ป.ป.ส. สกัดเฮโรอีนซุกกาแฟ–ชาไทย เตรียมส่งไต้หวัน ยึดของกลางกว่า 2.1 กิโลกรัม เร่งขยายผลถึงผู้บงการเครือข่ายข้ามชาติ
พันตำรวจตรีสุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยผลการปฏิบัติการว่า เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 12.00 น. เจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ส. ได้เข้าตรวจสอบบริษัทรับส่งพัสดุเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นจุดเฝ้าระวังการลักลอบส่งยาเสพติดไปยังประเทศไต้หวัน ภายหลังได้รับข้อมูลข่าวสารว่ามีความเชื่อมโยงกับการส่งพัสดุต้องสงสัยไปยังปลายทางดังกล่าว

ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่พบหญิงผู้ต้องสงสัยนำพัสดุมาติดต่อส่งไปยังประเทศไต้หวัน โดยมีลักษณะท่าทางพิรุธ จึงได้แสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. และขอทำการตรวจสอบพัสดุ ผลการตรวจค้นพบกาแฟสำเร็จรูปและชาไทยที่มีลักษณะการซุกซ่อนเช่นเดียวกับคดีตรวจยึดเฮโรอีนในพื้นที่ซอยรางน้ำที่ ป.ป.ส. ตรวจพบก่อนหน้านี้ เมื่อเปิดตรวจสอบพบยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (เฮโรอีน) ซุกซ่อนอยู่ภายในถุงกาแฟสำเร็จรูปขนาดใหญ่ จำนวน 3 ถุง และถุงชาไทย จำนวน 1 ถุง รวมน้ำหนักประมาณ 2,100 กรัม เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดของกลาง พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหาดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การว่า มีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดเชียงราย และได้เดินทางจากจังหวัดเชียงรายมายังกรุงเทพมหานคร ก่อนนำพัสดุดังกล่าวมาส่งไปยังประเทศไต้หวัน โดยรับถุงกาแฟและชาไทยที่ซุกซ่อนเฮโรอีนมาจากพื้นที่จังหวัดเชียงราย พร้อมได้รับค่าจ้างเป็นเงินสดจำนวน 10,000 บาท เพื่อนำพัสดุมาส่ง

ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสืบสวนขยายผล ติดตามผู้ว่าจ้าง ผู้สั่งการ และผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า “การตรวจยึดครั้งนี้มีรูปแบบการซุกซ่อนเช่นเดียวกับคดีตรวจยึดเฮโรอีนที่ซุกซ่อนในถุงกาแฟซึ่ง ป.ป.ส. ตรวจพบก่อนหน้านี้ จึงเชื่อได้ว่าอาจเป็นเครือข่ายเดียวกันหรือมีความเชื่อมโยงกัน โดยอยู่ระหว่างการตรวจสอบและขยายผลเชิงลึก นอกจากนี้ ยังสะท้อนให้เห็นว่าเครือข่ายค้ายาเสพติดยังคงพยายามใช้ประเทศไทยเป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติดออกไปยังต่างประเทศ โดยอาศัยการอำพรางในสินค้าอุปโภคบริโภคและใช้ระบบขนส่งพัสดุระหว่างประเทศเป็นช่องทางในการกระทำผิด แต่ด้วยการบูรณาการด้านการข่าว การสืบสวน และการเฝ้าระวังของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้สามารถสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดได้อย่างต่อเนื่อง”

พร้อมขอเตือนประชาชนไม่รับฝากหรือรับจ้างส่งพัสดุไปต่างประเทศโดยไม่ทราบแหล่งที่มาหรือไม่ได้ตรวจสอบสิ่งของภายในอย่างละเอียด เพราะอาจตกเป็นเครื่องมือของเครือข่ายค้ายาเสพติดและต้องรับโทษตามกฎหมาย แม้อ้างว่าไม่รู้เห็นก็ตาม
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews