“โรม”กมธ.ได้ข้อมูลใหม่โกงสอบท้องถิ่น ชี้หากจบแค่ขรก.คือตัดตอนการเมือง

การเมือง ข่าว

 

“โรม” กมธ. ได้ข้อมูลใหม่โกงสอบท้องถิ่น ชี้เอกสารประชุมปี 2567 มีชื่อ “อนุทิน” กมธ.เตรียมประมวลหลักฐาน ชี้หากจบแค่ข้าราชการเท่ากับ “ตัดตอนการเมือง”

 

 

คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้มีการประชุมในวาระพิจารณากรณีการทุจริตการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นปี 2567-2569 โดยหลังการประชุม นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการการกฎหมายฯ เปิดเผยถึงภาพรวมของการประชุม โดยระบุว่า การประชุมวันนี้ทำให้คณะกรรมาธิการได้รับข้อมูลสำคัญเพิ่มเติม และเห็นว่าปัญหาไม่ได้อยู่เพียงกระบวนการจัดสอบ แต่ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับกระบวนการยกเลิกผลการจัดจ้างของมหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งเดิมเป็นผู้ชนะการจัดสอบ แต่ก่อนหน้านี้มีการประชุมของผู้บริหารกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเพื่อหาแนวทางยกเลิกผลการคัดเลือกมหาวิทยาลัยบูรพา โดยอ้างว่ามีผู้ร้องเรียนว่ามหาวิทยาลัยเกี่ยวข้องกับการทุจริตการจัดสอบ แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีผู้ใดสามารถอธิบายได้ว่าข้อร้องเรียนดังกล่าวมีข้อเท็จจริงอย่างไร จึงเป็นที่น่าตั้งข้อสังเกตถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

 

 

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อไปว่า เมื่อมหาวิทยาลัยบูรพาหลุดจากการรับงาน และการจัดสอบครั้งต่อมากลับเกิดปัญหาทุจริตร้ายแรงกว่าเดิม จึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่าการยกเลิกผลผู้ชนะเดิมอาจไม่ได้มีเจตนาบริสุทธิ์ นอกจากนี้คณะกรรมาธิการยังได้รับเอกสาร ซึ่งเป็นหนังสือสอบถามไปยังกรมบัญชีกลาง โดยอ้างถึงการประชุมเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2567 และมีการอ้างชื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี โดยเอกสารดังกล่าวมีเนื้อหาที่บ่งชี้ว่า มีความพยายามผลักดันให้มหาวิทยาลัยบูรพาพ้นจากการได้รับงาน อีกทั้งผู้แทนมหาวิทยาลัยบูรพาที่เข้าให้ข้อมูลต่อกรรมาธิการวันนี้ ได้สะท้อนถึงพฤติการณ์หลายประการที่เข้าข่ายไม่ชอบมาพากล และเชื่อว่าปัญหาอาจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงระดับข้าราชการ แต่เชื่อมโยงไปถึงระดับนโยบายทางการเมือง แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่อาจสรุปได้ว่าอนุทินมีส่วนเกี่ยวข้องมากน้อยเพียงใด แต่ตนเห็นว่าจำเป็นต้องมีการตรวจสอบต่อไป

ทั้งนี้ จากข้อมูลของมหาวิทยาลัยบูรพา มีผู้เกี่ยวข้องรายอื่นนอกเหนือจากอดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่ถูกดำเนินคดีอยู่หรือไม่ นายรังสิมันต์ ระบุว่า จากข้อมูลที่กรรมาธิการได้รับ ทำให้เห็นว่าผู้ที่มีบทบาทในการยกเลิกผลผู้ชนะของมหาวิทยาลัยบูรพา ไม่ได้มีเพียงอดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเท่านั้น แต่ยังมีบุคคลระดับสูงคนอื่นเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ “นริศรา” ซึ่งเป็นผู้ลงนามหนังสือถึงกรมบัญชีกลางและอ้างอิงผลการประชุมที่มีอนุทินเป็นประธาน ข้อมูลที่ได้รับจึงทำให้เชื่อว่าตัวละครในคดีนี้มีมากกว่าผู้ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาในปัจจุบัน แต่ทุกคนก็ยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์ตามหลักกฎหมายจนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

 

 

นอกจากนี้ ผู้แทนมหาวิทยาลัยบูรพายังได้ให้ข้อมูลต่อกรรมาธิการว่า มีพฤติการณ์พยายามกดดันให้มหาวิทยาลัยดำเนินการหรือไม่ดำเนินการบางอย่าง รวมถึงยืนยันว่า มีการเรียกรับผลประโยชน์ผ่านบุคคลลักษณะนายหน้า อย่างไรก็ตาม ผู้ให้ข้อมูลยังไม่ได้เปิดเผยรายชื่อบุคคลดังกล่าว แต่ระบุว่าผู้เกี่ยวข้องอาจมีมากกว่ารายชื่อตัวการใหญ่ที่สังคมรับทราบกันก่อนหน้านี้

ดังนั้น หลังจากนี้กรรมาธิการจะนำข้อมูลทั้งหมดมาประมวลผลเพื่อกำหนดแนวทางการตรวจสอบต่อไป โดยเห็นว่าข้อเท็จจริงที่ได้รับในวันนี้ทำให้เห็นภาพว่าการทุจริตสอบท้องถิ่นอาจมีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงที่อนุทินดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี

“สิ่งที่เป็นคำถามสำคัญต่อไปก็คือตกลงแล้ว คุณอนุทิน ชาญวีรกูล มีส่วนรู้เห็นกับการทุจริตสอบท้องถิ่นครั้งนี้ มากน้อยแค่ไหน เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าหลังจากที่มีการตัดตอน ม.บูรพาไปแล้ว มหากาพย์การทุจริตการสอบมันก็เกิดขึ้นตามลำดับ คำถามก็คือว่าฝ่ายการเมืองรู้แค่ไหนกับสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้” นายรังสิมันต์กล่าว

 

 

นายรังสิมันต์ ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า เอกสารและคำให้การที่กรรมาธิการได้รับในวันนี้ ยังระบุถึงบทบาทของผู้บริหารระดับสูงในการสั่งการให้หาแนวทางยกเลิกผลผู้ชนะของมหาวิทยาลัยบูรพา แต่บุคคลดังกล่าวยังไม่ได้เข้าชี้แจงต่อกรรมาธิการ และยังไม่ถูกดำเนินคดีหรือออกหมายเรียกแต่อย่างใด

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่