“โรม-ทวี” นำทีม กมธ.กฎหมายฯ ลงพื้นที่ทับลาน รับฟังความเห็นชาวบ้าน ชี้ ไม่ใช่ “คนรุกป่า” แต่เป็น “ป่ารุกคน” จ่อเรียกทุกฝ่ายแจง กมธ. เดือนหน้า เพื่อหาทางออกปัญหาที่ดินทับซ้อน
นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ พร้อมคณะกรรมาธิการ อาทิ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สส.พรรคประชาชน และ พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ อดีตประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ลงพื้นที่ ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เพื่อติดตามปัญหาที่ดินทับซ้อนในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน
คณะกรรมาธิการฯ ได้ลงพื้นที่บริเวณวัดไผ่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านระบุว่า ถูกประกาศทับซ้อนเป็นเขตอุทยานตั้งแต่ปี 2524 รวมถึงเยี่ยมบ้านของ นางปิ่นแก้ว ชาวบ้านที่ถูกดำเนินคดีบุกรุกป่า หลังเปิดร้านอาหารในพื้นที่ที่อาศัยมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ แม้จะมีหลักฐานการเสียภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท.5) และบ้านเลขที่ แต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก 2 ปี พร้อมต้องชำระค่าปรับรวมกว่า 200,000 บาท จนต้องผ่อนชำระเดือนละ 3,000 บาท หลังร้านอาหารถูกสั่งปิด

ระหว่างการลงพื้นที่ นางปิ่นแก้วถึงกับร้องไห้ พร้อมขอให้คณะกรรมาธิการช่วยคืนความเป็นธรรม โดยยืนยันว่า ครอบครัวอาศัยอยู่ในพื้นที่ก่อนประกาศเขตอุทยาน และต้องการให้รัฐบาลใช้แนวเขตปี 2543 ตามมติคณะรัฐมนตรีเป็นเกณฑ์แก้ไขปัญหา
ด้าน พ.ต.อ.ทวี เสนอให้มีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมทั้งคดีแพ่งและคดีอาญาแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศเขตอุทยานทับที่ทำกิน โดยต้องไม่ครอบคลุมนายทุน กลุ่มทุนสีเทา หรือนอมินี พร้อมเสนอให้จัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อมและที่ดิน เพื่อสร้างแนวคำวินิจฉัยใหม่ในการแก้ไขปัญหา

ขณะที่ตัวแทนภาคประชาชน ระบุว่า ปัญหาครอบคลุมพื้นที่ 97 หมู่บ้าน ใน 15 ตำบล ของจังหวัดนครราชสีมาและปราจีนบุรี มีประชาชนถูกดำเนินคดีแล้วกว่า 552 คดี และเห็นว่าความคลาดเคลื่อนจากการกำหนดแนวเขตด้วยมาตราส่วน 1:500,000 เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ชุมชนจำนวนมากถูกนับรวมเข้าไปอยู่ในเขตอุทยาน
ภาคประชาชนยังเสนอให้คณะกรรมาธิการตรวจสอบมติคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 การใช้งบประมาณปรับแนวเขต การดำเนินคดีกับชาวบ้าน ตลอดจนผลักดันการนิรโทษกรรม เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และตรวจสอบการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายรังสิมันต์ ให้สัมภาษณ์ภายหลัง ลงพื้นที่ว่า จากข้อเท็จจริงและหลักฐานที่ได้รับ พบว่าปัญหาหลักไม่ใช่การนำที่ดินไปให้นายทุน แต่เป็นผลจากการกำหนดแนวเขตที่ผิดพลาด จนทำให้ประชาชนที่อยู่มาก่อนกลายเป็นผู้กระทำผิดกฎหมาย
“วันนี้สถานการณ์ไม่ใช่ ‘คนรุกป่า’ แต่เป็น ‘ป่ารุกคน’ ความผิดพลาดของการขีดเส้นแนวเขตทำให้ประชาชนจำนวนมากต้องตกเป็นผู้กระทำผิด ทั้งที่อาศัยอยู่ในพื้นที่มาก่อน เรื่องนี้เป็นปัญหาความยุติธรรมที่ต้องได้รับการแก้ไข”

ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ระบุว่า มีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 30,000 คน และมีพื้นที่หลายหมื่นไร่ที่ยังเป็นข้อพิพาท โดยเฉพาะพื้นที่กลุ่มที่ 4 ตามมติคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ซึ่งมีประชาชนกว่า 5,200 ครัวเรือนได้รับผลกระทบ และอาจนำไปสู่การขับไล่ประชาชนออกจากพื้นที่ครั้งใหญ่ หากไม่มีการรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้าน พร้อมยืนยันว่า ภายในเดือนสิงหาคม คณะกรรมาธิการจะบรรจุวาระเรื่องนี้ พร้อมเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและฝ่ายการเมืองเข้าชี้แจง เพื่อเร่งหาทางออกและคืนความเป็นธรรมให้ประชาชน โดยย้ำว่าปัญหาทับลานที่ยืดเยื้อมากว่า 40 ปี ควรได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม และไม่ควรปล่อยให้ความผิดพลาดในการกำหนดแนวเขตส่งผลกระทบต่อประชาชนต่อไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews