“ไคลน์” ท้าวัดพลัง “ริคคี” เชื่อดีพอคว้าชัย ศึก UFC FIGHT NIGHT อาทิตย์นี้

ข่าว กีฬา
“ฟาติมา ไคลน์” ท้าวัดพลัง “ทาบาธา ริคคี” เชื่อดีพอคว้าชัย ศึก UFC FIGHT NIGHT : DU PLESSIS VS USMAN อาทิตย์นี้

 

ฟาติมา ไคลน์ นักสู้สาวชาวอเมริกัน ประกาศท้าวัดพลังและสกิลการต่อสู้กับ ทาบาธา ริคคี คู่ต่อกรจากบราซิล พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าตัวเองนั้น มีดีพอที่จะคว้าชัยชนะ กับการขึ้นสังเวียนภายใต้ศึก UFC FIGHT NIGHT : DU PLESSIS VS USMAN ณ Paycom Center, โอกลาโอมา ,สหรัฐอเมริกา เช้าวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม นี้

 

ฟาติมา ไคลน์ สาวอเมริกันวัย 26 ปีเจ้าของสถิติชนะ 9 แพ้ 1 เปิดเผยถึงจุดเริ่มต้นในเส้นทางสายการต่อสู้ของตัวเอง ที่มีที่มาจากการเป็นนักกีฬาหลายประเภทไล่ตั้งแต่ฟุตบอล จนมาถึงนักสู้ในสังเวียน UFC โดยกล่าวว่า

 

“จริงๆ แล้วถ้าย้อนกลับไป มันก็น่าตลกดีตรงที่ก่อนที่ฉันจะเริ่มเล่นยิวยิตสูซะอีก ฉันเคยเป็นนักฟุตบอลมาก่อน แถมตอนนั้นยังคิดจริงจังเลยนะว่าจะยึดอาชีพนักฟุตบอลอาชีพ แต่พอได้เริ่มลองวิชายิวยิตปุ๊บ ฉันเหมือนโดนมนต์สะกดเต็ม ๆ และตกหลุมรักมันทันที ก่อนที่จะเปลี่ยนทิศทางมาเข้าสู่วงการ MMA”

 

“นอกจากนี้ฉันเคยเล่นกีฬาพายเรือ มาบ้างนิดหน่อย คือฉันเติบโตมาแบบเด็กที่กระตือรือร้นและชอบเล่นกีฬามากๆ ชอบออกไปวิ่งเล่นข้างนอกตลอดเวลา ซึ่งทุกวันนี้ฉันก็ยังชอบทำกิจกรรมกลางแจ้งอยู่ อย่างตอนนี้แถวบ้านกำลังฮิตเล่น “พิกเคิลบอล” ฉันก็ชอบไปเล่นสนุกๆ เหมือนกัน”

 

“สรุปคือก่อนเข้าสู่ UFC ฉันใช้เวลาไปกับการทดลองเล่นกีฬาหลากหลายประเภท แต่พอตอนนี้เป้าหมายหลักย้ายมาอยู่ที่ UFC แล้ว ฉันเลยต้องเซฟตัวเองเพิ่มขึ้นเพื่อไม่ให้มีอาการบาดเจ็บ ฉันคิดว่าการที่เติบโตมากับการเล่นกีฬาที่หลากหลาย มันช่วยหล่อหลอมให้ร่างกายและทักษะของฉันมีความยืดหยุ่นและปรับตัวได้ดีมากๆ”

 

ขณะเดียวกัน ไคลน์ ยังกล่าวถึงความแตกต่าง ระหว่างการกีฬาชนิดอื่น กับการเป็นนักสู้มืออาชีพบนสังเวียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง UFC ว่า

 

“ต่อให้คุณเอากีฬาทุกชนิดที่ฉันเคยเล่นมารวมกัน UFC ก็ยังยากกว่าเป็นร้อยเท่า ฉันคิดว่าเป็นเพราะฉันโตมากับกีฬาประเภททีมที่เราสามารถพึ่งพาเพื่อนร่วมทีมหรือคนอื่น ๆ ได้ แต่พอมาอยู่ใน UFC และเวที MMA ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับตัวคุณและพี่เลี้ยงที่มุมเท่านั้น มันจึงสำคัญมากที่เราจะต้องปฏิบัติกับทีมงานให้เหมือนเป็นหนึ่งเดียวกัน แต่นี่คือสิ่งที่ท้าทายและทดสอบสภาพจิตใจหนักหน่วงที่สุดแล้ว”

 

“แถมยังมีเรื่องควบคุมอาหารด้วย ฉันคิดว่านี่แหละน่าจะเป็นสิ่งที่ทรมานที่สุดแล้ว ในแง่กายภาพฉันไม่มีปัญหานะ ฉันรักการฝึกซ้อม รักการออกกำลังกาย ชอบเวลาที่ร่างกายฟิตเต็มร้อย และชอบผลักดันตัวเองไปให้สุดลิมิต แต่ไอ้การที่ไม่สามารถกินอะไรตามใจชอบได้ แถมต้องนั่งมองคนอื่นกินนู่นกินนี่อร่อยๆ แต่เรากินไม่ได้เนี่ยสิ มันเศร้ามาก เรื่องกินนี่แหละยากที่สุดแล้วจริงๆ“

 

นักสู้จากนิวยอร์ก ยังยกความดีความชอบให้กับคุณแม่บังเกิดเกล้า ที่เป็นแรงบันดาลใจ ในเส้นทางกีฬา MMA พร้อมกับเผยชื่อนักสู้ที่ตัวเองยกให้เป็นต้นแบบบนสังเวียน โดยเปิดเผยว่า

 

“แรงบันดาลใจที่ทำให้ฉันตัดสินใจก้าวเข้าสู่วงการ MMA ก็คือคุณแม่ของฉัน เธอเป็นคนส่งฉันไปเรียนศิลปะการต่อสู้เพื่อป้องกันตัว แต่จุดเปลี่ยนคือพอฉันเริ่มเล่นยิวยิตสู ฉันก็มี โรส นามาจูนาส เป็นไอดอล ฉันชื่นชอบในบุคลิกและทัศนคติของเธอเวลาที่เธอต้องก้าวขึ้นไปสู้บนเวทีมากๆ”

 

“เธอสร้างแรงบันดาลใจให้ฉันอย่างมหาศาล โดยเฉพาะในไฟต์ที่เธอเจอกับ โจอันนา ครั้งแรก วิธีการควบคุมอารมณ์ ความนิ่งสงบ และความเยือกเย็นของเธอมันน่าประทับฉันมาก และพอก้าวสู่สังเวียน เธอก็จัดการทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างไร้ที่ติ”

 

“ฉันนับถือทัศนคติแบบนั้นของเธอ รวมถึงสไตล์การต่อสู้ ฟุตเวิร์ก และการโยกหลบหลีกอันยอดเยี่ยมของเธอด้วย แต่ถ้าถามถึงแรงบันดาลใจสูงสุด ฉันมักจะมองหาจากคนที่สามารถรักษาความนิ่งสงบภายใต้ความกดดันที่ถาโถมได้ดีที่สุด”

 

สำหรับที่มาของฉายา Archangel ฟาติมา ไคลน์ ได้เล่าถึงที่มาถึงฉายานี้ว่า

 

“ฉันเป็นคนที่นับถือและศรัทธาในคัมภีร์ไบเบิล ฉันเชื่อว่าพระเยซูคริสต์ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อไถ่บาปให้ฉัน และคำว่า “Archangel” ในพระคัมภีร์มีความหมายสื่อถึง “นักรบ” หรือ “ผู้ส่งสารของพระคริสต์” ฉันหยิบมันมาใช้เพราะรู้สึกว่ามันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมันสะท้อนตัวตนที่แท้จริงของฉัน”

 

ฟาติมา ไคลน์ เปิดตัวใน UFC ด้วยการแพ้คะแนน ยาสมิน ยาซูดาวิซิอุส เมื่อกลางปี 2024 หลังจากนั้น ไคลน์ เก็บชัยชนะได้ 3 ไฟต์ติดต่อกัน ซึ่งเจ้าตัวได้กล่าวจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้อยู่ในฟอร์มอันร้อนแรง ณ เวลานี้ว่า

 

“ไฟต์เปิดตัวใน UFC ครั้งนั้นถือเป็นการพ่ายแพ้ครั้งแรก ในอาชีพนักสู้ของฉันเลย มันเป็นความจริงที่ลืมยากมาก ฉันต้องใช้เวลาทำใจยอมรับมันอยู่นาน หรือจริงๆ ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่ายอมรับได้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรือยังแต่ฉันเรียนรู้ที่จะก้าวข้ามมันไป”

 

“สิ่งที่ฉันได้เรียนรู้มากที่สุดและได้ตระหนักเกี่ยวกับตัวเองจากความพ่ายแพ้ครั้งนั้นคือ ต่อให้ต้องเจอกับอุปสรรคหรือความผิดหวังหนักหนาแค่ไหน ทัศนคติของฉันไม่เคยเปลี่ยนไปเลย ฉันยังคงต้องการเป็นนักสู้ที่เก่งที่สุดในโลก และฉันคิดว่านั่นคือเหตุผล ที่ทำให้ฉันประสบความสำเร็จอย่างมากในปีที่ผ่านมา ด้วยการเก็บชัยชนะ 3 ไฟต์รวดหลังจากนั้น”

 

“เพราะฉันรู้สึกว่าตัวเองต้องพิสูจน์บางอย่างให้หัวใจตัวเองเห็น ว่าฉันสามารถเอาชนะความยากลำบากและก้าวข้ามอุปสรรคชิ้นใหญ่อย่างความพ่ายแพ้มาได้ และไม่ใช่แค่ผ่านมันมาเฉยๆ แต่ฉันเรียนรู้ เติบโต และพัฒนาให้เก่งขึ้นจากมันด้วย ฉันถูกสร้างมาเพื่อต่อสู้ ถูกสร้างมาเพื่อเอาชนะอุปสรรค และพร้อมปรับตัวเข้ากับทุกสถานการณ์”

 

สำหรับศึก UFC FIGHT NIGHT : DU PLESSIS VS USMAN หรือ UFCOKC ฟาติมา ไคลน์ จะขึ้นสังเวียนดวลกับ ทาบาธา ริคคี นักสู้บราซิเลียนวัย เจ้าของสถิติชนะ 12 แพ้ 4 โดยก่อนออกไปปล่อยของ ไคลน์ ได้พูดถึงคู่ต่อกรรายนี้ พร้อมแผนในการรับมือว่า

 

“ฉันคิดว่าจุดที่อันตรายที่สุดของเธอคือจังหวะการปล้ำวงใน เธอเป็นนักสู้ที่ดูแข็งแกร่งทางกายภาพ มีพลังใจและมีความกระหายสูงมาก และเธอไม่ใช่พวกที่จะยอมแพ้อะไรง่ายๆแน่นอน แต่สำหรับฉัน ฉันคิดว่าฉันสามารถเล่นงานและเจาะจุดอ่อนของเธอได้ในทุกๆจุดที่เธอคิดว่าเธอเก่งที่สุด”

 

“ฉันต้องการขึ้นไปสยบเธอในจุดที่เธอวางแผนจะใช้ความแข็งแกร่งเล่นงานฉันนั่นแหละ ฉันซ้อมเพื่อไฟต์นี้มานานมาก และตอนนี้ฉันมีทุกสิ่งทุกอย่างที่จำเป็น และพร้อมแล้วที่กระชากชัยชนะมาครอง รวมถึงแย่งแรงกิงอันดับ 8 ของรุ่นมาจากเธอให้ได้ จะไม่มีอะไรมาหยุดยั้งฉันได้ในไฟต์นี้”

 

ฟาติมา เดินทางมาเที่ยวที่เมืองไทยเป็นครั้งแรก เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งเธอได้เล่าถึงความประทับใจที่มีต่อประเทศไทย

 

“ประสบการณ์ในเมืองไทยของฉันมันวิเศษมาก ที่นั่นคือสถานที่ที่สวยงามที่สุดเท่าที่ ฉันเคยเห็นมาในชีวิตเลย ฉันได้ไปทริปล่องเรือกับเพื่อนที่เป็นคู่ซ้อมของฉัน เราเดินทางไปเที่ยวที่เกาะเจมส์บอนด์ (เขาตะปู) และหมู่เกาะพีพี อ่าวมาหยา ตลอดทั้งวัน ตอนที่อยู่ท่ามกลางหมู่เกาะเหล่านั้นฉันถึงกับพูดไม่ออกเลย”

 

“มันรู้สึกเหมือนหลุดไปอยู่อีกมิติหนึ่ง เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในภาพยนตร์เรื่อง Avatar ยังไงยังงั้น! ฉันไม่เคยเห็นน้ำทะเลที่ไหนใสสะอาดและเป็นสีฟ้าเทอร์ควอยซ์สวยขนาดนั้นมาก่อนเลย ตอนนั่งเรือเข้าไปใกล้ ๆ เกาะ ฉันได้แต่ร้อง “ว้าว ว้าว” ไม่หยุด เพราะไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองว่ามันจะสวยงามได้ขนาดนี้”

 

“แถมผู้คนก็น่ารักและใจดีมากๆ ทุกๆ เช้าเวลาเดินไปตามบล็อกถนน ทุกคนจะคอยทักทายฉันรู้สึกเหมือนได้เพื่อนใหม่ที่เป็นคนท้องถิ่นที่นั่นเลย แล้วฉันก็มีคุณป้าขายผลไม้เจ้าประจำที่จะต้องแวะไปหาทุกเช้า เพื่อซื้อผลไม้กองโต ฉันคิดว่าชีวิตนี้ฉันไม่เคยกินมะม่วงเยอะเท่าตอนอยู่เมืองไทยมาก่อนเลย และฉันกำลังวางแผนจะกลับไปเที่ยวไทยอีกรอบในช่วงต้นปีหน้าแน่นอน อยากกลับไปอีกมากๆ”

 

สำหรับการต่อสู้ภายใต้รายการ UFC FIGHT NIGHT : DU PLESSIS VS USMAN จะระเบิดศึก ณ สังเวียน Paycom Center, โอกลาโอมา ,สหรัฐอเมริกา เช้าวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม นี้ คู่หลักของรายการเริ่มเวลา 07.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

 

แฟนหมัดมวยชาวไทยติดตามชมได้ทางช่อง TRUE SPORTS HD3 (668) และแอปพลิเคชั่น UFC Fight Pass https://www.ufc.com/event/ufc-fight-night-july-18-2026

 

ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของ UFC Thailand ได้ที่
Facebook : https//www.facebook.com/UFCThailand
Instragram : https//www.instagram.com/ufcthailand

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews