“โสภณ” โชว์ผลงาน 122 วัน คลอด กม.มากสุดรอบ 10 ปี-ไม่มีล่ม

การเมือง ข่าว

 

“โสภณ” โชว์ผลงาน 122 วัน โว สภาฯ คลอดกฎหมายมากสุดรอบ 10 ปี ลั่นไม่เคยปล่อยสภาล่ม ตอกฝ่ายค้านเลิกเล่นวาทกรรม เร่งผู้รับเหมาซ่อมอาคารรัฐสภาก่อนหมดประกัน แจงตั้ง กก.ตรวจคำร้อง ป.ป.ช. ย้ำไม่ยื้อเวลา ชี้ นายกฯ จะมาตอบกระทู้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับข้อบังคับและความรับผิดชอบ

 

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงผลงาน “122 วันพลิกโฉมสภาฯ แก้ปัญหาเพื่อประชาชน” ที่อาคารรัฐสภา โดยระบุว่า การทำหน้าที่ตลอด 122 วันที่ผ่านมา สภาผู้แทนราษฎรสามารถผลักดันร่างพระราชบัญญัติผ่านความเห็นชอบได้ 14 ฉบับ ซึ่งถือเป็นจำนวนมากที่สุดในรอบ 10 ปี พร้อมย้ำว่า สภาฯ ยุคนี้ไม่เคยเกิดเหตุสภาล่ม และรัฐมนตรีเดินทางมาตอบกระทู้ถามสดมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยที่ผ่านมาได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าสภาฯ ทำงานไม่ตรงเป้าหมาย แต่เห็นว่าการวิจารณ์ควรตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง และไม่ควรมีอคติ พร้อมยกหลัก อคติ 4 คือ อย่าลำเอียงเพราะรัก อย่าลำเอียงเพราะชัง อย่าลำเอียงเพราะกลัว และอย่าลำเอียงเพราะหลง

ในด้านการทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ นายโสภณ ระบุว่า ช่วงสมัยประชุมที่ผ่านมา มีการตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจา 36 กระทู้ และมีรัฐมนตรีมาตอบถึง 33 กระทู้ ถือเป็นสถิติสูงสุด พร้อมทั้งมีการเพิ่มช่องทางการปรึกษาหารือด้วยเอกสาร และนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารการประชุมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับกรณีที่มีเสียงวิจารณ์เรื่องการเซ็นเซอร์ภาพและคลิปการประชุมสภาฯ นายโสภณ ยืนยันว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะมีมาต่อเนื่องทุกยุคทุกสมัย ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นในยุคของตน พร้อมขอให้ทุกฝ่ายยอมรับกติกาการประชุม โดยในการทำหน้าที่ประธาน ถ้าโกรธก็เงียบ ยิ่งทำให้โกรธเท่าไรก็ยิ่งนิ่ง เพราะฉะนั้นไม่ต้องมายั่วยุให้ผมโกรธ วาทกรรมต่าง ๆ ควรลดลง อย่าใช้เพื่อสร้างความนิยม เพราะไม่ก่อให้เกิดความสร้างสรรค์

นายโสภณ ยังกล่าวถึงกรณีอาคารรัฐสภาที่ยังมีจุดชำรุดหลายแห่ง แม้ระยะเวลาประกันงานก่อสร้างจะสิ้นสุดลงแล้วว่า ตนได้เรียกเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรและฝ่ายอาคารสถานที่หารือล่วงหน้ากว่า 2 เดือน พร้อมเร่งแจ้งผู้รับเหมาดำเนินการซ่อมแซมก่อนหมดอายุประกัน โดยย้ำว่าทุกขั้นตอนต้องเป็นไปตามกฎหมาย

ส่วนกรณีฝ่ายค้านและสมาชิกวุฒิสภาเข้าชื่อขอให้ประธานรัฐสภาส่งเรื่องให้ประธานศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการไต่สวนกรรมการ ป.ป.ช. กรณียกคำร้องนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ นั้น นายโสภณ เปิดเผยว่า ระหว่างตรวจสอบรายชื่อพบว่ามีลายมือชื่อของ สว. 2 คนไม่ตรงกับข้อมูล จึงต้องส่งกลับไปยืนยันก่อน จากนั้น เมื่อเรื่องเข้าสู่มือประธานสภาฯ ได้พิจารณาข้อกฎหมายอย่างละเอียด ก่อนใช้ดุลยพินิจตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยอ้างอิงแนวปฏิบัติในอดีต พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการยื้อเวลา หรือพยายามฟอกขาวใคร แต่ต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ เนื่องจากกฎหมายให้อำนาจประธานสภาใช้ดุลยพินิจโดยตรง ทั้งนี้ ยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาการทำงานของคณะกรรมการชุดดังกล่าว เพราะต้องปล่อยให้พิจารณาตามความเหมาะสมและข้อกฎหมาย

นายโสภณ ยังตอบข้อวิจารณ์เรื่องความเป็นกลางในการทำหน้าที่ประธานสภาฯ ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านต่างก็เคยกล่าวหาว่าตนเข้าข้างอีกฝ่าย ซึ่งสะท้อนว่าการทำหน้าที่ของประธานย่อมมีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย พร้อมยืนยันว่า ทุกการวินิจฉัยยึดตามข้อบังคับการประชุมเป็นหลัก ไม่ได้ใช้อารมณ์หรือความรู้สึกส่วนตัว พร้อมเห็นว่าบางข้อบังคับอาจต้องมีการปรับปรุงให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน

ขณะข้อเรียกร้องของฝ่ายค้านที่ต้องการให้นายกรัฐมนตรีเดินทางมาตอบกระทู้ถามในสภาด้วยตนเอง นายโสภณ ระบุว่า ข้อบังคับการประชุมเปิดช่องให้นายกรัฐมนตรีสามารถมอบหมายรัฐมนตรีคนอื่นมาตอบแทนได้ จึงไม่อาจตำหนินายกรัฐมนตรีได้ว่าไม่ปฏิบัติหน้าที่ พร้อมย้ำว่า หากต้องการให้นายกรัฐมนตรีมาตอบกระทู้ทุกครั้ง ก็จำเป็นต้องแก้ไขข้อบังคับการประชุมให้ชัดเจน เพราะท้ายที่สุด “กติกาของบ้านเมืองต้องจบด้วยกฎหมาย หากไม่ยอมรับกฎหมาย ประเทศก็เดินต่อไปไม่ได้”

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่