ดราม่า “ปาเรเดส” นัว “กาบี” จากสนามรอบชิงชนะเลิศ สู่สีสันบนรถแห่ฉลองแชมป์ฟุตบอลโลก 2026
ศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศ ที่สนามเมตไลฟ์ สเตเดียม ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่ด้วยชัยชนะของ “ทัพกระทิงดุ” ทีมชาติสเปน ที่เอาชนะ “ทัพฟ้าขาว” ทีมชาติอาร์เจนตินา ไปได้ 1-0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ จากประตูชัยสุดสวยของ เฟร์ราน ตอร์เรส ในนาทีที่ 106 ส่งผลให้สเปนผงาดคว้าแชมป์โลกไปครองเป็นสมัยที่ 2 ในประวัติศาสตร์ต่อจากปี 2010 ยุติการรอคอยนานถึง 16 ปี
ทว่าความสำเร็จอันยิ่งใหญ่นี้กลับต้องถูกคละเคล้าไปด้วยเหตุการณ์วุ่นวายหลังสิ้นเสียงนกหวีดยาว เมื่อผู้เล่นอาร์เจนตินาควบคุมอารมณ์ไม่อยู่จนเปิดศึกตะลุมบอนกลางสนาม
จุดเริ่มต้นของเหตุวุ่นวายเกิดขึ้นในขณะที่ผู้เล่นสเปนกำลังวิ่งลงมาจากม้านั่งสำรองเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะ นาอูเอล โมลิน่า แบ็กขวาอาร์เจนตินา ได้เข้าไปชกใส่ โรดรี้ ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไปแล้ว ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลายเมื่อ เลอันโดร ปาเรเดส กองกลางทีมชาติอาร์เจนตินา ที่อารมณ์เสียจากการพลาดแชมป์ ได้พุ่งเข้าไปใช้มือจิ้มคอ เอริค การ์เซีย กองหลังสเปน
และเมื่อ กาบี กองกลางดาวรุ่งของสเปน พยายามเดินเข้ามาช่วยห้ามทัพ กลับถูก ติอาโก้ อัลมาด้า ผลัก และโดน ปาเรเดส กระชากคอเสื้อ เหวี่ยงพร้อมผลัก กาบี้ ลงไปกองกับพื้น ก่อนจะใช้มือจิ้มไปที่ใบหน้าของแข้งสเปนซ้ำอีก ยิ่งไปกว่านั้น โรเบร์โต้ อายาล่า ผู้ช่วยโค้ชของอาร์เจนตินา ยังร่วมนัวเนียด้วยการเข้าไปบีบคอ เอริค การ์เซีย และทำท่าจะทำร้าย ดานี่ โอลโม จน ลิโอเนล สกาโลนี่ กุนซืออาร์เจนตินา ต้องรีบวิ่งเข้ามาแยก
ซึ่งผู้ตัดสินเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดชัดเจนจึงชูใบแดงโดยตรงไล่ ปาเรเดส ออกจากสนามทันที ทำให้เขาเป็นแข้งฟ้าขาวรายที่สองที่ถูกไล่ออกในเกมนี้ ต่อจาก เอ็นโซ่ เฟอร์นันเดซ ที่โดนใบแดงไปก่อนหน้า
ล่าสุด บีบีซี สปอร์ต รายงานว่า คณะกรรมการวินัยของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า ได้เริ่มกระบวนการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างเป็นทางการแล้ว โดยผู้เล่นและสตาฟฟ์โค้ชที่มีส่วนเกี่ยวข้องเสี่ยงต่อการถูกลงโทษแบนห้ามลงสนาม และสมาคมฟุตบอลอาร์เจนตินา (AFA) อาจโดนสั่งปรับเงินมหาศาล
โดยฟีฟ่าอาจพิจารณาใช้กฎมาตรา 13 ว่าด้วยพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและขัดต่อหลักการเล่นแบบแฟร์เพลย์เพื่อลงโทษให้หนักขึ้น ซึ่งเป็นบทลงโทษร้ายแรงระดับเดียวกับที่ หลุยส์ ซัวเรซ เคยโดนแบนยาว 4 เดือนจากการไปกัด จอร์โจ้ คิเอลลินี่ ในฟุตบอลโลก 2014 อีกทั้งอาร์เจนตินายังมีชนักติดตัวจากการถูกฟีฟ่าสอบสวนเรื่องที่นักเตะชูป้ายประเด็นการเมืองเกี่ยวกับหมู่เกาะฟอล์กแลนด์หลังเกมรอบรองชนะเลิศกับอังกฤษก่อนหน้านี้ด้วย
ตัดภาพมาที่บรรยากาศการฉลองแชมป์ของฝั่งผู้ชนะ ทัพนักเตะทีมชาติสเปนเดินทางกลับถึงกรุงมาดริด โดยมีแฟนบอลรวมตัวกันมากกว่า 2 ล้านคนคอยต้อนรับอย่างอบอุ่น นำโดย โรดรี้ กัปตันทีมที่ชูถ้วยแชมป์โลกนำทีมงานและนักเตะเข้าพบ สมเด็จพระราชาธิบดีเฟลิเปที่ 6 และ เปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน ณ พระราชวังมอนโคลอา ก่อนจะขึ้นรถบัสเปิดประทุนแห่ถ้วยแชมป์มุ่งหน้าสู่จัตุรัสซิเบเลส ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดี
นอกจากนี้ในระหว่างการแห่ถ้วยแชมป์ก็เกิดสีสันไวรัลขึ้น เมื่อมีแฟนบอลโยนป้ายกระดาษขึ้นมาบนรถบัส ซึ่งเขียนข้อความว่า ‘Velada del Año VII: Paredes vs Gavi’ (เบ-ลา-ดา เดล อา-โญ เซีย-เต้: ปา-เร-เดส เวอร์ซัส กา-บี) หรือ “ไฟต์แห่งปีครั้งที่ 7: ปาเรเดส ปะทะ กาบี้” ซึ่งเป็นการแซวเปรียบเปรียบเหตุการณ์นัวเนียของทั้งคู่กับรายการมวยดาราสตรีมเมอร์ชื่อดังของสเปน ทำเอา ฟาเบียน รุยซ์ นำมาชูให้เพื่อนๆ ดูด้วยความขบขัน ขณะที่ ลามีน ยามาล ปีกดาวรุ่งตัวเก่ง ถึงกับกวักมือเรียกกล้องเข้ามาถ่ายป้ายใกล้ๆ พร้อมส่งสัญญาณบอกกล้องว่า “แล้วพบกัน” สร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้กับแฟนบอลสเปนทั่วทั้งเมืองเป็นการปิดท้าย




ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews