สัญญาณเตือน! ไทยไม่ปลอดภัยความรุนแรงสังคมพุ่ง เกิดโศกนาฏกรรมต่อเนื่อง

Video

 

เริ่มจากคดี “ไอ้ป๋อง-ไอ้ธง” ที่กลายเป็นคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญ ในช่วงเดือนก.ค.ที่ผ่านมา หลังผู้ต้องหาร่วมกันลวงอุ้มฆ่าและฝังอำพรางศพ รวม 5 ศพ ทั้งสองพี่น้องชาวรัสเซีย และครอบครัว 3 พ่อแม่ลูก ในพื้นที่ป่าจังหวัดชลบุรี

 

 

คดีนี้ไม่เพียงสร้างความสะเทือนใจให้กับสังคม แต่ยังนำไปสู่คำถามสำคัญเกี่ยวกับกระบวนการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม โดยเฉพาะประเด็นที่มีการกล่าวอ้างว่า หนึ่งในผู้ต้องหาเคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนำไปใช้เป็นสายข่าว หรือ “นิ้ว” ในการซื้อขายยาเสพติด จนทำให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ต้องสั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งในมิติทางวินัยและทางอาญา เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่า เจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดหรือไม่ และมีช่องโหว่ใดในกระบวนการบังคับใช้กฎหมายที่จำเป็นต้องแก้ไข

ในขณะที่สังคมยังตั้งคำถามเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสังคมไทยที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง และพุ่งสูงขึ้น

และที่น่าตกใจมาก คือ เหตุกราดยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ที่เกิดขึ้นล่าสุด ผู้ก่อเหตุเป็นเด็กนักเรียน ชั้น ม.3 ซึ่งมีอายุเพียง 14 ปีเท่านั้น แต่สร้างความสูญเสียครั้งใหญ่ มีผู้เสียชีวิตรวม 9 ราย ซึ่งล้วนเป็นแม่พิมพ์พ่อพิมพ์ของชาติ เด็กนักเรียน ผู้ก่อเหตุ และปู่ย่า พร้อมมีผู้บาดเจ็บอีก 22 ราย

สังคมจึงมีการตั้งคำถามถึงมาตรการรักษาความปลอดภัย เพราะโรงเรียนควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและบุคลากรทางการศึกษา และเหตุใดความรุนแรง จึงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และผู้ก่อเหตุทำไมถึงเริ่มมีอายุน้อยลงเรื่อยๆ ตั้งแต่ปัญหายาเสพติด ผู้มีอิทธิพล การครอบครอง และใช้อาวุธปืน ไปจนถึงการบังคับใช้กฎหมาย และปัญหาความรุนแรงภายในสถานศึกษา

โดนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประกาศเดินหน้าทบทวนมาตรการควบคุมอาวุธปืน ซึ่งได้หารือกับนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อปรับปรุงกฎหมายให้มีความเข้มข้นมากขึ้น

หนึ่งในมาตรการที่เน้นย้ำ คือ การตรวจตราการพกพาอาวุธปืนในพื้นที่สาธารณะ โดยหากไม่มีภารกิจหรือหน้าที่ตามกฎหมาย การพกปืนไปในที่สาธารณะถือเป็นความผิด ขณะที่การใช้อาวุธปืนในสนามยิงปืนก็ต้องเป็นไปตามระเบียบ ทั้งตัวอาวุธและกระสุน รวมถึงการฝากอาวุธไว้ที่สนามยิงปืน และการซื้อกระสุนต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือ ปืนไม่ควรถูกนำออกมาเพื่อสร้างความรู้สึกว่ามีไว้เพื่อความอุ่นใจ เพราะหากเกิดเหตุและมีการนำอาวุธไปใช้แก้ปัญหา ผู้ครอบครองก็อาจต้องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย

ส่วนข้อเสนอให้ครูสามารถพกปืนในโรงเรียนเพื่อป้องกันเหตุ นายกรัฐมนตรี แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วย โดยมองว่าครูไม่ใช่เจ้าพนักงานที่มีอำนาจในการพกพาอาวุธปืน และไม่ควรแก้ปัญหาความปลอดภัยด้วยการเพิ่มอาวุธเข้าไปในสถานศึกษา

ขณะที่ “ปืนเถื่อน” รัฐบาลยืนยันว่า ต้องยึดคืนและดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่มีการเปิดทางให้ทำให้ถูกต้องภายหลัง สำหรับประชาชนที่ครอบครองปืนผิดกฎหมาย รัฐบาลขอให้นำมามอบให้กรมการปกครอง ที่ว่าการอำเภอ หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะการครอบครองปืนเถื่อนถือเป็นความผิดอยู่แล้ว

อีกประเด็นสำคัญ คือ ความรับผิดชอบของเจ้าของปืนที่มีทะเบียนถูกต้อง นายกรัฐมนตรี กำชับว่า ปืนต้องถูกเก็บไว้ในสถานที่ปลอดภัยและพ้นมือเด็ก หากปืนถูกนำไปใช้ก่อเหตุ เจ้าของปืนอาจต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย และหากพบว่า ปืนถูกนำออกจากสถานที่เก็บโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องรีบแจ้งความและลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน

และเมื่อมองภาพใหญ่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง จะเห็นได้ว่า สิ่งที่ประชาชนกำลังเผชิญไม่ใช่เพียงคดีใดคดีหนึ่ง แต่เป็นคำถามถึงความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน สอดคล้องกับผลสำรวจ “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ล่าสุด พบว่า ร้อยละ 87.40 มองว่า อาชญากรรมและความรุนแรงในสังคมไทยวันนี้ “รุนแรงมากขึ้น” ขณะที่ร้อยละ 86.81 มองว่าสาเหตุสำคัญมาจากการบังคับใช้กฎหมายและบทลงโทษที่ยังไม่เข้มงวดเพียงพอ และยอมรับว่า ข่าวอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ทำให้รู้สึกกังวลอย่างมากต่อความปลอดภัยในชีวิตของตัวเอง

เมื่อถามถึงแนวทางแก้ไข ร้อยละ 81.55 เห็นว่าควรลงโทษผู้กระทำผิดอย่างหนัก โดยเฉพาะคดีร้ายแรงและผู้ที่กระทำผิดซ้ำ แต่ในอีกด้านหนึ่ง มากกว่าครึ่ง หรือร้อยละ 50.58 กลับยังไม่ค่อยเชื่อมั่นว่า รัฐบาลจะสามารถแก้ปัญหาอาชญากรรมและความรุนแรงได้

สะท้อนว่า สิ่งที่ประชาชนต้องการในเวลานี้ อาจไม่ใช่เพียงคำประกาศว่าจะ “เข้มงวด” แต่ต้องการเห็นผลในทางปฏิบัติ ภาครัฐจำเป็นต้องเร่งบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และแสดงให้เห็นถึงผลการทำงาน เพื่อสร้างความปลอดภัยและฟื้นความเชื่อมั่นของประชาชน

ทั้งหมดนี้จึงกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะการแก้ปัญหาอาชญากรรมในวันนี้ ไม่ควรรอให้เกิดเหตุแล้ว จึงลงโทษ หรือที่ เรียกว่า “วัวหายล้อมคอก”…

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่