ช่วยกันสร้างเพิงพักชั่วคราวให้กับผู้ที่ติดเชื้อโควิดที่เดินทางมาจาก กทม. และ จังหวัดที่มีการแพร่ระบาดเพื่อใช้เป็นที่พักชั่วคราว เพื่อรอการตรวจและส่งต่อเข้ารับการรักษา ซึ่งเป็นอาคารเพิงพักคล้ายกับแคมป์คนงานก่อสร้างทำให้หลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ว่า สภาพความเป็นอยู่ดูแร้นแค้น จากนั้น นายรังสรรค์ ผู้ว่าฯพิจิตร จึงได้สั่งการและจัดหางบประมาณให้สร้างเป็นโรงพยาบาลสนามขนาด 38 เตียง มีโครงสร้างเป็นมตรฐานเป็นอาคารติดแอร์ ซึ่งสร้างความพึงพอใจให้กับชาวบ้านและผู้นำท้องถิ่นรวมถึงผู้ป่วยและผู้มาใช้บริการ

นอกจากนี้ ผู้ว่าฯพิจิตร ยังได้สั่งการให้อีก10อำเภอ ดำเนินการตั้งโรงพยาบาลสนามและเพิ่มเตียงอีกรวม478เตียง ซึ่งประกอบไปด้วย รพ.สนาม ที่ อ.ตะพานหิน อ.โพธิ์ประทับช้าง อ.สามง่าม อ.บางมูลนาก อำเภอละ 50 เตียง , อ.บึงนาราง อ.ทับคล้อ อำเภอละ40เตียง,อ.วชิรบารมี อ.ดงเจริญ อำเภอละ20เตียง,อ.วังทรายพูน30เตียง,อ.สากเหล็ก38เตียง เพื่อเตรียมรองรับผู้ป่วยผู้ติดเชื้อโควิด ที่มีทั้งเดินทางมาจาก กทม.และจังหวัดที่มีการควบคุมสูงสุดที่ประกาศล็อกดาวน์ รวมถึงประชากรในพื้นที่จังหวัดพิจิตร ที่ติดเชื้อกันเอง

ล่าสุดของสถานการณ์พิจิตรวันนี้พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด 58 ราย แบ่งเป็นผู้ติดเชื้อภายในจังหวัดพิจิตร 28 ราย และผู้ติดเชื้อโควิดที่เดินทางมาจากจังหวัดอื่นๆ30ราย ทำให้วันนี้มีผู้ป่วยขอเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลต่างรวม275ราย ตัวเลขผู้ป่วยยืนยันสะสม432ราย และต้องรอลุ้นกลุ่มเสี่ยงที่กำลังรอผลตรวจอีก437ราย ซึ่งวันนี้พบว่ามีคลัสเตอร์ใหญ่เป็นโรงงานทำรองเท้าอยู่ที่ ต.ทะนง อ.โพทะเล เหตุเกิดจากมีพนักงานติดเชื้อโควิดแล้วแพร่ระบาดไป

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news