นายกฯ นั่งหัวโต๊ะ แถลงรวบ 3 ผู้ต้องหาทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ปี 68 ซัดวงจรอุบาทว์ไม่มีมวยล้มชงถอนบรรจุ 5814 คน-ฝากขัง 2 ผู้ต้องหา
วันนี้ (15 ก.ค.69) ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พลตํารวจเอกกิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ร่วมกัน แถลงผลการกวาดล้างขบวนการทุจริตระดับชาติ ในคดี “ทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ปี 2568” หลังสนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สืบสวนขยายผลจนสามารถขออนุมัติศาลออกหมายจับและจับกุมผู้ต้องหาระดับสั่งการและร่วมขบวนการรายสำคัญได้จำนวน 3 รายประกอบด้วย
1. นายพิชิต (สงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 3926/2569 จับกุมได้ที่ กองบังคับการปราบปราม
2. นายวิน (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 3927/2569 จับกุมได้ที่ ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย
3. น.ส.ศตพร (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 3928/2569 จับกุมได้ที่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 สำนักงาน ป.ป.ช. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป. ได้เข้าตรวจค้น บริษัท แห่งหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลบางเลน อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี หลังได้รับเบาะแสว่าถูกใช้เป็นแหล่งกบดานของขบวนการทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568
จากการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. พบความเชื่อมโยงเด่นชัด โดยพยานหลักฐานชี้ว่า นายพิชิต เป็นเจ้าของบ้านและบริษัทที่เกิดเหตุ ส่วน นายวิน และ น.ส.ศตพร ทำหน้าที่เป็นผู้นำไฟล์ภาพสำเนากระดาษคำตอบส่งต่อไปยัง นายเดช ซึ่งเป็นผู้ควบคุมสั่งการและจัดสรรหน้าที่ให้บุคคลภายในบ้านทำการแก้ไขคะแนน พนักงานสอบสวนจึงรวบรวมหลักฐานยื่นต่อศาลอาญาเพื่อขออนุมัติหมายจับทั้ง 3 ราย จนนำไปสู่การจับกุมตัวได้ในที่สุด
จากการสอบถามคำให้การเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ยังคงให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา อย่างไรก็ตาม ทั้งสามได้ให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้นำไปใช้ขยายผลเพื่อจับกุมตัวการใหญ่และผู้ร่วมขบวนการที่เหลือต่อไป


นายอนุทิน กล่าวว่า การทุจริตนี้เป็นวงจรนี้ที่เรียกว่าวงจรอุบาทว์มีเครือข่ายเชื่อมโยงกัน และขอให้มั่นใจในระบบการป้องกันปราบปรามอาญากรรมและหน่วยที่เกี่ยวข้อง ที่จะไปช่วยเหลือหรือเบียดบังคดีเหล่านี้ได้เลย ยิ่งกรณีนี้อุกอาจมาก ทุจริตตั้งแต่การสอบ ขอให้มั่นใจว่าคดีจะไม่มีทางบิดเบือนไปเป็นอย่างอื่นแน่นอน
คดีนี้ไม่มีมวยล้มต้มคนดู ไม่มีบุญคุณใด ๆ ที่จะต้องไปตอบแทน ไม่มีความเกรงกลัวว่า จะไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ สิ่งที่เห็นมาโดยตลอดนั้นดำเนินการด้วยความรวดเร็ว ทั้งดำเนินคดี มีคำสั่งทางวินัยให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ยังไม่สามารถพูดได้ว่าใครผิด-ถูกเพราะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบ
นายกฯ ยังกล่าวว่า ขณะนี้ที่ประชุม กสถ.อยู่ระหว่างพิจารณากรณีผู้สอบท้องถิ่น 5,000 คน จะยกเลิกสอบหรือไม่หากที่ประชุมพบว่า มีการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือไม่ โดยสัปดาห์หน้าในวันที่ 23 ก.ค.จะเข้าที่การประชุมคณะกรรมการกลางพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) ในการพิจารณา ซึ่งตนเห็นว่าควรที่จะยกเลิก ทั้งนี้ต้องฟังผู้เกี่ยวข้องในการประชุมต่อไปกสถ.ส่งผลผู้สอบคะแนนไม่ตรงกัน 5,000 คนให้ 3 หน่วยงานพิจารณา

ขณะที่ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย (ปลัด มท.) ระบุว่า มติที่ประชุม กสถ.โดยให้ดูความผิดปกติของผู้ที่ได้รับการบรรจุไปแล้วรวม 15,520 คน โดยมีผู้มารายงานตัว 14,988 คน ไม่มารายงาน 520 คน โดยอาจมีเหตุผลใดไม่อาจทราบได้ และจากการตรวจสอบคะแนนสอบเทียบกับ คะแนนในตู้เซฟ และรายชื่อที่นำมาบรรจุ ซึ่งพบว่าคะแนนไม่ตรงกัน 5,814 คน
ทั้งนี้แบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ กลุ่มแรก คนที่คะแนนถูกเพิ่มมาจำนวนมาก เพื่อให้สอบได้จำนวน 3,621 คน, กลุ่มที่ 2 ทำคะแนนได้แต่ถูกเพิ่มคะแนนอีก ซึ่งจะช่วยให้ได้อันดับต้น ๆ จำนวน 1,763 คน และ กลุ่มที่ 3 กลุ่มคะแนนผิดไป 1 คะแนน และ สแกนไม่ชัด ซึ่งจะตรวจสอบกับกระดาษคำตอบของ ป.ป.ช.ต่อไป จำนวน 480 คน ซึ่งจะตรวจสอบเพื่อความชัดเจนต่อไป
ทั้งนี้ ที่ประชุมมติ กสถ.เห็นชอบร่วมกัน ส่งต่อให้ผู้ที่คะแนนไม่ตรงจำนวน 5,814 คน ให้ 3 หน่วยงาน กจ.,กท., และ ก.อบต.ในการพิจารณา
ขณะที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวไม่หนักใจ และจะทำแบบตรงไปตรงมา โดย นายภูมิวิศาล เกษมศุข ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ก็มีแนวคิดตรงกันคือให้ทำแบบตรงไปตรงมา เพราะเรื่องนี้น่ารังเกียจมาก การพิสูจน์ความจริงมี 2 อย่างคือ ความจริงและคดีอาญา ที่ไปตามความรับผิดชอบของ ป.ป.ช.ขณะที่อีกส่วนอยู่ที่ บช.ป.ซึ่งนายกฯต้องการข้อมูลที่ถูกต้อง ในการนำไปประกอบการพิจารณาที่ถูกต้อง ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเพื่อนำต่อให้นายกฯต่อไป

นายภูมิวิศาล เกษมศุข ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ระบุว่าจะหาแนวทางที่ชัดเจน และป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก และจะเสนอ นายกฯ และรมว.มหาดไทย ต่อไป
ซึ่งภายหลังการสอบสวนแล้วเสร็จ พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามได้ควบคุมตัวนายวิน และจ่าพิชิต ไปขออํานาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางเพื่อฝากขัง
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews