นายกฯรอดูงบเศรษฐกิจไตรมาสหน้า ไม่ปิดประตูต่อ “ไทยช่วยไทยพลัส” ลั่นไม่หวั่นโดนซักฟอก บอกเอาผิดโกงสอบท้องถิ่นถึงที่สุด ไม่มีมวยล้ม
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการรับฟังเสียงสะท้อนถึงโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในช่วงวันหยุดที่ผ่านมาซึ่งอยากให้มีต่อในไตรมาสหน้า ว่า อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนเราต้องพิจารณา แต่ต้องดูด้วยว่าเหมาะสมกับสถานการณ์หรืองบประมาณทางเศรษฐกิจ โดยยืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ใช่รัฐบาลประชานิยม แต่เป็นรัฐบาลที่ทำให้ทุกคนยืนอยู่บนขาของตนเองได้ หากจะต้องมีการกระตุ้นเพื่อให้เครื่องติดเราก็จะกระตุ้นเป็นช่วง ๆ ไป
ส่วนกระแสตอบรับโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60-40 เป็นอย่างไรบ้างนั้น นายกรัฐมนตรี ถามกลับว่าผู้สื่อข่าวได้ใช่หรือไม่ ชอบหรือเปล่า ถ้าชอบก็ขอให้พูดดัง ๆ หน่อย
เมื่อถามว่า การสำรวจของนิด้าโพล ประชาชนมองว่าช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ช่วยประชาชนได้จริง แต่ยังลังเลว่าจะสนับสนุนรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่เป็นไร เพราะยังมีเวลาอีก 3 ปี ให้พิจารณาว่ารัฐบาลมีความจริงใจ ความตั้งใจ แต่ทั้งหลายทั้งปวง ขึ้นอยู่กับความไว้ใจของพี่น้องประชาชน เราพิจารณาตัวเองไม่ได้ เราตัดสินเองไม่ได้ แต่เราต้องทำงานให้มากที่สุด เพื่อให้ประชาชนได้เลือกว่าหากคนกลุ่มนี้อยู่จะได้คุณประโยชน์อะไรจากการทำงานชุดนี้ เราทำงานทุกอย่างแต่การตัดสินใจอยู่ที่พี่น้องประชาชน จะตัดสินใจอย่างไรเราก็ยอมรับทุกกรณี
เมื่อถามว่า หากมีโครงการไทยช่วยไทยพลัส เฟสสอง มีโอกาสที่จะเพิ่มวงเงินให้มากกว่าวันละ 200 บาทหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ขอให้ไปถามนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ส่วนที่นายกรัฐมนตรีแต่งกายด้วยกางเกงขาสั้น ซึ่งบัญเอิญตรงกับกระแสดรามาที่ทีต่อนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นายกรัฐมนตรี กล่าวเพียงว่า ก็ลมมันเย็น Prickly heat
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ช่วงเดือนสิงหาคมนี้ว่า เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว มีตรงไหนที่น่าแปลกใจ ซึ่งต้องชื่นชมที่ฝ่ายค้านทำหน้าที่ของเขา เขาต้องตรวจสอบอย่างเต็มที่ รัฐบาลอย่าไปทำชั่วทำเลวก็ไม่มีอะไรต้องกังวล รัฐบาลนี้ไม่มีทำชั่วทำเลว
เมื่อถามว่าพอใจการทำงานของรัฐมนตรี ช่วง3 เดือนที่ผ่านมาหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องถามประชาชน เพราะถ้าถามตนก็ต้องเข้าข้างตัวเอง
เมื่อถามต่อว่าเพิ่งเข้ามาทำงานได้ 3 เดือน พร้อมให้มีการซักฟอกแล้วหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สมัยรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ทำงานได้ 3-4 เดือนก็โดนซักฟอกตั้งแต่ สมัยแรกเหมือนกัน ตนก็ไม่เคยพลาดสักรอบ
เมื่อถามว่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่กังวลว่า เรื่องทุจริตสอบท้องถิ่น จะถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นในการซักฟอกเป็นพิเศษใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ทุกอย่างเห็นๆกันอยู่ ผู้สื่อข่าวก็เห็นอยู่ว่าอะไรเกิดขึ้นตอนนี้ เข้าคุกไปกี่คนแล้ว ดำเนินการไปกี่คนแล้ว ประกาศยกเลิกผลการสอบก็ดำเนินการแล้ว อีกทั้งจะมีการประชุม คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) คณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) และมีการแจ้งไปยังจังหวัดซึ่งจังหวัดก็แจ้งไปยังท้องถิ่น คนที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ก็ต้องถูกเลิกจ้าง และถูกดำเนินคดีต่อไป ทุกอย่างดำเนินการเป็นขั้นตอนซึ่งไม่ได้ล่าช้า และมีประสิทธิภาพมากด้วย คนที่ถูกสงสัยว่ามีส่วนร่วม ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีโดยห้ามประกันตัว ต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการตรวจสอบ ซึ่งเป็นไปตามที่ตนตั้งใจอยากจะให้เป็น หรือได้ออกแบบไว้ ซึ่งตนก็เบา เพราะมีหน่วยงานสำคัญๆเข้ามาเกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ ใครจะไปสั่งการท่านได้ ซึ่งพี่น้องประชาชน น่าจะสบายใจได้ว่างานนี้ไม่มีมวยล้มแน่นอน ขณะที่ส่วนของรัฐบาล ก็มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าทีมในการสืบสวนหาข้อเท็จจริง นอกจากนี้ยังมี สำนักงาน ป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ และสำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน และตำรวจ คนที่อยู่ในข่ายต้องสงสัย ก็ถูกย้ายออกมา ไม่ให้มีอำนาจหรือเกี่ยวข้อง ในการสั่งการใดๆ ตนคิดว่าทั้งหมดนี้ประชาชนไว้วางใจได้ เพราะเรื่องนี้เป็นสิ่งที่น่ารังเกียจมากๆ ย้ำว่า รัฐบาลดำเนินการทันที
ส่วนหากการอภิปรายไม่ไว้วางใจฝ่ายค้านหยิบยกประเด็นเรื่องฮั้ว สว. ขึ้นมาด้วยจะทำให้เสียบรรยากาศการอภิปรายหรือไม่ นายอนุทิน ย้อนถามว่า ฮั้ว สว. เกี่ยวข้องกับการอภิปรายรัฐบาลอย่างไร ตนยังไม่เห็นความเกี่ยวข้องกัน สว. เลือกเมื่อปี 2567 ส่วนรัฐบาลนี้เข้ามาทำงาน 1 เมษายน 2569
เมื่อถามว่าจะมีข้อจำกัดบางประเด็นหรือไม่ เพราะเชื่อมโยงกับรัฐมนตรีบางคน ที่ถูกกล่าวหามาก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีย้อนถามว่าใคร ให้เอ่ยชื่อ แล้วเป็นอย่างไร
“วันนี้มาบอกว่าอย่าฟ้องนะ ฟ้องต้องใช้งบตัวเองนะ มีที่ไหนจำเลยมาขอโจทก์ ห้ามฟ้อง อย่าฟ้องหลายจังหวัด อย่านู่นอย่านี่” นายอนุทิน กล่าว
เมื่อถามว่าในการอภิปรายจะมีข้อจำกัด ไม่ให้พูดถึงเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าไม่มี ใครจะพูดอะไรก็พูดได้อยู่แล้ว แต่รัฐบาลไม่เกี่ยว ซึ่งรัฐบาลจะ ชี้แจงในเรื่องที่เกี่ยวกับการทำงานของรัฐบาล ไม่ใช่เรื่องการเมือง รัฐบาลบริหารประเทศ ไม่ได้บริหารการเมือง
เมื่อถามว่าจะมีองครักษ์พิทักษ์ ครม. หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าไม่มี ก่อนจะหันไปมองบรรดารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 3 คนที่ยืนอยู่ด้านหลัง แล้วชี้ว่าแบบนี้ต้องพิทักษ์ไหม
ทั้งนี้ หากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีสส. ฝ่ายค้าน ยกมือไว้วางใจให้รัฐบาล เป็นสัญญาณว่าต้องการมาร่วมรัฐบาลหรือไม่นายกรัฐมนตรี หัวเราะก่อนจะบอกว่ารอให้เกิดขึ้นก่อนค่อยมาถาม
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news