“วิลาศ”เปิด 7 ประเด็นรัฐสภาหมื่นล้าน จี้เรียกผู้รับเหมาซ่อม

การเมือง ข่าว

 

“วิลาศ”เปิด 7 ประเด็นรัฐสภาหมื่นล้าน จี้เรียกผู้รับเหมาซ่อมก่อนหมดประกัน แฉพบชำรุดอื้อ มูลค่ากว่าพันล้าน ยื่น ป.ป.ช. แล้ว 65 เรื่อง ชี้ หากไม่เร่งแจ้งผู้รับจ้างอาจเข้าข่ายละเว้นฯ แฉมีความพยายามตั้งงบใหม่ซ่อมจุดบกพร่องแทนให้เอกชนรับผิดชอบ

 

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) แถลงกรณีโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภา ซึ่งครบกำหนดระยะรับประกันเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม โดยเรียกร้องให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเร่งดำเนินการตามสัญญา ให้ผู้รับจ้างเข้าซ่อมแซมความชำรุดทั้งหมด ก่อนรัฐต้องรับภาระงบประมาณเอง ทั้งนี้ อาคารรัฐสภาเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 2552 ซึ่งตนติดตามตรวจสอบมาตลอด โดยเฉพาะช่วงมีการขยายสัญญา พร้อมยืนยันว่าการตรวจสอบไม่ได้มีเจตนากลั่นแกล้ง แต่ต้องการให้อาคารสำคัญของประเทศมีความสมบูรณ์และใช้งานได้อย่างคุ้มค่าภาษีประชาชน พร้อมเปิดเผยว่า ได้ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. แล้ว 65 เรื่อง และมั่นใจว่าทุกเรื่องมีพยานหลักฐานรองรับ หากเห็นว่าข้อมูลไม่เป็นความจริงก็พร้อมให้ฟ้องร้อง

Screenshot

นายวิลาศ ระบุว่า ประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการมี 7 เรื่อง ได้แก่

1. เงินประกันผลงานรวมกว่า 1,500 ล้านบาท ในสัญญามีเงินประกันอยู่ 3 ส่วน ทั้งเงินค้ำประกัน เงินหักประกันผลงาน 5% และเงินงวดสุดท้าย ซึ่งรวมกันไม่น่าต่ำกว่า 1,500 ล้านบาท ที่ยังสามารถใช้เป็นหลักประกันให้ผู้รับจ้างรับผิดชอบงานที่บกพร่องได้

2. ระยะรับประกันยังไม่สิ้นสุด หากยังซ่อมไม่ครบ แม้สัญญารับประกันจะครบกำหนดวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 แต่หากยังมีรายการชำรุดที่แจ้งไว้ ผู้รับจ้างยังมีหน้าที่ต้องเข้าซ่อมแซม และหากไม่ดำเนินการ สภาสามารถจ้างผู้รับเหมารายอื่นเข้าซ่อม แล้วเรียกค่าใช้จ่ายคืนจากผู้รับจ้างเดิมได้ โดยตนทำหนังสือแจ้งข้อบกพร่องไปแล้ว “นับพันรายการ”

3. เตือนสภาฯ รีบส่งหนังสือแจ้งผู้รับจ้าง หากสำนักงานสภาผู้แทนราษฎรไม่เร่งแจ้งผู้รับจ้างให้เข้าซ่อมแซม อาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพราะยังมีข้อบกพร่องอีกจำนวนมากที่ต้องดำเนินการ

 

4. ตั้งข้อสังเกตใช้งบใหม่ซ่อมงานที่ผู้รับเหมาควรรับผิดชอบ นายวิลาศ อ้างว่า มีความพยายามเสนอของบประมาณใหม่ เช่น โครงการปรับปรุงสระน้ำวงเงิน 123 ล้านบาท ทั้งที่ปัญหาเกิดจากการก่อสร้างเดิม จึงไม่ควรใช้งบประมาณแผ่นดินมารับภาระแทนผู้รับจ้าง

 

5. สงสัยการก่อสร้างเข้าข่ายผิดสัญญา โดยระบุว่า พบประเด็นเกี่ยวกับการจ้างช่วง รวมถึงยังมีเงินค่าควบคุมงานและค่าที่ปรึกษาโครงการอีกกว่า 300 ล้านบาท ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจรับงาน ซึ่งควรตรวจสอบให้รอบคอบ

 

6. แฉมีการกดดันข้าราชการ นายวิลาศ อ้างว่า มีความพยายามกดดันข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบโครงการ โดยขอให้หยุดการกระทำดังกล่าว และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยยึดผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก

 

7. เตรียมยื่น ป.ป.ช. เพิ่มอีกหลายคดี โดยหลังจากยื่นไปแล้ว 65 เรื่อง นายวิลาศ ระบุว่าจะทยอยยื่นเพิ่มเติม โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างที่มีวงเงินเกิน 10 ล้านบาท

 

ขณะเดียวกัน นายวิลาศ ประเมินว่า มูลค่าความเสียหายจากงานที่ต้องซ่อมแซมน่าจะมากกว่า 1,000 ล้านบาท โดยเฉพาะงานไม้ภายในอาคาร ซึ่งอ้างว่าพบไม้ที่ต้องเปลี่ยนถึง 27,300 แผ่น พร้อมระบุว่า เคยนำเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้เข้าตรวจสอบ และได้รับข้อมูลว่าไม้ในบางพื้นที่ โดยเฉพาะห้องสำคัญ มีสัดส่วนจำนวนมากที่ไม่เป็นไปตามสเปกที่กำหนดไว้ในสัญญาส่วนการดำเนินคดีกับผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภาฯ นายวิลาศ ระบุว่า ได้ยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. เกี่ยวกับอดีตเลขาธิการสภาฯ แล้วประมาณ 3 คน

Screenshot

อย่างไรก็ตาม เห็นว่า นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรคนปัจจุบัน อาจไม่ต้องรับผิดในบางประเด็น เนื่องจากเป็นหนึ่งในคณะกรรมการตรวจการจ้างที่ลงมติไม่รับมอบงานหลายรายการ เพราะเห็นว่างานยังไม่แล้วเสร็จครบถ้วน จากนั้น นายวิลาศ ย้ำว่า ข้อมูลทั้งหมดมีเอกสารและพยานหลักฐานรองรับ พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หากเห็นว่าสิ่งที่ตนกล่าวไม่เป็นความจริงก็สามารถดำเนินคดีได้ พร้อมระบุว่าหากไม่มีการฟ้องร้อง ตนจะคัดเลือกบางประเด็นไปยื่นฟ้องกลับเอง นอกจากนี้ ยังกล่าวอ้างว่ามีฝ่ายการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการบางส่วน แต่ย้ำว่าเป็นข้อมูลที่พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่