นายกฯเตรียมนั่งหัวโต๊ะเลือก “ผบ.ตร.”คนที่ 16

อาชญากรรม ข่าว
จับตาเก้าอี้ “พิทักษ์1” ว่าที่ผบ.ตร. คนที่ 16 นายกฯอนุทิน นั่งหัวโต๊ะเคาะรายชื่อ บ่ายวันนี้

ผู้สื่อข่าวมีรายงานว่า วันนี้ 22 ก.ค.2569 เวลา 13.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีกำหนดเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) โดยวาระสำคัญ คือ การแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนที่ 16 แทน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ซึ่งจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.2569

ตามขั้นตอนคือ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะพิจารณาผลงานตามเอกสารเสนอผลงาน จากผู้เข้าชิงทั้ง 4 นาย จากนั้นจะเสนอชื่อต่อนายกรัฐมนตรี ซึ่งอาจจะเสนอเพียง 1 นาย หรือเสนอทั้งหมดที่มีชื่อเข้าชิงก็เป็นได้

จากนั้นเมื่อเข้าสู่วาระ การแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายกรัฐมนตรี ก็จะนำเสนอชื่อ เข้าสู่วงประชุม ก.ตร. ซึ่งในการเสนอรอบนี้จะมีเพียง 1 รายชื่อเท่านั้น เพื่อให้ ก.ตร. ออกเสียงว่า เห็นชอบหรือไม่ ซึ่งคะแนนเสียงเห็นชอบจะต้องเกินกึ่งหนึ่ง และหากขั้นตอนนี้ผ่านพ้นไปได้โดยดี นายกรัฐมนตรีก็จะนำความกราบบังคมทูล เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าแต่งตั้งต่อไป

4 แคนดิเดตนายพล

สำหรับแคนดิเดตที่คาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาตำแหน่ง ผบ.ตร. คนต่อไป มีด้วยกันทั้งสิ้น 4 คน ได้แก่
1.พล.ต.อ. นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร.
2.พล.ต.อ. ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ. ตร.
3.พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.
4.พล.ต.อ. อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ

ส่องผลงานทั้ง 4 นายพล

พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี ถือเป็นลำดับที่ 1 ที่จะเกษียณอายุราชการ ในปี 2571 มีบทบาท คือ กำกับดูแล สำนักงานกฎหมายและคดี แต่ในช่วงที่ผ่านมาจะพบว่า ลงพื้นที่ปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง บุกตรวจค้นพบถึงแหล่งลักลอบผลิตเพื่อจำหน่ายหลายแห่งในไทย อาทิ บางละมุง ชลบุรี

พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร อาวุโสลำดับที่ 2 เกษียณอายุราชการ ในปี 2571 รับผิดชอบงานป้องกันปราบปราม ขับเคลื่อนการป้องกันยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ ต่อต้านปราบปรามขบวนการคอลเซนเตอร์มาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงผลักดันให้เกิดความร่วมมือในระดับนานาชาติ และคดีล่าสุด คือ การปราบปรามขบวนการกักตุนน้ำมัน ในห้วงที่เกิดวิกฤตขาดแคลนพลังงานเชื้อเพลิง

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา มีอาวุโสเป็นลำดับที่ 3 เกษียณอายุราชการ ในปี 2571 รับผิดชอบงานความมั่นคงและกิจการพิเศษ ผลงานช่วงที่ผ่านมาเดินหน้าปราบปรามกลุ่มอาชญากรข้ามชาติ ที่เข้ามาแฝงตัวก่ออาชญากรรม กระทบต่อความมั่นคงของชาติ อย่างเช่น กลุ่มคดีนอมินี ที่พบมากในพื้นที่ท่องเที่ยว ภูเก็ต พังงา กระบี่ ล่าสุดลุยคดีพ่อทิพย์ ที่มีครอบครัวชาวจีน ว่า จ้างชายไทย จดทะเบียนรับรองบุตร เพื่อรับสิทธิ สวัสดิการขั้นพื้นฐานต่าง ๆ ในไทย โดยมิชอบ

และ พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ อาวุโสลำดับที่ 4 เกษียณอายุราชการ ในปี 2571 ก่อนจะก้าวขึ้นมานั่งจเรตำรวจแห่งชาติ สร้างผลงานสืบสวนระดับชั้นครูเอาไว้หลายคดี อาทิ คดีระเบิดป่วนกรุงเทพ ในช่วงปี 2562, คดีบังฟัต ฆาตกรรมยกครัวที่กระบี่, คดี “ผอ.กอล์ฟ” เหตุควงปืนชิงทองกลางห้างในลพบุรี, คดีอุ้มพี่ชายผู้พิพากษา ซึ่งมีอดีตนายตำรวจเป็นผู้จ้างวาน ไปจนถึง คดีไล่ล่าจับ “นายแป้ง นาโหนด”

พิจารณาตามหลักเกณฑ์

สำหรับแคนดิเดต 4 นายพล ทั้งหมด คือ ผู้มีคุณสมบัติ ตรงตามหลักเกณฑ์ การแต่งตั้ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ตามมาตรา 77 (1) ตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจ ยศพลตำรวจเอก ซึ่งดำรงตำแหน่งจเรตำรวจแห่งชาติ หรือ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ตามมาตรา 78(1) ระบุว่า การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา 77(1) ให้นายกรัฐมนตรีคัดเลือกรายชื่อข้าราชการตำรวจ ผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา 77(1) โดยคำนึงถึงอาวุโสและความรู้ความสามารถประกอบกัน โดยเฉพาะประสบการณ์งานสืบสวนสอบสวน หรืองานป้องกันปราบปราม เสนอให้ ก.ตร.พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน แล้วให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูล เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

นอกจากหลักเกณฑ์กำหนดยศและตำแหน่ง ยังมีหลักเกณฑ์กำหนดสัดส่วนคะแนนในการพิจารณาด้วย โดยยึดตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 และ กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2567 เป็นหลัก
โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วนเท่ากัน ระหว่างความอาวุโส กับ ความรู้ความสามารถ ในความอาวุโส คิดเป็นร้อยละ 50 อาวุโสและอายุราชการสูงสุด จะได้คะแนนและในลำดับอาวุโสรองลงมา คะแนนจะลดหลั่นไปตามสัดส่วน อีก 50 ให้กับความรู้ความสามารถ แยกเป็น งานสืบสวน งานสอบสวน และงานป้องกันปราบปราม สายงานละ 12 คะแนน ส่วนสายงานอื่น ๆ อีก 2 สายงาน คือด้านบริหาร – อำนวยการ ให้ด้านละ 7 คะแนน

นอกเหนือจากอาวุโสและผลงาน ยังมีเรื่องอายุราชการที่ต้องพิจารณาร่วมด้วย

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่