“ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส” ประชาชนเริ่มซื้อแฟรนไชส์แล้ว 150 ราย เปิดรับถึง 31 ส.ค.นี้
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินหน้าสร้างโอกาสให้ประชาชนมีอาชีพและรายได้ ผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส” ซึ่งล่าสุดหลังเปิดให้ประชาชนเลือกซื้อแพ็กเกจแฟรนไชส์ผ่านเว็บไซต์ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 และเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีประชาชนเข้าร่วมซื้อแพ็กเกจแฟรนไชส์แล้ว 150 ราย และยังมีผู้สนใจจำนวนมากอยู่ระหว่างยื่นเอกสารเพื่อเข้าร่วมโครงการ โดยเปิดรับสมัครจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ภายใต้นโยบายของรัฐบาลที่มุ่งดูแลค่าครองชีพควบคู่กับการสร้างรายได้ โดยสนับสนุนค่าแพ็กเกจแฟรนไชส์ 50% สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาทต่อราย สำหรับแฟรนไชส์ที่มีมูลค่าไม่เกิน 100,000 บาท พร้อมคัดเลือกแฟรนไชส์มาตรฐานกว่า 100 แบรนด์ ให้ประชาชนสามารถเริ่มต้นธุรกิจได้ง่ายขึ้นและลดความเสี่ยงในการลงทุน
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ธุรกิจที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในช่วงเริ่มต้นโครงการ ได้แก่ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม โดยเฉพาะธุรกิจสตรีทฟู้ด เช่น ลูกชิ้นระเบิด ลูกชิ้นยืนกิน ไส้กรอกทอด ขนมโตเกียว ผัดไทย เย็นตาโฟ รวมถึงเครื่องดื่ม เช่น ชานม กาแฟ น้ำผลไม้ปั่น และโยเกิร์ตปั่น รองลงมาเป็นธุรกิจด้านการศึกษา และธุรกิจบริการ เช่น ร้านซักอบรีด สะท้อนว่าประชาชนให้ความสนใจธุรกิจที่สามารถเริ่มต้นได้เร็ว ใช้เงินลงทุนไม่สูง และสร้างรายได้ในชีวิตประจำวัน
นอกจากนี้ รัฐบาลยังสนับสนุนผู้ประกอบการใหม่อย่างครบวงจร ทั้งการประสานความร่วมมือกับ SME D Bank ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เพื่อให้เข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษและการค้ำประกันสินเชื่อ รวมถึงได้รับความร่วมมือจากบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) เปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้าในห้างโลตัสและแม็คโครกว่า 2,000 สาขา รวมกว่า 10,000 จุดทั่วประเทศ โดยยกเว้นค่าเช่าเป็นเวลา 6 เดือน พร้อมเชื่อมต่อร้านค้าเข้าสู่แอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” เพื่อเข้าร่วมมาตรการ
“ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เพิ่มโอกาสเข้าถึงลูกค้าและสร้างยอดขายได้ตั้งแต่เริ่มประกอบกิจการ
“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างอาชีพควบคู่กับการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน โดยช่วยลดภาระต้นทุนตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจ ทั้งเงินสนับสนุน แหล่งเงินทุน พื้นที่จำหน่ายสินค้า และการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ เพื่อให้ประชาชนสามารถเริ่มต้นธุรกิจได้จริง มีรายได้ที่มั่นคง และเป็นอีกแรงสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ” นางสาวลลิดา กล่าว
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews