รองโฆษกฯ ตอบ “รักชนก”งบน้ำบาดาล ชี้ตัวเลขสะท้อนจำนวน สส. และเขตพื้นที่ ไม่ใช่การเมือง ย้ำฝ่ายค้านได้รับด้วย–พื้นที่พรรคประชาชนได้วงเงินเฉลี่ยต่อแห่งสูงสุด
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนางสาวรักชนก ศรีนอก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตว่าโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อความมั่นคงระดับชุมชน จำนวน 858 แห่ง วงเงิน 6,541.98 ล้านบาท กระจุกตัวอยู่ในเขตเลือกตั้งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทย ว่า รัฐบาลเคารพบทบาทของฝ่ายค้านในการตรวจสอบ แต่ขอให้พิจารณาข้อมูลอย่างครบถ้วน เนื่องจากตัวเลขดังกล่าวสามารถอธิบายได้ด้วยจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและจำนวนเขตพื้นที่ที่แต่ละพรรคชนะการเลือกตั้ง ไม่ใช่หลักฐานว่ามีการจัดสรรงบประมาณตามสังกัดพรรคการเมือง
รองโฆษกรัฐบาลกล่าวว่า ข้อเท็จจริงประการแรกคือ จำนวนโครงการที่ปรากฏอยู่ในพื้นที่ของพรรคภูมิใจไทยเพิ่มขึ้นในอัตราใกล้เคียงกับจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตที่เพิ่มขึ้น โดยพรรคภูมิใจไทยมี สส.แบบแบ่งเขตเพิ่มจาก 68 คนในปี 2566 เป็น 172 คนในปี 2569 หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 2.53 เท่า ขณะที่จำนวนโครงการชุดเดิมที่ตกอยู่ในเขตของพรรคเพิ่มจาก 201 แห่ง เป็น 487 แห่ง หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 2.42 เท่า
“เมื่อพรรคการเมืองหนึ่งชนะเลือกตั้งในพื้นที่เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าครึ่ง จำนวนโครงการเดิมที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เหล่านั้นย่อมเพิ่มขึ้นในสัดส่วนใกล้เคียงกันตามธรรมชาติ จึงไม่จำเป็นต้องใช้สมมติฐานเรื่องการจัดสรรงบประมาณเพื่อเอื้อประโยชน์ทางการเมืองมาอธิบาย” รองโฆษกรัฐบาลกล่าว
นางสาวลลิดากล่าวว่า ข้อเท็จจริงดังกล่าวเห็นได้ชัดยิ่งขึ้นเมื่อพิจารณาว่า โครงการทั้ง 858 แห่งเป็นโครงการชุดเดิม วงเงินเดิม และพิกัดเดิมทุกแห่ง แต่เมื่อนำไปวางบนแผนที่เขตเลือกตั้งปี 2566 กลับพบว่าพรรคเพื่อไทยมีโครงการอยู่ในพื้นที่มากที่สุด 257 แห่ง ขณะที่พรรคภูมิใจไทยอยู่อันดับสองที่ 201 แห่ง
“บ่อบาดาลไม่ได้ย้ายตำแหน่งแม้แต่แห่งเดียว สิ่งที่เปลี่ยนคือเส้นเขตเลือกตั้งและผู้ชนะในแต่ละเขต ดังนั้น ตัวเลขที่ได้จากการจำแนกโครงการตามพรรคของผู้ชนะเลือกตั้ง จึงสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของแผนที่การเมือง มากกว่าจะสะท้อนเจตนาในการจัดสรรงบประมาณ” รองโฆษกฯ กล่าว
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news