เรื่องชวนรู้ ตำนาน “ผีไทย 4 ภาค” คติชาวบ้าน เหนือ กลาง ใต้ อีสาน

Local Vlog ไลฟ์สไตล์

           เรื่องผีกับคนไทยเป็นของคู่กัน ไม่มีใครไม่ชอบอ่านหรือฟังเรื่องผี ไม่ว่าจะภาคเหนือ กลาง ใต้ หรืออีสาน ก็ย่อมมีตำนานเรื่องเล่าพื้นบ้านที่สืบทอดกันมาปากต่อปาก ตามมาดูตำนานเรื่องเล่าแสนสนุกปนขนหัวลุกกัน

เรื่องเล่าจากภาคเหนือ

  • ผีม้าบ้อง

           ย้อนกลับไปในสมัยที่ภาคเหนือยังมีธรรมเนียมแอ่วสาว หรือพูดง่าย ๆ คือการที่ชายหนุ่มไปเที่ยวหาสาว ๆ ถึงที่บ้าน ว่ากันว่ามีเพื่อนรักสองคนชื่ออ้ายแก้วกับอ้ายคำ ไปแอ่วสาวก็จะไปพร้อมกัน แต่ก็มีเรื่องแปลกเพราะอ้ายคำก็มักจะให้อ้ายแก้วล่วงหน้าไปก่อนแทบทุกครั้ง

วันหนึ่งอ้ายแก้วทนความสงสัยไม่ไหว จึงสะกดรอยตามไป ก็พบกับอ้ายคำกำลังนั่งเลียกะโหลกควายที่เต็มไปด้วยน้ำหนองน่าสะอิดสะเอียน ด้วยความตกใจจึงรีบวิ่งกลับบ้านมา เช้าวันรุ่งขึ้นจึงเอาเรื่องไปเล่าให้อาจารย์ฟัง

คืนนั้นอ้ายแก้วจึงทำตามคำแนะนำของอาจารย์ เอาพริกไปทาที่กะโหลกควาย และพกไข่ไก่ดิบติดตัวไปด้วย เมื่ออ้ายคำเลียกะโหลกควายนั้นก็เกิดอาการเผ็ด วิ่งเพ่นพ่านไล่ตามอ้ายแก้วออกมา ระหว่างทางอ้ายแก้วจึงปาไข่ไก่นั้นลงพื้นจนแตกทีละฟอง ๆ ตอนนั้นเองอ้ายคำก็หยุดวิ่งแล้วกินไข่นั้น พอกินหมดก็วิ่งไล่ใหม่

          จนกระทั่งวิ่งมาถึงบ้าน อ้ายแก้วรีบชักกระไดบ้านกลับหัวท้าย เมื่ออ้ายคำวิ่งตามมาถึงก็ทำได้เพียงเดินวนซ้ำ ๆ อยู่ข้างล่าง แล้วพูดว่า “บ้านใช่ บันไดไม่ใช่”

ตื่นเช้ามาอ้ายแก้วก็เห็นรอยกีบม้าหลายรอยอยู่บนพื้นดินตรงตีนบันได ส่วนอ้ายคำก็นอนตายอยู่ที่บ้านแล้ว บางตำนานจึงบอกว่า หากเจอผีม้าบ้องให้กลับหัวท้ายบันได จะทำให้มันจำบ้านตัวเองไม่ได้ และตายไปเอง

           ลักษณะของผีม้าบ้อง คือ มีลำตัวเป็นม้า แต่ร่างกายครึ่งบนเป็นคน ส่วนมากจะเป็นเพศผู้ ชอบกินของดิบ สกปรก

 

  • ผีโพรง

           ตามตำนานเล่าว่า ผีโพรงจัดอยู่ในประเภทเดียวกับผีปอบ และผีกระสือ เกิดจากคนเล่นคุณไสยแล้วของย้อนเข้าตัว ลักษณะเด่นของผีชนิดคือจะมีแสงออกมาจากรูจมูก ชอบออกหากินเขียด กบ ปลาในทุ่งนาตอนกลางคืน

โดยปกติแล้ว ผีโพรงมักไม่ทำร้ายคนก่อน แต่ถ้าหากใครทำให้พวกมันไม่พอใจก็จะถูกผีโพรงสาปด้วยการโยนก้านกล้วยที่เอาใบออกแล้วข้ามหลังคาบ้าน เชื่อกันว่าบ้านไหนถูกผีโพรงสาปก็จะพบกับโชคร้ายทั้งชีวิต 

แต่ผีโพรงมักจะกลัวการถูกคนทักตรง ๆ หากมีใครล่วงรู้ตัวจริงของมันแล้วล่ะก็ ผ่านไปเพียงแค่หนึ่งวัน มันก็จะตายไปเอง

 

  • ผีปกกะโหล้ง

            เป็นเรื่องเล่าพื้นบ้านของชาวบ้านภาคเหนือ เรื่องราวของฤดูทำนาของคนเมือง เมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยวก็มักจะส่งลูกหลานไปนอนเฝ้าห้างนา (เพิงพัก) มีแม่ลูกคู่หนึ่งอาศัยอยู่ด้วยกัน คืนหนึ่งลูกสาวจำเป็นต้องไปนอนเฝ้านาในห้างคนเดียว

กลางดึกก็มีเสียงพิณเปี๊ยะดังลอยมา พอแง้มหน้าต่างดูก็เห็นชายแก่เดินอยู่ในความมืด ส่งเสียงร้องถาม “โก้ง โก้ง สาวกลางโต้งหลับแล้วก๋า” แม้ว่าชายชราจะถามกี่คำถาม ผู้หญิงคนนั้นก็ตอบกลับอย่างดี เมื่อตื่นเช้ามาก็พบว่ามีเงินทองมากมายอยู่ในโอ่งข้างล่างห้างนา

            เมื่อเรื่องแพร่ไปทั่วหมู่บ้าน ก็มีแม่ลูกคู่หนึ่งเกิดความโลภ ส่งลูกสาวของตัวเองให้ไปนอนเฝ้านาบ้าง ชายแก่คนเดิมปรากฏตัวขึ้นพร้อมพิณเปี๊ยะในมือ “โก้ง โก้ง สาวกลางโต้งนอนแล้วก๋า” ทุกอย่างเหมือนเก่า แต่หญิงสาวกลับตอบคำถามด้วยความรำคาญและถ้อยคำไม่ดี เช้าวันต่อมา เธอกลายเป็นศพรูปร่างบิดเบี้ยว

 

  • ผีพราย

           ผีพรายเป็นผีประเภทเดียวกับนางไม้ นางตานี รูปร่างหน้าตาสละสลวย และมักอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำ ผีพรายเป็นผีที่น่ากลัวเพราะมีนิสัยล่อลวงมนุษย์ให้ลงไปในแหล่งน้ำ แล้วจึงเอาชีวิตพวกเขา

หลายครั้งเวลาที่มีคนเล่าเรื่องประสบการณ์การไปเที่ยวและเข้าพักในแพน้ำ หลายคนตื่นขึ้นมาพร้อมรอยฟกช้ำไร้สาเหตุ รวมถึงยังเห็นรอยน้ำเฉอะแฉะ นั่นเป็นฝีมือของพรายน้ำ วิธีจัดการกับพรายน้ำคือต้องใช้ผู้มีวิชามาใช้คาถาไล่

 

เรื่องเล่าจากภาคกลาง

  • แม่นากพระโขนง

            แม่นากพระโขนง เรื่องราวตำนานความรักอันน่าจดจำที่นำมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์หลายเวอร์ชัน เรื่องราวของผีตายทั้งกลมที่เริ่มต้นจากนางนาก และพี่มาก สองผัวเมียใช้ชีวิตอย่างสงบสุขจนกระทั่งสามีถูกเรียกไปรบ

ระหว่างนั้นนางนากตั้งท้อง วันแล้ววันเล่าที่รอคอยผัวกลับจากสงคราม ท้ายที่สุดในวันคลอดลูกก็ตกเลือดตาย กลายเป็นผีตายทั้งกลม แต่เพราะไม่รู้ตัวว่าตายไปแล้ว ก็ยังอุ้มลูกออกมารอผัวที่ท่าน้ำทุกวัน เสียงร้องเพลงกล่อมลูกโหยหวนจนชาวบ้านพากันหวาดกลัว

วันที่พี่มากกลับมา แม้ชาวบ้านจะบอกว่านางนากตายไปแล้ว แต่เขาก็ไม่เชื่อ ใช้ชีวิตเหมือนเดิมทุกวัน บางตำนานก็เล่าว่าพี่มากอยู่ใต้ถุนบ้านแล้วมองเห็นเมียของตัวเองยืดแขนลงมาเก็บลูกมะนาวจึงได้รู้ว่านางนากเป็นผี

 

  • กระสือ

           กระสือของภาคกลางก็คล้ายกับผีโพงของภาคเหนือ ลักษณะเด่นของมันคือเป็นผีที่มีแสงสว่าง แต่เป็นผู้หญิง มักถอดหัวและไส้ลอยออกมาหาอาหารกินตอนกลางคืน กระสือจะกินแต่ของเน่าเสียน่าขยะแขยง

           ว่ากันว่ากระสือมักสืบทอดทางสายเลือด ผ่านทางน้ำลาย หากมีคนในครอบครัวเป็นกระสือ ลูกหลานก็อาจเป็นกระสือด้วย

เล่ากันอีกว่า เวลาที่กระสือออกหากินแล้ว มักจะไปเช็ดปากตามเสื้อผ้าของชาวบ้านที่ตากทิ้งไว้ หากอยากรู้ว่าใครเป็นกระสือตัวจริง ให้นำผ้าเปื้อนเลือดเช็ดปากของกระสือนั้นไปต้มในน้ำเดือดจัด จะทำให้กระสือตนนั้นร้อนรนอยู่ไม่สุข

           และในสมัยก่อน บ้านไหนที่เพิ่งคลอดลูกออกมา มักจะมีกลิ่นคาวเลือดและรกเด็กซึ่งเป็นของโปรดของกระสือ ผู้หลักผู้ใหญ่จึงมักใช้ใบหนาด หรือไม้แหลมมากันรอบบ้าน เพราะกระสือกลัวว่าหนามเหล่านั้นจะเกี่ยวสำไส้และอวัยวะภายในของตัวเองจนไม่กล้าเข้าใกล้

 

  • เปรต

           เปรต เป็นอสุรกายตามความเชื่อในพระพุทธศาสนา เป็นสิ่งที่เกิดจากผลการกระทำชั่ว ทั้งความโลภ การทำร้ายบุพการี หรือจิตใจชั่วช้าหยาบกระด้าง ส่งผลให้ต้องไปเกิดเป็นเปรตชดใช้กรรมด้วยความหิวโหย

หลายคนอาจคุ้นชินกับเปรตที่รูปร่างสูงใหญ่ มือเท่าใบลาน ปากเล็กเท่ารูเข็ม ตัวดำมืด ทุกข์ทรมานจากการขอส่วนบุญส่วนกุศล และไม่สามารถกินอะไรได้เพราะรูปากเล็ก แต่การรับโทษของคนที่กลายเป็นเปรตมีหลายขุม และมีรูปลักษณ์หลายลักษณะ

อ่านเรื่องราวเพิ่มเติมของเปรตได้ที่ เปรต

 

เรื่องเล่าจากภาคอีสาน

  • ปอบ

           ปอบ อีกหนึ่งผีไทยที่ถูกนำมาเล่าเป็นละครและภาพยนตร์เยอะมาก สมัยก่อนใคร ๆ ก็รู้จักปอบหยิบ ต้นกำเนิดหนีผีลงโอ่งมังกร

ปอบเป็นผีอีกหนึ่งชนิดที่อยู่กับความเชื่อของคนไทยมาแสนนาน การกลายเป็นปอบเกิดได้หลายวิธี ทั้งการเล่นของแล้วโดนของย้อนกลับ การโดนทำของใส่ หรือแม้แต่การสิงร่าง ผู้ที่เป็นปอบมักหิวกระหายตลอดเวลา และต้องการกินของสด นอกจากปอบจะกินสัตว์เลี้ยงข้างนอกของชาวบ้านแล้ว มันยังกัดกินอวัยวะภายในของเจ้าของร่างด้วย

           วิธีกำจัดปอบมีหลายวิธีตามความเชื่อ แต่คนส่วนมากมักพึ่งพาหมอธรรม หรือหมอผีให้ช่วยขับไล่ผีร้ายออกไป อีกทั้งส่วนใหญ่แล้วคนที่ถูกปอบสิงมักไม่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นปอบ

 

  • ผีแม่หม้าย

           “บ้านนี้ไม่มีผู้ชาย” ความเชื่อพื้นบ้านของคนพื้นเมือง เมื่อใดก็ตามที่มีคนในหมู่บ้านเริ่มไหลตายติดต่อกันหลายราย ชาวบ้านก็มักเชื่อว่าเป็นฝีมือของผีแม่หม้าย

ว่ากันว่าเหยื่อของผีแม่หม้ายนั้นมีแต่ผู้ชายวัยฉกรรจ์ โดยมักดูดเอาวิญญาณของพวกเขาไปขณะที่หลับอยู่ทำให้เกิดเป็นอาการไหลตาย

(ภาพจาก เดอะโกสเรดิโอ)

           วิธีป้องกันและขับไล่ผีแม่หม้ายตามความเชื่อของชาวบ้าน คือการแขวนเสื้อผ้าสีแดงไว้หน้าบ้าน หรือบางคนก็เขียนป้าย “บ้านนี้ไม่มีผู้ชาย” แขวนไว้ ผู้ชายบางคนก็กลัวถึงขนาดนุ่งผ้าถุง ทาเล็บ ทาปาก แต่งตัวเป็นผู้หญิงเลยก็มี

 

  • ผีโป่งค่าง

            ผีโป่งค่างเป็นความเชื่อของเหล่านายพรานและนักเดินป่า ลักษณะรูปร่างคล้ายลิงค่างตัวเล็ก ๆ และไม่รวมฝูง มักจะออกมาตอนกลางคืนตัวเดียว ว่ากันว่าเกิดจากวิญญาณของสัตว์ที่ถูกนายพรานฆ่าตายและยังมีความอาฆาตอยู่

(ภาพจาก เฟซบุ๊ก ปัจฉิมบทแห่งความตาย)

          โดยผีชนิดนี้มักจะดูดเลือดที่เท้าของคนคล้ายกับผีกองกอย เมื่อได้ยินเสียงของลิงร้องกลางดึกก็เดาได้ทันทีว่าอาจเป็นผีโป่งค่าง

แต่ผีชนิดนี้รับมือง่าย หากเดินป่าแล้วไปเจอเจ้าโป่งค่างโดยบังเอิญก็สามารถใช้อาวุธธรรมดาอย่างมีด หรือปืนไล่ไปได้เลย หรือก่อกองไฟตอนกลางคืนก็ช่วยได้

 

  • ผีตาแฮก

           ผีตาแฮกนับได้ว่าเป็นผีดีของชาวอีสาน เพราะช่วยในเรื่องของการทำการเกษตรให้มีผลผลิตดี โดยเรื่องเล่าปากต่อปากของเหล่าชาวบ้านก็มีหลายเวอร์ชัน

            อันหนึ่งเล่าว่ามีบุตรชายเศรษฐีแต่งงานอยู่กินกับภรรยาหลวงเป็นเวลานานแต่ไม่มีลูกสักคน จึงแต่งภรรยาน้อยเข้ามา ไม่นานภรรยาน้อยคนนั้นก็ตั้งท้อง แต่ด้วยความริษยาของเมียหลวง จึงทำให้เมียน้อยแท้งถึงสามครั้ง ซึ่งในครั้งที่สาม ไม่รอดทั้งแม่และเด็ก

เมียน้อยเป็นวิญญาณอาฆาตเมียหลวง เมื่อสามีรู้เรื่องจึงฆ่าภรรยาหลวงของตัวเองด้วยความโกรธ เกิดเป็นความพยาบาทของเมียหลวงต่อเมียน้อยอีกทอด วิบากกรรมจองจำกันหลายชาติ กระทั่งชาติสุดท้ายที่เมียน้อยเกิดเป็นยักษ์ พระพุทธองค์จึงโปรดให้นางยักษ์ไปอยู่ที่ไร่นา ช่วยเรื่องฟ้าฝนการเกษตร

 

           บางตำนานก็เล่าว่า เป็นเรื่องราวของสองพ่อลูกที่พบรอยเท้าของหญิงสาวในป่า พากันทายว่ารอยเท้าใหญ่หรือเล็กเป็นของผู้หญิง หากทายถูกก็จะแต่งงานกับหญิงผู้นั้น แต่กลับเกิดเรื่องไม่คาดฝันเมื่อรอยเท้าทั้งสองนั้นเป็นของคนเดียวกัน พ่อลูกใช้เมียร่วมกันเป็นการทำผิดประเวณี จึงถูกสาปให้เป็น “ผีตาแฮก”

เรื่องเล่าจากภาคใต้

  • ผีหลังกลวง

            ผีหลังกลวงไม่มีที่มาชัดเจนนักว่าเกิดจากอะไร แต่เป็นผีที่พวกหมอผีมักเลี้ยงไว้ใช้แรงงาน เพราะสามารถทำงานได้แรงดีไม่มีตก เรื่องเล่าของผีหลังกลวง หรือ ผีสันหลังหวะเป็นตำนานพื้นบ้านของแถบพื้นที่จังหวัดสตูล สงขลาในภาคใต้

(ภาพจาก Pattani Heritage City)

            ลักษณะของผีหลังกลวงไม่ต่างกับชายหนุ่มธรรมดามากนัก แต่จะมีรูโบ๋กว้างที่กลางหลัง มองเห็นอวัยวะภายในได้ชัดเจน โดยปกติแล้วผีหลังกลวงมักจะสวมเสื้อผ้ามิดชิดในเวลากลางวัน ทำให้เป็นจุดสังเกตได้ง่าย เนื่องจากในสมัยก่อนชาวบ้านผู้ชายมักไม่ใส่เสื้อเวลาทำไร่นา เพราะอากาศอบอ้าว ดังนั้นเวลาเห็นใครใส่เสื้อผ้ามิดชิด ก็มักจะคาดเดาว่าเป็นผีหลังกลวง

 

           ตามตำนานเล่าว่า เจ้าผีชนิดนี้เป็นผีขี้แกล้ง หากใครเจอเข้ากับมันตอนกลางคืนแล้วขอให้ช่วยดำนา มันก็จะรับปากช่วย แต่พอเช้ามาก็จะพบว่าต้นกล้าข้าวโดนถอนจนหมด แต่ผีหลังกลวงก็เป็นเพื่อนที่ดี หากรับใครเป็นสหายแล้วก็จะช่วยทุกอย่างและรักษาสัจจะมาก แต่เราเองก็ต้องทำตามสัญญาด้วย หากใครผิดคำพูดก็จะโดนตามเอาชีวิต

 

          อีกทั้งเจ้าผีหลังกลวงนี้มักหาหอย หาปูตัวเล็ก ๆ กิน ไม่ฆ่าสัตว์เลี้ยงของชาวบ้าน แต่ถ้าหากใครกลัวจริง ๆ ล่ะก็ ให้พกปลาหมอติดตัวเอาไว้ เพราะว่ากันว่า มันไม่ถูกกับปลาหมอ และยิ่งเอาปลาไปใส่ในรูกลวงที่หลัง ก็จะยิ่งทำให้มันเจ็บปวดอีกด้วย

 

  • ผีเจ้าเสน

           ผีเจ้าเสนเป็นผีที่เกิดจากวิญญาณของบรรพบุรุษครูหมอโนรา มักทำ “เสน” หรือสัญลักษณ์บนร่างกายของลูกหลาน เพื่อเป็นเครื่องหมายว่า อยากให้เด็กคนนั้นรับสืบทอดวิชาโนรา จึงต้องมีการทำพิธี “โนราเหยียบเสน” เพื่อให้เนื้องอกที่เป็นสัญลักษณ์นั้นหายไป

ผีเจ้าเสนมักจะดลบันดาลให้เกิดอาการเจ็บป่วยออด ๆ แอด ๆ แก่ลูกหลานที่มีเสน เพื่อเป็นการเตือนว่าต้องมารับขันธ์ทำพิธีสืบทอดโนราจึงจะหายจากอาการป่วย

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews