ลูกสาวเหยื่อไฟไหม้ ย้ำเงินเยียวยา 1หมื่น ไม่เพียงพอ

อาชญากรรม ข่าว
ลูกสาวผู้เสียชีวิตเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ติดต่อขอรับทรัพย์สินแม่ ยังอยู่ครบ ระบุ ยังติดต่อทนายของร้านไม่ได้ ย้ำ เงินเยียวยา 10,000 บาทไม่เพียงพอ

วันนี้ (15 ก.ค.) เมื่อเวลา 10.15 น. ที่สถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน นาวสาว กันธิชา สิงห์ขร อายุ 25 ปี บุตรสาวของ น.ส.ภานิชา สิงห์ขร ผู้เสียชีวิต และในฐานะหลานของ น.ส.กชกร โสธรรัตน์ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของผู้เสียชีวิตอีกรายที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์เดียวกันภายในร้านดังกล่าว ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนถึงความคืบหน้าการติดต่อรับทรัพย์สินของผู้เสียชีวิตว่า ในวันนี้ตนได้เดินทางมาเพื่อติดต่อขอรับทรัพย์สินของมารดา โดยทรัพย์สินของมารดาและของ น.ส.กชกร ที่ได้รับมอบคืนมานั้น คือ โทรศัพท์มือถือและกระเป๋า ส่วนทรัพย์สินมีค่าอื่น ๆ ก็ยังคงอยู่ครบถ้วนไม่ได้สูญหายไปแต่อย่างใด

น.ส.กันธิชา กล่าวถึงกรณีการประสานงานกับทางร้านเกิดเหตุว่า จนถึงขณะนี้ตนยังไม่สามารถติดต่อหรือพูดคุยกับทนายความของทางร้านได้ และยังไม่ได้รับผลการติดต่อกลับจากทางเจ้าของร้านตามที่เคยมีการแจ้งไว้เบื้องต้นว่าจะทยอยติดต่อกลับมาให้ทราบ ซึ่งในขณะนี้ญาติผู้เสียชีวิตต่างมุ่งเน้นไปที่การจัดการพิธีศพให้แล้วเสร็จเป็นลำดับแรก

โดยในส่วนของการเยียวยานั้น น.ส.กันธิชา แสดงความเห็นว่า การที่ทางร้านเสนอเงินเยียวยาเบื้องต้นจำนวน 10,000 บาทนั้น ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพ ซึ่งในส่วนของตนเองนั้นถึงขั้นต้องไปกู้ยืมเงินมาเพื่อใช้ในกระบวนการจัดงานศพของมารดา เนื่องจากยังไม่สามารถจัดการเรื่องเงินได้ และยังไม่มีตัวแทนจากทางร้านติดต่อเข้ามาอย่างเป็นรูปธรรม ตนจึงมีความกังวลใจว่าการเยียวยาอาจจะไม่ทั่วถึงหรือล่าช้า จึงอยากให้ทางร้านเร่งดำเนินการติดต่อญาติและให้ความช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด

 

 

นอกจากนี้ น.ส.กันธิชา ยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงการประสานงานของทางร้านที่ระบุให้ญาติผู้เสียหายเป็นฝ่ายติดตามเรื่องจากทางสถานีตำรวจด้วยตนเองว่า ตนรู้สึกแปลกใจและไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการดังกล่าว โดยมองว่าในฐานะคู่กรณีทางร้านควรเป็นฝ่ายติดต่อญาติผู้เสียชีวิตโดยตรง เนื่องจากได้มีการให้เบอร์โทรศัพท์ติดต่อไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการรับศพและการแจ้งความแล้ว การที่ทางร้านให้ญาติเป็นฝ่ายวิ่งเต้นติดตามเรื่องเองนั้นสะท้อนให้เห็นถึงความรับผิดชอบที่ไม่เหมาะสม อีกทั้งญาติผู้เสียชีวิตแต่ละรายยังต้องเดินทางกลับภูมิลำเนาที่อยู่ห่างไกล จึงอาจไม่มีเวลาสะดวกในการเดินทางมาติดตามเรื่องด้วยตนเองที่สถานีตำรวจอยู่ตลอดเวลา

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่