กมธ.สาธารณสุข จี้สาวถึงต้นตอ “พ่อทิพย์” หวั่นโยงขบวนการข้ามชาติ พบช่องโหว่สวมสัญชาติไทย ชี้ อาจมีอีกนับพันเคส จ่อเช็กพาสปอร์ตเด็กย้อนหลัง 15 ปี
นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า คณะกรรมาธิการได้เชิญผู้แทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการปกครอง กรุงเทพมหานคร กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการต่างประเทศ เข้าชี้แจงความคืบหน้าคดี โดยข้อมูลจากการประชุม ระบุว่า การจับกุมขบวนการดังกล่าวเกิดขึ้นแล้ว 2 ระลอก โดยมีการออกหมายจับรวม 75 หมายจับ และพบว่าเกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลเอกชนอย่างน้อย 8 แห่ง ขณะที่ยังไม่ตัดความเป็นไปได้ว่าอาจมีโรงพยาบาลของรัฐเกี่ยวข้องด้วย แต่การสืบสวนยังขยายผลไปไม่ถึง
นายสกลธี ระบุว่า คณะกรรมาธิการไม่ต้องการให้คดีจบเพียงการจับกุมผู้กระทำผิดรายบุคคล แต่ต้องการให้ขยายผลไปถึงผู้อยู่เบื้องหลัง หากเป็นขบวนการข้ามชาติ หรือเครือข่ายองค์กรขนาดใหญ่ที่ใช้การสวมสิทธิ์สัญชาติไทยเป็นเครื่องมือ นอกจากนี้ ยังเปิดเผยว่าการตรวจสอบในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พบผู้ที่พิสูจน์แล้วว่าเป็น “พ่อทิพย์” จำนวน 32 ราย มีกลุ่มเสี่ยงอีก 45 ราย และมีกลุ่มต้องสงสัยถึง 556 ราย ขณะที่กระทรวงมหาดไทยได้สั่งตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง 15 ปี ครอบคลุมทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ เตรียมประสานกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อตรวจสอบการออกหนังสือเดินทางของเด็กในกลุ่มดังกล่าวย้อนหลัง รวมถึงตรวจสอบว่าเด็กเหล่านี้ถูกนำออกนอกประเทศ ใช้สิทธิในฐานะคนไทย หรือถูกนำไปถือครองทรัพย์สินแทนบุคคลอื่นหรือไม่
นายสกลธี ยังตั้งข้อสังเกตถึงช่องโหว่ของระบบการแจ้งเกิด โดยระบุว่า ปัจจุบันโรงพยาบาลส่งข้อมูลไปยังสำนักงานเขตเพื่อรับรองบุตร ซึ่งหากเจ้าหน้าที่ไม่พบข้อสงสัยก็สามารถจดทะเบียนได้ทันที โดยไม่มีข้อบังคับให้ตรวจพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางพันธุกรรม (DNA) มีเพียงระเบียบที่เปิดช่องให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลพินิจในกรณีมีเหตุอันควรสงสัย
คณะกรรมาธิการฯ จึงเตรียมศึกษาการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (กฎหมายอุ้มบุญ) เพื่อเพิ่มมาตรการป้องกันการสวมสิทธิ์ การค้ามนุษย์ และการใช้เด็กเป็นเครื่องมือในการได้มาซึ่งสัญชาติไทย พร้อมกันนี้ จะประสานความร่วมมือกับคณะกรรมาธิการด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินและขยายผลไปถึงผู้บงการ รวมถึงความเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนสีเทา หลังต้นตอของคดีเริ่มจากการสืบสวนเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news